สารคดีประวัติศาสตร์ Dassault Rafale พายุพิฆาตแห่งฝรั่งเศส

สารคดีประวัติศาสตร์ Dassault Rafale พายุพิฆาตแห่งฝรั่งเศส

1. ภาพรวมและนิยามของ "ราฟาล"
ดาโซ ราฟาล คือเครื่องบินรบอเนกประสงค์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส ชื่อของมันมีความหมายว่า "ลมกระโชก" หรือ "การระดมยิง" ถูกออกแบบมาภายใต้ปรัชญา "Omnirole" ซึ่งหมายถึงความสามารถในการปฏิบัติภารกิจที่หลากหลายและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้ภายในการบินเที่ยวเดียว ไม่ว่าจะเป็นการรบทางอากาศ การโจมตีภาคพื้นดิน การลาดตระเวน หรือแม้แต่การบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์

2. ประวัติการพัฒนาและจุดแตกหักกับยุโรป
ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ฝรั่งเศสต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่มาทดแทนฝูงบินเดิมที่ล้าสมัย ในตอนแรกได้ร่วมมือกับชาติยุโรป (อังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี และสเปน) ในโครงการเครื่องบินรบแห่งอนาคต แต่ฝรั่งเศสตัดสินใจถอนตัวในปี 1985 เนื่องจากความต้องการทางยุทธศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน โดยฝรั่งเศสต้องการเครื่องบินที่มีน้ำหนักเบาและปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้ รวมถึงต้องการเป็นผู้นำโครงการเพื่อรักษาอิสระทางเทคโนโลยี การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ฝรั่งเศสต้องพัฒนา "ราฟาล" ด้วยตนเองทั้งหมด โดยเริ่มจากเครื่องต้นแบบ "ราฟาล เอ" ในปี 1986

3. ปรัชญาการออกแบบและเทคโนโลยีล้ำสมัย
อากาศพลศาสตร์: ใช้การออกแบบปีกสามเหลี่ยม (Delta Wing) คู่กับคานาร์ด (Canard) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในระดับสูงสุด ทนแรง G ได้ถึง 9-11 G และใช้ระบบควบคุมการบินด้วยไฟฟ้า (Fly-by-wire)

เครื่องยนต์ Snecma M88: มีความโดดเด่นที่ระบบ "Supercruise" คือสามารถบินเหนือเสียงได้โดยไม่ต้องใช้สันดาปท้าย ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดการตรวจจับจากรังสีความร้อน

การลดการตรวจจับ: แม้ไม่ใช่เครื่องบินสเตลธ์เต็มรูปแบบ แต่มีการใช้วัสดุผสมมากกว่า 70% และปรับรูปทรงช่องรับอากาศเพื่อลดพื้นที่หน้าตัดเรดาร์ (RCS)

ระบบการรวมข้อมูล (Data Fusion): ห้องนักบินถูกออกแบบให้ประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทุกตัวมาสรุปให้นักบินเข้าใจง่ายขึ้นในหน้าจอเดียว เพื่อลดภาระงานในขณะทำการรบ

4. ระบบเซ็นเซอร์และสงครามอิเล็กทรอนิกส์
เรดาร์ RBE2 AESA: เป็นเรดาร์สแกนอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย ตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำ

ระบบ SPECTRA: คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอด เป็นระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจจับและรบกวนสัญญาณคุกคามได้รอบทิศทาง 360 องศา

เซ็นเซอร์ OSF: ระบบตรวจจับด้วยแสงและอินฟราเรดที่ทำให้ราฟาลสามารถค้นหาเป้าหมายได้ "อย่างเงียบเชียบ" โดยไม่ต้องเปิดเรดาร์ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ศัตรูรู้ตัว

5. ระบบอาวุธและการพัฒนามาตรฐาน (Standard)
ราฟาลรองรับอาวุธที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ขีปนาวุธ Meteor (อากาศสู่อากาศพิสัยไกล), SCALP EG (โจมตีภาคพื้นดิน), ไปจนถึงอาวุธนิวเคลียร์ ASMP-A โดยเครื่องบินจะถูกอัปเกรดเป็นระดับต่างๆ (Standard) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ F1 จนถึงปัจจุบันที่กำลังก้าวไปสู่มาตรฐาน F4 และ F5 ในอนาคต ซึ่งจะเน้นการเชื่อมต่อเครือข่ายและการทำงานร่วมกับโดรนรบ

6. ประสบการณ์ในสนามรบและการส่งออก
ราฟาลได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องบินที่ "Combat Proven" หรือผ่านการรบจริงมาแล้วในหลายสมรภูมิ เช่น ลิเบีย, อัฟกานิสถาน, มาลี และอิรัก ความสำเร็จในสนามรบประกอบกับการที่เป็นเทคโนโลยี "ITAR-free" (ไม่มีข้อจำกัดจากสหรัฐฯ) ทำให้ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดโลก โดยมีลูกค้าสำคัญอย่าง อียิปต์, อินเดีย, กาตาร์, กรีซ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย

7. รุ่นต่างๆ ของราฟาล
Rafale C: รุ่นที่นั่งเดี่ยวสำหรับกองทัพอากาศ

Rafale B: รุ่นสองที่นั่งสำหรับกองทัพอากาศ (เน้นภารกิจโจมตีและฝึก)

Rafale M: รุ่นสำหรับกองทัพเรือ มีการเสริมโครงสร้างขาตั้งล้อและมีขอเกี่ยวเพื่อลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่