จากกระทู้ก่อนหน้านี้ ที่ผมเคยตั้งสอบถามถึงเรื่องคนหูหนวกแต่กำเนิดเป็นใบ้หมดเลยหรือเปล่า
https://pantip.com/topic/43935293
แล้วก็ มีความเห็นของ คุณ Parในความเห็นที่ 6
https://pantip.com/topic/43935293/comment6
มากล่าวถึงเรื่องของคนตาบอด โดยเฉพาะคนที่เกิดมาตามองได้ปกติ แต่ต้องมาเสียดวงตาในภายหลัง
โดยได้ใช้ คำว่า "
เพราะการมองไม่เห็นผมว่ามันเป็นภาวะที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิตแล้ว"
เพราะประโยคนี้แหละครับ ทำให้ผมคิดถึง คนๆนี้เลยครับ คุณ Andrea Bocelli
คุณ Bocelli เป็น นักร้องเสียงเทเนอร์ชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเป็นศิลปินที่สามารถร้องได้ทั้งแนวเพลงคลาสสิก (Opera) และเพลงป็อปได้อย่างลงตัว
แต่แกมีปัญหาเรื่องการมองเห็นตั้งแต่เด็กๆครับ ตอนเด็กๆแกเป็นโรคต้อหิน แต่ก็ยังพอมองได้ลางๆ มาตอนอายุ 12 แกเกิดอุบัติเหตุโดนลูกฟุตบอลกระแทกที่หัว อาการน่าจะรุนแรงจนทำให้แกต้องสูญเสียการมองเห็นไป
แกรักและชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น ฟลูต เปียโน แซกโซโฟน และทรัมเป็ต
ถึงแกจะสูญเสียการมองเห็น แต่แกไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต แกสามารถเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปิซา และเคยทำงานเป็นทนายความอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะหันเข้าสู่เส้นทางดนตรีเต็มตัว
จุดเริ่มต้นในสายงานการร้องเพลงคือแกมักจะไปร้องเพลงตามเปียโนบาร์ เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน
แล้วชีวิตของแกก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เมื่อ
Zucchero ศิลปินร็อกชื่อดังของอิตาลี ให้ Bocelli ร้องเดโมเพลง Miserere
แล้วก็ไปสะดุดตาเป็นที่สนใจของ
Luciano Pavarotti นักร้องโอเปร่าเสียงเทเนอร์ (Tenor) ชาวอิตาลีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักร้องที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 20 ได้รับฉายาว่า "King of the High Cs" จากการที่สามารถร้องตัวโน้ต
High C (โด สูง) ได้อย่างใสสะอาดและทรงพลัง ซึ่งเป็นโน้ตที่ร้องยากมากสำหรับนักร้องเทเนอร์
Pavarotti........(สุดยอดนักร้องในดวงใจอีกท่านหนึ่ง... ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)
จากนั้น Andrea Bocelli ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้นไป โดยที่มีความสำเร็จ แล้วก็มีผลงานสร้างชื่ออยู่มากมาย
ในปี 1994 เขาชนะเลิศรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากเทศกาลดนตรีซานเรโม (Sanremo Music Festival) ในเพลง
Il mare calmo della sera
เขามีผลงานเพลงฮิตอยู่มากมาย เพลงฮิตตลอดกาลของเขาก็มีเช่น
Con Te Partirò (Time to Say Goodbye): ร้องร่วมกับ Sarah Brightman ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ขายดีที่สุดในโลก
**เพื่ออรรถรสที่สุดยอด สวมหูฟัง ฟังเพลงนี้ครับ
The Prayer: ร้องคู่กับ Celine Dion
Andrea Bocelli, Céline Dion - The Prayer
Vivo per lei: เพลงดูเอทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
Vivo per lei
Perfect Symphony: ร่วมงานกับ Ed Sheeran
*** เพลงนี้เป็น 1 เพลงโปรดในดวงใจของผมมากเลยครับ
ใครที่เปิดดูเพลงนี้ให้ลองสังเกตุดูช่วงนาทีที่ 4.13 ครับ จะมีผู้หญิงคนหนึ่ง เอามือเท้าคางหลับตาพริ้ม ฟัง Bocelli ร้อง ดูเธอมีความสุขมากๆ เธอคือ Veronica Berti เป็นภรรยาของ Bocelli ครับ จังหวะนี้เชื่อว่า คงไม่มีเสียงอะไรในโลกนี้มารบกวนการฟังของเธอได้ ความเพราะความซึ้ง คงมีเต็มอยู่ในหัวใจ
แล้วในวีดิโอนี้ ให้สังเกตุสายตาของ Ed Sheeran ดูครับ สายตาเขามองด้วยความทึ่ง ความเคารพและความศรัทธาต่อ Bocelli เป็นอย่างมาก
เรื่องเสียงร้องของ Bocelli มีการยกยอกล่าวถึงอยู่เรื่องหนึ่งครับ จนกลายเป็นตำนานไป
โดย Celine Dion มักจะกล่าวอยู่บ่อยๆว่า
"If God would have a singing voice, He must sound a lot like Andrea Bocelli."
(ถ้าพระเจ้ามีเสียงร้องเพลง เสียงของท่านก็คงจะฟังดูเหมือน Andrea Bocelli )
ทำไมประโยคนี้ถึงกลายเป็นตำนาน? Celine ไม่ได้ชมเพราะรักษามารยาทอะไร
มันสะท้อนถึง "เอกลักษณ์" ในเสียงของเขาที่หาคนเลียนแบบได้ยาก
ความบริสุทธิ์ (Purity)
: เสียงของเขาถูกมองว่ามีความใสและกังวานแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก
ความสงบและทรงพลัง
: เขาสามารถร้องเพลงที่ดูเปราะบาง อ่อนโยน ไปจนถึงเพลงที่ทรงพลังระดับโอเปร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อารมณ์ที่ส่งถึงคนฟัง
: แม้คนฟังจะแปลไม่ออก (เพราะเขาร้องเป็นภาษาอิตาลีหรือละตินบ่อยครั้ง) แต่ความรู้สึกของเพลงสามารถส่งผ่านถึงจิตวิญญาณของผู้ฟังได้ จนหลายคนนิยามว่าเป็น
"เสียงจากสวรรค์"
ในปี 2010 Andrea Bocelli ได้รับการยกย่องให้มีชื่อจารึกใน Hollywood Walk of Fame
Bocelli มียอดขายอัลบั้มรวมกันกว่า 90 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก
นอกจากผลงานดนตรี เขายังจัดตั้งมูลนิธิ Andrea Bocelli Foundation เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติทั่วโลกอีกด้วย
ที่นำมาตั้งกระทู้นี้ก็เพื่อจะบอกว่า การสูญเสียการมองเห็นไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะต้องหมดสิ้นไป
อย่างที่คุณ Par บอกไว้ในกระทู้นั้นว่า มีน้องคนหนึ่งดื่มเหล้าเถื่อนไปจนทำให้ต้องสูญเสียสายตาไป
แล้วทำไมหมดอาลัยตายยากกับชีวิตที่เหลือไปเลย
อยากจะบอกว่า การพิการทางสายตาไม่ใช่จุดจบของชีวิตครับ
ผู้พิการทางสายตา นั้นเอาจริงๆ เขาจะมีพลังวิเศษอยู่อย่างหนึ่งที่คนสายตาปกติไม่มีทางมีได้
นั่นคือการสร้างพรแสวง ให้กลายเป็น พรสวรรค์ ครับ
ด้วยข้อจำกัดของการดำรงชีวิตโดยการมองเห็น กลุ่มคนพิการ สามารถสร้างพลังวิเศษในตัวออกมาให้กลายเป็นพรสววรค์อันยิ่งใหญ่ได้
ก็เลยขอนำเอาเรื่องราวของ Bocelli มาเล่าสู่กันฟังครับ นี่ถ้าตอนอายุ 12 ปีแล้วสูญเสียการมองเห็น แล้วหลังจากนั้นแกสิ้นหวังกับชีวิตไป แล้วหมดอาลัยตายอยาก โลกของเราก็คงจะไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงร้องของพระเจ้า
ข้อมูล :- วิกิ, AI และ ยูทูปครับ
อันเดรอา โบเชลลี (Andrea Bocelli) "บุรุษผู้พิสูจน์ว่า ดนตรีไม่ต้องใช้ดวงตามอง แต่ใช้หัวใจสัมผัส"
https://pantip.com/topic/43935293
แล้วก็ มีความเห็นของ คุณ Parในความเห็นที่ 6
https://pantip.com/topic/43935293/comment6
มากล่าวถึงเรื่องของคนตาบอด โดยเฉพาะคนที่เกิดมาตามองได้ปกติ แต่ต้องมาเสียดวงตาในภายหลัง
โดยได้ใช้ คำว่า " เพราะการมองไม่เห็นผมว่ามันเป็นภาวะที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิตแล้ว"
เพราะประโยคนี้แหละครับ ทำให้ผมคิดถึง คนๆนี้เลยครับ คุณ Andrea Bocelli
คุณ Bocelli เป็น นักร้องเสียงเทเนอร์ชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเป็นศิลปินที่สามารถร้องได้ทั้งแนวเพลงคลาสสิก (Opera) และเพลงป็อปได้อย่างลงตัว
แต่แกมีปัญหาเรื่องการมองเห็นตั้งแต่เด็กๆครับ ตอนเด็กๆแกเป็นโรคต้อหิน แต่ก็ยังพอมองได้ลางๆ มาตอนอายุ 12 แกเกิดอุบัติเหตุโดนลูกฟุตบอลกระแทกที่หัว อาการน่าจะรุนแรงจนทำให้แกต้องสูญเสียการมองเห็นไป
แกรักและชอบเล่นดนตรีมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น ฟลูต เปียโน แซกโซโฟน และทรัมเป็ต
ถึงแกจะสูญเสียการมองเห็น แต่แกไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต แกสามารถเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปิซา และเคยทำงานเป็นทนายความอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะหันเข้าสู่เส้นทางดนตรีเต็มตัว
จุดเริ่มต้นในสายงานการร้องเพลงคือแกมักจะไปร้องเพลงตามเปียโนบาร์ เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน
แล้วชีวิตของแกก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เมื่อ Zucchero ศิลปินร็อกชื่อดังของอิตาลี ให้ Bocelli ร้องเดโมเพลง Miserere
แล้วก็ไปสะดุดตาเป็นที่สนใจของ Luciano Pavarotti นักร้องโอเปร่าเสียงเทเนอร์ (Tenor) ชาวอิตาลีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักร้องที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 20 ได้รับฉายาว่า "King of the High Cs" จากการที่สามารถร้องตัวโน้ต High C (โด สูง) ได้อย่างใสสะอาดและทรงพลัง ซึ่งเป็นโน้ตที่ร้องยากมากสำหรับนักร้องเทเนอร์
Pavarotti........(สุดยอดนักร้องในดวงใจอีกท่านหนึ่ง... ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)
จากนั้น Andrea Bocelli ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้นไป โดยที่มีความสำเร็จ แล้วก็มีผลงานสร้างชื่ออยู่มากมาย
ในปี 1994 เขาชนะเลิศรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากเทศกาลดนตรีซานเรโม (Sanremo Music Festival) ในเพลง Il mare calmo della sera
เขามีผลงานเพลงฮิตอยู่มากมาย เพลงฮิตตลอดกาลของเขาก็มีเช่น
Con Te Partirò (Time to Say Goodbye): ร้องร่วมกับ Sarah Brightman ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ขายดีที่สุดในโลก
**เพื่ออรรถรสที่สุดยอด สวมหูฟัง ฟังเพลงนี้ครับ
The Prayer: ร้องคู่กับ Celine Dion Andrea Bocelli, Céline Dion - The Prayer
Vivo per lei: เพลงดูเอทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก Vivo per lei
Perfect Symphony: ร่วมงานกับ Ed Sheeran
*** เพลงนี้เป็น 1 เพลงโปรดในดวงใจของผมมากเลยครับ
ใครที่เปิดดูเพลงนี้ให้ลองสังเกตุดูช่วงนาทีที่ 4.13 ครับ จะมีผู้หญิงคนหนึ่ง เอามือเท้าคางหลับตาพริ้ม ฟัง Bocelli ร้อง ดูเธอมีความสุขมากๆ เธอคือ Veronica Berti เป็นภรรยาของ Bocelli ครับ จังหวะนี้เชื่อว่า คงไม่มีเสียงอะไรในโลกนี้มารบกวนการฟังของเธอได้ ความเพราะความซึ้ง คงมีเต็มอยู่ในหัวใจ
แล้วในวีดิโอนี้ ให้สังเกตุสายตาของ Ed Sheeran ดูครับ สายตาเขามองด้วยความทึ่ง ความเคารพและความศรัทธาต่อ Bocelli เป็นอย่างมาก
เรื่องเสียงร้องของ Bocelli มีการยกยอกล่าวถึงอยู่เรื่องหนึ่งครับ จนกลายเป็นตำนานไป
โดย Celine Dion มักจะกล่าวอยู่บ่อยๆว่า
"If God would have a singing voice, He must sound a lot like Andrea Bocelli."
(ถ้าพระเจ้ามีเสียงร้องเพลง เสียงของท่านก็คงจะฟังดูเหมือน Andrea Bocelli )
ทำไมประโยคนี้ถึงกลายเป็นตำนาน? Celine ไม่ได้ชมเพราะรักษามารยาทอะไร
มันสะท้อนถึง "เอกลักษณ์" ในเสียงของเขาที่หาคนเลียนแบบได้ยาก
ความบริสุทธิ์ (Purity): เสียงของเขาถูกมองว่ามีความใสและกังวานแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก
ความสงบและทรงพลัง: เขาสามารถร้องเพลงที่ดูเปราะบาง อ่อนโยน ไปจนถึงเพลงที่ทรงพลังระดับโอเปร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อารมณ์ที่ส่งถึงคนฟัง: แม้คนฟังจะแปลไม่ออก (เพราะเขาร้องเป็นภาษาอิตาลีหรือละตินบ่อยครั้ง) แต่ความรู้สึกของเพลงสามารถส่งผ่านถึงจิตวิญญาณของผู้ฟังได้ จนหลายคนนิยามว่าเป็น "เสียงจากสวรรค์"
ในปี 2010 Andrea Bocelli ได้รับการยกย่องให้มีชื่อจารึกใน Hollywood Walk of Fame
Bocelli มียอดขายอัลบั้มรวมกันกว่า 90 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก
นอกจากผลงานดนตรี เขายังจัดตั้งมูลนิธิ Andrea Bocelli Foundation เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติทั่วโลกอีกด้วย
ที่นำมาตั้งกระทู้นี้ก็เพื่อจะบอกว่า การสูญเสียการมองเห็นไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะต้องหมดสิ้นไป
อย่างที่คุณ Par บอกไว้ในกระทู้นั้นว่า มีน้องคนหนึ่งดื่มเหล้าเถื่อนไปจนทำให้ต้องสูญเสียสายตาไป
แล้วทำไมหมดอาลัยตายยากกับชีวิตที่เหลือไปเลย
อยากจะบอกว่า การพิการทางสายตาไม่ใช่จุดจบของชีวิตครับ
ผู้พิการทางสายตา นั้นเอาจริงๆ เขาจะมีพลังวิเศษอยู่อย่างหนึ่งที่คนสายตาปกติไม่มีทางมีได้
นั่นคือการสร้างพรแสวง ให้กลายเป็น พรสวรรค์ ครับ
ด้วยข้อจำกัดของการดำรงชีวิตโดยการมองเห็น กลุ่มคนพิการ สามารถสร้างพลังวิเศษในตัวออกมาให้กลายเป็นพรสววรค์อันยิ่งใหญ่ได้
ก็เลยขอนำเอาเรื่องราวของ Bocelli มาเล่าสู่กันฟังครับ นี่ถ้าตอนอายุ 12 ปีแล้วสูญเสียการมองเห็น แล้วหลังจากนั้นแกสิ้นหวังกับชีวิตไป แล้วหมดอาลัยตายอยาก โลกของเราก็คงจะไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงร้องของพระเจ้า
ข้อมูล :- วิกิ, AI และ ยูทูปครับ