ปืนลูกเลื่อนระบบ Straight Pull (ดึงตรง
) ที่ออกแบบโดยพี่น้อง Émile Nagant (1830–1902) และ Léon Nagant (1833–1900) รุ่นนี้ได้รับสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1887 มีความพิเศษคือ
"บรรจุจากด้านล่าง" โดยฝาปิดด้านล่างของซองกระสุนจะหมุนเปิดออกด้วยบานพับที่อยู่ด้านหน้าในการบรรจุผู้ใช้จะต้องพลิกปืนกลับด้านเพื่อใส่กระสุนทีละนัดหรือใส่พร้อมกันทั้ง 5 นัด ปืนรุ่นนี้ถูกส่งเข้าทดสอบในกองทัพเบลเยียมเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1888 แม้ว่า Nagant จะพยายามจดสิทธิบัตรเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องแต่ท้ายที่สุดกองทัพเบลเยียมเลือกรับปืน Mauser (Model 1889) เข้าประจำการแทน
ทำไมถึงแพ้ Mauser 1889? เหตุผลหลักที่กองทัพเบลเยียมไม่เลือก Nagant 1887 แม้จะเป็นปืนที่มีคุณภาพการผลิตสูง คือ "ความยุ่งยากในการบรรจุกระสุน" ระบบของ Nagant ที่ต้องพลิกปืนเพื่อบรรจุจากด้านล่างนั้นช้าและไม่สะดวกในการใช้งานจริงในสนามรบ เมื่อเทียบกับ Mauser 1889 ที่ใช้ระบบ "Stripper Clip" (แหนบกระสุน) ซึ่งสามารถเสียบบรรจุจากด้านบนได้อย่างรวดเร็ว
รายละเอียดทางเทคนิค
ระบบปฎิบัติการ Straight Pull (ดึงตรง
) ที่พัฒนาจากระบบของ Mannlicher
น้ำหนัก 3.895 กก. (และ 4.325 กก. เมื่อติดดาบปลายปืน)
ขนาดลำกล้อง 8 mm Rimmed
ความยาวตัวปืน 1.22 เมตร (ไม่รวมดาบปลายปืน)
ความยาวลำกล้อง 68.5 ซม.
เกลียวลำกล้อง 6 เกลียว เวียนซ้ายไปขวา
การใช้งานในหน่วย Garde Civique (กองกำลังพลเรือน)
แม้จะถูกปฏิเสธจากกองทัพหลัก แต่ปืนรุ่นนี้ (ในรุ่นปรับปรุงเล็กน้อยที่เรียกว่า M1888 หรือ M1887/88) ได้ถูกสั่งซื้อไปใช้ในหน่วย Garde Civique ของเบลเยียม ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารที่ทำหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศและป้องกันเมืองโดยปืนเหล่านี้ถูกใช้งานจนถึงช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อเยอรมนีบุกเบลเยียมในปี 1914
ความสัมพันธ์กับปืน Mosin-Nagant Léon Nagant หนึ่งในผู้ออกแบบปืนรุ่นนี้ คือคนเดียวกับที่นำระบบซองกระสุนและกลไกบางส่วนไปเสนอในการประกวดปืนของรัสเซีย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปืนไรเฟิล Mosin-Nagant M1891 ที่โด่งดังไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
ดาบปลายปืน (Bayonet) ดาบปลายปืนของ Nagant 1887 มักเป็นแบบ "Sword Bayonet" ที่มีใบมีดยาวและด้ามจับเป็นไม้หรือทองเหลือง ซึ่งผลิตโดยโรงงานของ Nagant เองในเมือง Liège
สถานะในปัจจุบัน ปืน Nagant 1887 ถือเป็นของสะสมที่หายากมาก (Rare Collector's Item) เนื่องจากจำนวนการผลิตที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับปืน Mauser และส่วนใหญ่สูญหายหรือถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง
https://littlegun.be/arme%20belge/fusils%20reglementaires/1%201887%20nagant%20gb.htm
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2352 Nagant 1887 'straight pull' rifle
ทำไมถึงแพ้ Mauser 1889? เหตุผลหลักที่กองทัพเบลเยียมไม่เลือก Nagant 1887 แม้จะเป็นปืนที่มีคุณภาพการผลิตสูง คือ "ความยุ่งยากในการบรรจุกระสุน" ระบบของ Nagant ที่ต้องพลิกปืนเพื่อบรรจุจากด้านล่างนั้นช้าและไม่สะดวกในการใช้งานจริงในสนามรบ เมื่อเทียบกับ Mauser 1889 ที่ใช้ระบบ "Stripper Clip" (แหนบกระสุน) ซึ่งสามารถเสียบบรรจุจากด้านบนได้อย่างรวดเร็ว
รายละเอียดทางเทคนิค
ระบบปฎิบัติการ Straight Pull (ดึงตรง) ที่พัฒนาจากระบบของ Mannlicher
น้ำหนัก 3.895 กก. (และ 4.325 กก. เมื่อติดดาบปลายปืน)
ขนาดลำกล้อง 8 mm Rimmed
ความยาวตัวปืน 1.22 เมตร (ไม่รวมดาบปลายปืน)
ความยาวลำกล้อง 68.5 ซม.
เกลียวลำกล้อง 6 เกลียว เวียนซ้ายไปขวา
การใช้งานในหน่วย Garde Civique (กองกำลังพลเรือน)
แม้จะถูกปฏิเสธจากกองทัพหลัก แต่ปืนรุ่นนี้ (ในรุ่นปรับปรุงเล็กน้อยที่เรียกว่า M1888 หรือ M1887/88) ได้ถูกสั่งซื้อไปใช้ในหน่วย Garde Civique ของเบลเยียม ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารที่ทำหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศและป้องกันเมืองโดยปืนเหล่านี้ถูกใช้งานจนถึงช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อเยอรมนีบุกเบลเยียมในปี 1914
ความสัมพันธ์กับปืน Mosin-Nagant Léon Nagant หนึ่งในผู้ออกแบบปืนรุ่นนี้ คือคนเดียวกับที่นำระบบซองกระสุนและกลไกบางส่วนไปเสนอในการประกวดปืนของรัสเซีย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปืนไรเฟิล Mosin-Nagant M1891 ที่โด่งดังไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
ดาบปลายปืน (Bayonet) ดาบปลายปืนของ Nagant 1887 มักเป็นแบบ "Sword Bayonet" ที่มีใบมีดยาวและด้ามจับเป็นไม้หรือทองเหลือง ซึ่งผลิตโดยโรงงานของ Nagant เองในเมือง Liège
สถานะในปัจจุบัน ปืน Nagant 1887 ถือเป็นของสะสมที่หายากมาก (Rare Collector's Item) เนื่องจากจำนวนการผลิตที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับปืน Mauser และส่วนใหญ่สูญหายหรือถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง
https://littlegun.be/arme%20belge/fusils%20reglementaires/1%201887%20nagant%20gb.htm