The Age of Variable Geometry ซึ่งอำนาจ กติกา และสนามความขัดแย้งไม่ดำรงอยู่ในรูปแบบตายตัว

กระทู้สนทนา
บทความวิชาการ  และการอ้างอิง โดยวางอยู่บนฐานของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะ ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงโดยตรงกับโจทย์ The Age of Variable Geometry และคำถามดีเบตทั้งสิบประการ


ประเทศไทยในยุค The Age of Variable Geometry:
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 และอธิปไตยทางปัญญาของรัฐไทย

บทคัดย่อ (Abstract)

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานะของประเทศไทยภายใต้บริบทโลกยุค The Age of Variable Geometry ซึ่งอำนาจ กติกา และสนามความขัดแย้งไม่ดำรงอยู่ในรูปแบบตายตัว หากแต่เปลี่ยนแปลงตามบริบท เชิงอำนาจ เครือข่าย และการรับรู้ของสังคม บทความเสนอว่า การนิยามความมั่นคงของชาติในศตวรรษที่ 21 ไม่อาจจำกัดอยู่เพียงมิติทางทหารหรือเศรษฐกิจ หากแต่ต้องครอบคลุม อธิปไตยทางปัญญา (Cognitive Sovereignty) และความมั่นคงเชิงโครงสร้างของทุนมนุษย์

ในกรอบดังกล่าว บทความชี้ให้เห็นว่า การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และบนฐานของ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ คือกรณีศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเคยมี “คำตอบเชิงโครงสร้าง” ต่อโลกที่ผันผวนได้จริง ผ่านการสร้างคนก่อนสร้างอำนาจ บทความยังวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลบจากการบิดเบือนประวัติศาสตร์การศึกษา การลดทอนคุณค่าของการอภิวัฒน์การศึกษา ปี 2538 และผลลัพธ์เชิงโศกนาฏกรรมทางการเมืองและสังคมที่ตามมา ในปี 2553


1. The Age of Variable Geometry กับการนิยาม “ความมั่นคงของชาติ” ใหม่

ในโลกที่ไม่มีกติกาเดียวใช้กับทุกประเทศ ความมั่นคงของชาติไม่อาจนิยามเพียงการปกป้องพรมแดนหรือเสถียรภาพทางการเงิน หากแต่ต้องรวมถึง ความสามารถของรัฐในการรักษาความสามารถในการคิด ตัดสินใจ และกำหนดอนาคตของตนเอง

ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์เสนอว่า ความมั่นคงที่ยั่งยืนที่สุด คือ ความมั่นคงของทุนมนุษย์ เพราะรัฐซึ่งประชาชนขาดการศึกษา ย่อมเป็นรัฐที่ถูกชักจูง ถูกครอบงำ และถูก weaponize ได้โดยง่าย ไม่ว่าผ่านกฎหมาย ระบบการเงิน หรือแพลตฟอร์มเทคโนโลยี


2. โลกที่กฎหมายและระบบการเงินถูก Weaponize: ตำแหน่งของไทย

ในโลกที่มหาอำนาจสามารถใช้อำนาจนอกสนามรบ การป้องกันตนเองของรัฐขนาดกลางอย่างประเทศไทย ไม่อาจทำได้ด้วยการ “เลือกข้าง” หากแต่ต้องอาศัย ความสามารถในการไม่เดินผิดสนามอำนาจ

ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ชี้ว่า การไม่เดินผิดสนาม เริ่มจากการไม่ปล่อยให้โครงสร้างภายในรัฐอ่อนแอ โดยเฉพาะระบบการศึกษา เพราะรัฐซึ่งประชาชนไม่เข้าใจโลก ย่อมถูกลากเข้าสนามที่ตนไม่รู้ตัว


3–4. สงครามการรับรู้ Post-truth และ Cognitive Security

หากสงครามยุคใหม่เกิดในสนามการรับรู้ รัฐซึ่งตอบสนองด้วยการเซ็นเซอร์ ย่อมแพ้ตั้งแต่ต้น
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์เสนอทางเลือกที่ลึกกว่า คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ผ่านการศึกษาที่ทำให้ประชาชน

แยกแยะข้อมูล
เข้าใจโครงสร้างอำนาจ
ไม่ตกเป็นเหยื่อของ Narrative Warfare

การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 แสดงให้เห็นแล้วว่า การลงทุนใน “ความเสมอภาคเชิงโครงสร้างของการศึกษา” คือการลงทุนในความมั่นคงทางการรับรู้ของรัฐทั้งระบบ


5. Proxy Conflict, State Capture และอาชญากรรมเชิงยุทธศาสตร์

ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์มองว่า ปัญหา Scammer–Corruption–เครือข่ายอิทธิพล ไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดา แต่คือ ภัยเชิงยุทธศาสตร์ระดับรัฐ ที่เกิดจากรัฐถูก capture จากภายใน

เครื่องมือศตวรรษที่แล้วไม่อาจรับมือภัยศตวรรษที่ 21 ได้ หากไม่เริ่มจากการฟื้นฟูโครงสร้างการศึกษาที่ทำให้ประชาชน “รู้เท่าทันอำนาจ” ตั้งแต่วัยเรียน


6–7. Plurilateral World และ Cognitive Sovereignty

ในโลกที่แพลตฟอร์มและทุนข้ามชาติมีอิทธิพลเหนือรัฐ การรักษาอธิปไตยไม่ได้แปลว่าปิดประเทศ
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์เสนอว่า อธิปไตยทางการตัดสินใจ เกิดจากประชาชนที่มีการศึกษาเพียงพอจะใช้เทคโนโลยี โดยไม่ถูกเทคโนโลยีใช้


8–9. เศรษฐกิจที่ถูก Weaponize และกับดัก Supply Chain

ข้อมูลเชิงประจักษ์จาก Haas (1999) ชี้ชัดว่า ก่อนการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 แรงงานไทยกว่า ร้อยละ 79.1 มีการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของรัฐไทยในการพัฒนาทุนมนุษย์มาอย่างยาวนาน

การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล คือจุดตัดทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ประเทศไทยเริ่มหลุดออกจากกับดักการเป็นเพียงแรงงานราคาถูกในห่วงโซ่อุปทานของผู้อื่น


10. การประเมินผู้นำใน The Age of Variable Geometry

ในกรอบปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ผู้นำประเทศไม่ควรถูกประเมินจากความสามารถด้านประชานิยม หากแต่จาก
ความสามารถในการไม่พาประเทศเดินผิดสนามอำนาจ

การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 พิสูจน์แล้วว่า ผู้นำที่เข้าใจโลกเชิงโครงสร้าง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แม้ในบริบทวิกฤตการเมือง–เศรษฐกิจ


บทเรียนเชิงประวัติศาสตร์และความเจ็บปวดที่ยังไม่ถูกเยียวยา

การบิดเบือนและลบความจริงเกี่ยวกับการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และความเป็นมาที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มิได้เป็นเพียงความผิดพลาดทางวิชาการ หากแต่เป็นการบ่อนเซาะความเข้าใจของสังคมไทยต่อรากเหง้าของสิทธิและความเสมอภาค

ข่าวปลอมและการเคลมผลงานโดยหน่วยราชการและหน่วยงานรัฐ ได้สร้างความเข้าใจผิดเชิงโครงสร้าง นำไปสู่โศกนาฏกรรมทางการเมือง เหตุการณ์นองเลือดกลางกรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ. 2553 และความเจ็บปวดที่ครอบครัวผู้สูญเสียยังไม่ได้รับความยุติธรรมจนถึงปี พ.ศ. 2569


บทสรุป

ใน The Age of Variable Geometry การไม่พูดถึงอำนาจรูปแบบใหม่ คือการยอมให้ประเทศเดินเข้าสู่ความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ และการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมแล้วว่า
การสร้างคน คือการสร้างอธิปไตย
และการลบความจริงทางประวัติศาสตร์ คือการทำลายความมั่นคงของชาติในระยะยาว


เอกสารอ้างอิง

Haas, A. R. (1999). Trends in Articulation Arrangements for Technical and Vocational Education in the South East Asian Region. UNESCO–UNEVOC & RMIT University, Australia.

(การอ้างอิงเกี่ยวกับ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics) อยู่บนฐานเอกสารจาก UNESCO, World Bank, ADB, UNICEF, SEAMEC, SSRN และ ERIC ตามหลักเกณฑ์สากล)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่