Chasing the Tracks: Harbin to Bangkok by Train "ไม่ง้อเครื่องบินเพราะอยากฟินกับราง" ฮาร์บินกลับกรุงเทพโดยรถไฟ

กระทู้สนทนา
เพี้ยนสวัสดี

Wǒ shì Tàiguó rén, wǒ xǐhuan Zhōngguó !!

มีโอกาสได้ Backpack มาเที่ยวฮาร์บินคนเดียว ตอนมาถึงก็ยังไม่มีแผนเที่ยวไหนต่อก่อนกลับไทย เพราะจีนใหญ่มากและอยากเที่ยวอีกหลายเมืองที่ยังไม่ได้ไปเก็บ คิดไปคิดมาเลยมีไอเดียว่าจะบินกลับทำไมให้เสียดายวิว เลยตัดสินใจจะนั่งรถไฟจากฮาร์บินยาวๆ กลับไปจนถึงกรุงเทพเลย จะนั่ง/นอน ไปเรื่อยๆ เหนื่อยไหนก็แวะพัก แวะเที่ยวเมืองที่ผ่าน ไปแบบ slow life ทริปนี้เลยได้ประสบการณ์การเที่ยวที่สนุกและประทับใจไปอีกแบบ (เรื่องราวว่าไปเจอไรมาบ้าง เมืองไหนเป็นไงบ้าง จะมารีวิวอีกที) ส่วนด้านล่างจะสรุปคร่าวๆ ข้อมูลการเดินทางที่ผ่านมา เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับคนที่อยากมาลุยแบบนี้ ไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง ส่วนตัวผมเองถ้ามีโอกาสก็ยังอยากไปอีกหลายๆ เมือง มีไรให้เรียนรู้อีกเยอะะะ



🚞 สรุปการเดินทาง: Harbin to Bangkok (Rail-Only Edition)
1. ทริปนี้ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 12-13 วัน นับตั้งแต่บินออกจากสุวรรณภูมิจนไปฮาร์บิน (2:30 am 11 Jan 2026) จนกลับมาเท้าแตะพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ (7:30 am 23 Jan 2026)

2. การทางเดินทางขากลับ จะใช้รถไฟต่อกันเป็นช่วงๆ ประมาณ 6-7 ช่วงตามรูป ไม่ใช้เครื่องบินหรือรถบัสระหว่างเมือง เฉพาะระยะเวลาบนรถไฟรวมประมาณเกือบ 60 ชม. ระยะทางรวมประมาณ 4500-5000 กิโลเมตร (ถึงจะไม่ไกลเท่ารถไฟสาย Trans Siberia แต่ก็ได้ผ่านได้เห็นไรเยอะเลย)

3. การจองรถไฟจะคิดวันต่อวันเพราะแล้วแต่อารมณ์ว่าอยากอยู่เมืองนั้นต่อแค่ไหน เลยจองตั๋วผ่าน Trip.com ในคืนก่อนดินทาง และพยายามจองที่นั่ง (first class - second class)/ที่นอน (soft sleeper - hard sleeper) ในรถไฟจีนหลายๆ แบบ ทั้งรถไฟความเร็วสูงหัวกระสุน (G, D, C Trains) และรถไฟปกติ (K & Z Trains) เพื่อจะได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ - ขั้นตอนการจองตั๋วจะเลือกรอบรถไฟที่ลงตัวกับเวลาที่อยากเดินทาง ทำให้บางครั้งอาจต้องยอมจ่ายแพงขึ้น เพราะไม่อยากรอ (แต่ยังไม่รวยพอนั่งชั้น business เพราะตั๋วแพงมากกก)
*จริงๆควรจองผ่าน App จีน Railway 12306 โดยตรงจะถูกกว่า แต่ติดปัญหาไม่มีเบอร์จีน เลยทำไม่ได้ คงต้องหาคนช่วยแนะนำ

4. ทริปนี้นั่งรถไฟผ่าน 3 ประเทศ จากจีนเกือบเหนือสุดลงมาทางคุนหมิง ผ่านสิบสองปันนา เข้าลาวผ่านหลวงพระบาง ลงเวียงจันทน์ และมาใช้รถไฟไทยจากเวียงจันทน์ ขึ้นที่สถานีคำสะหวาดจนถึงกรุงเทพเลย (มีคลิป youtube แนะนำเรื่องการผ่านด่านจีน ลาว ไทยเยอะแล้ว)
*สถานีรถไฟความเร็วสูงลาวจีน อยู่คนละที่กับสถานีรถไฟลาวไทยคำสะหวาด ยังต้องต่อรถเพื่อเชื่อมกัน

5. เมืองที่แวะพักค้างคืนมี 6 เมือง คือ ฮาร์บิน (-15 ถึง -25 C หิมะตกด้วย), เทียนจิน (-3 ถึง 2 C), ฉางชา (8 ถึง 20 C), คุณหมิง (6 ถึง 15 C), พูเอ้อร์ (12 ถึง 20 C) และเวียงจันทน์ โดยจะเลือกพักโรงแรมในจุดศูนย์กลางเมืองเป็นหลัก  ค้างคืนเมืองละ 1-2 คืน การเที่ยวคือเดินๆ ทั้งวัน มีขึ้นรถไฟใต้ดินบ้างนิดหน่อย ไม่มีแผนเก็บที่เที่ยวไฮไลท์ที่ไหน ยกเว้นว่าเดินผ่านก็ได้ถ่ายรูป

5. เฉพาะค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ-ฮาร์บินขาไป 4,000 บาท แต่ค่าตั๋วรถไฟขากลับรวมประมาณ 10,500 บาท /ค่าโรงแรม 8 คืน ประมาณ 7,500 บาท (บางคืนนอนบนรถไฟ) รวมค่ากิน, didi taxi, etc. ทั้งทริปประมาณ 27,000 (จะมากกว่าน้อยกว่าตาม life style การเที่ยว โรงแรมที่พัก และการวางแผนเลือกเมืองแต่ละคนเลย)

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากประสบการณ์ (Survival Tips)

​💡 เวลาและ budget - ควรมีเวลาให้กับตัวเองมากกว่า 10 วันและงบอย่างน้อย 25,000-30,000 บาท

​💡 มือถือ 2 เครื่อง/sim net ที่เล่น App ไทยได้  (ลง App สำคัญๆ Alipay/Wechat/Trip.com/Translator/Baidu map ด้วย) + power bank เพื่อลดความเสี่ยงการขาดการติดต่อถ้าเครื่องหลักมีปัญหา (ตอนอยู่ฮาร์บินเครื่องหลักดับ แบตฮวบ 0% เพราะเจออากาศหนาวจัด) และการทำธุรกรรมที่จีนจะใช้มือถือมากกว่า 90% ไม่เน้นเงินสด

​💡 สติ - อันนี้สำคัญสุดๆ ให้พยามจำทิศทาง ดูแผนที่ให้เก่ง และให้สังเกตการใช้ชีวิตของคนท้องถิ่น ระวังคนที่อาจไม่หวังดีที่เข้ามา รวมทั้งจำตำแหน่งการเก็บพาสปอร์ต มือถือ เงิน .. (แต่ผมเป็นคนขี้ลืมมากกก สุดท้ายก็ลืมวางมือถือ 2 เครื่องในห้องน้ำ ต้องวิ่งกลับเข้าไปหลังจากออกจากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ 🤣)

​💡 ต้องเข้าใจระบบการขึ้นลงรถไฟของจีน - สถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆของจีนจะเป็นเหมือนระบบสนามบินบ้านเรา คือขาเข้า (ชั้นล่าง) จะอยู่คนละชั้นกับขาออก (ชั้นบน) ผู้โดยสารจะไม่ปนกัน จะมีการ scan กระเป๋าก่อนเข้าเสมอ และประตู (gate) ในการขึ้นรถไฟจะเรียงกันตามหมายเลขยาวๆไปตามลำดับ มักจะแบ่ง gate ซ้ายขวาเป็น A กับ B เพราะรถไฟระหว่างเมืองยาวมาก ให้สังเกตจากจอ LCD ยักษ์ ที่จะอยู่กลางสถานีรถไฟทุกที่
*เดี๋ยวนี้แทบไม่ต้องใช้ตั๋วกระดาษในการขึ้นรถไฟที่จีน เพราะหลังจากซื้อตั๋วรถไฟ ระบบจะมีข้อมูล passport เราแล้ว ตอนขึ้นรถไฟก็แค่ไปให้ถูก gate และยื่น passport ให้เจ้าหน้าที่ช่วย scan (ช่องคนต่างชาติอย่างเรามักอยู่ช่องซ้ายสุดหรือขวาสุด เพราะตรงกลางหลายๆช่อง คนจีนจะ scan บัตร ปชช เข้าไป)

​💡 ภาษาจีนควรรู้บ้าง เพราะคนจีนกว่า 90% ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย เช่น การถามทางไปห้องน้ำ การจ่ายตังค์ แต่หากไม่ได้เลยก็ต้องพึ่ง App แปลภาษา แต่คิดว่าภาษามือกับใช้รูปภาพจะช่วยได้เยอะกว่า (ผมเองระดับภาษาจีนก็อ่อนด้อย น่าจะระดับ 1-2 เต็ม 10)

















Remark
1. คนที่จะเที่ยวแบบนี้ควรมี mindset ที่พร้อมจะปรับตัว และพยามเข้าใจสิ่งที่ต้องเจอ เช่น คนจีนชอบเสียงดัง สูบบุหรี่ ไม่ค่อยต่อคิว และดูไม่ค่อยสนใจใครเหมือนคนไทย แต่จริงๆคนดีๆที่พร้อมจะหันมาช่วยก็มีไม่น้อย แต่เพราะปัญหาเรื่องภาษาทำให้เราต้องพึ่งตัวเองเยอะๆ เลยไม่แนะนำการเที่ยวแบบนี้กับคนที่ติดสบายหรือหงุดหงิดง่าย

2. จริงๆแล้วทริปนี้ไม่ได้เดินทางคนเดียวซะทีเดียว เพราะมีเพื่อนฝากซื้อน้องมอลลี่ 400% จาก Pop Mart และเผลอซื้อตั้งแต่อยู่ฮาร์บิน (ไม่รู้จักมอลลี่มาก่อน และไม่รู้ว่าน้องจะตัวโตขนาดนี้ 😆) เลยต้องหิ้วน้องมอลลี่ เป็นเพื่อนเที่ยวติดตัวข้ามประเทศ นั่ง/นอน มองหน้ากันตลอดทาง (น้องไม่มีพาสปอร์ต แต่ดีว่าตอนผ่าน ตม. น้องไม่โวยวาย 😅)




สุดท้ายเพื่อนๆสมาชิกคนไหนมีคำถามเกี่ยวกับทริป หรืออยากให้คำแนะนำอะไร ยินดีพูดคุยแลกเปลี่ยนครับ 🤗

Dr. TU พาเที่ยว
FACEBOOK: https://www.facebook.com/share/1Di17Mo1Zb/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่