ผมชื่อบอส
ในหน่วย ไม่มีใครเรียกชื่อกัน
ทุกคนเรียกผมว่า “พลทหาร”
ผมถูกเลี้ยงดูมาโดยทหารรับจ้าง
และเติบโตอยู่ในหน่วยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา
ผมฆ่าคนมาเยอะ
แต่ผมก็ไม่ชอบมันหรอกนะ
จนบางครั้ง
ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า…
ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของผมเลย
บางทีชีวิตก็ไม่ให้เราเลือก
บางครั้ง เราก็แค่ถูกผลัก
ให้เดินไปตามเส้นทาง
ที่ไม่มีวันหันกลับได้
วันนี้
หน่วยของผมได้รับภารกิจระดับพิเศษ
ผมคิดว่ามันก็คงไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
การฆ่าฟัน
การสู้รบ
เลือด
และเสียงกรีดร้อง
จนกระทั่ง
ผมได้พบเธอ
ดวงตาสีเขียวอ่อน
ราวกับใบหญ้าแรกเกิด
กลิ่นหอม
เหมือนทุ่งหญ้าหลังฝน
โลกเหมือนหยุดชะงัก
เวลาช้าลง
เหมือนทุกอย่างยืดยาวออกไป…
ใบหูแหลมแปลกตา
ในวินาทีนั้นเอง
ผมก็เข้าใจความหมายของคำว่า
รักแรกพบ
…เอลฟ์
คงเป็นอย่างนั้น
ผมได้รับหน้าที่เฝ้าเธอ
“เธอชื่ออะไร”
ผมถามออกไป
เธอเงยหน้ามองผม
แววตานั้น
ทำให้ผมชะงัก
มันเป็นแววตาที่ผมคุ้นเคยดี
แววตาแบบเดียวกับ
ผู้คนที่ผมเคยฆ่าไป
แววตาที่มีแต่ความแค้น
และความเกลียดชัง
ผมรอฟังคำตอบ
แต่สิ่งที่ได้ยิน
กลับมีเพียงเสียงสายลม
และความเงียบ
ที่หนักอึ้ง
ทันใดนั้น
มีใครบางคนเดินเข้ามาในเต็นท์
เขาคือรองหัวหน้าหน่วย
เขามาเพื่อตรวจ
ว่าเลือดของเอลฟ์
มันจะเป็นอย่างที่ข่าวลือหรือไม่
เขากรีดข้อมือของเธอ
แล้วก้มลงเลียเลือดนั้น
ต่อหน้าผม
“รู้สึกถึงพลังจริงๆ” เขาว่า
“ลองดูไหม พลทหาร”
ผมส่ายหัวเบาๆ
แต่ในอกกลับร้อนรุ่ม
ความโกรธที่ไม่คุ้นเคย
เอ่อล้นขึ้นมา
ผมเกลียด
วิธีที่เขาทำกับเธอ
และในหัวของผม
ความคิดโง่ๆ อย่างหนึ่ง
ก็เริ่มก่อตัว
ถ้าผมพาเธอหนีไปล่ะ
แม้จะต้องแลกกับ
การที่ทั้งหน่วย
รวมถึงตัวผมเอง
อาจต้องตาย
ผมเดินเข้าไป
ทำแผลที่ข้อมือให้เธอ
ปลายนิ้วสัมผัสผิว
เย็นกว่าที่คิด
ระหว่างที่ผมพันผ้า
สายตาของเธอ
ยังคงจับจ้องมาที่ผมไม่วาง
แววตานั้น
ไม่ใช่ความดื้อรั้น
แต่มันคือความระแวง
และลึกกว่านั้น
เธอเหมือนกำลัง
ชั่งน้ำหนัก
อะไรบางอย่าง
วันถัดมา
มีคนนำอาหารมาให้เธอ
เธอยังคงถูกมัดไว้
ดังนั้น
หน้าที่ป้อนอาหาร
จึงตกเป็นของผม
ผมไม่คิดว่า
เธอจะยอมทานง่ายๆ
แต่เธอกลับอ้าปากรับช้อน
อย่างเงียบๆ
ช้อนในมือผม
สั่นนิดหน่อย
ผมไม่แน่ใจ
ว่ามันเป็นเพราะความเงียบ
หรือเพราะ
ผมเริ่มไม่อยากให้
ช่วงเวลานี้หายไป
หลังจากมื้ออาหารจบลง
ความเงียบ
ก็กลับมาอีกครั้ง
ก่อนที่เสียงหวานแผ่วเบา
จะหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ
“นายชื่ออะไร”
หลังจากที่เราแนะนำตัวให้กัน
ผมก็ได้รู้ชื่อของเธอในที่สุด
อลิซ
ทำไมเธอถึงตกอยู่
ในสภาพแบบนี้กันนะ
คำถามนั้น
ผุดขึ้นมาในหัว
แต่ผมกลับลังเล
ที่จะเอ่ยปากถาม
ความคิดประหลาด
เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
ถ้าผมพาเธอกลับไป
ที่ป่าเอลฟ์ล่ะ
ที่นั่น…
เธออาจได้ใช้ชีวิต
ที่ควรจะเป็น
ห่างไกลจากโซ่ตรวน
เลือด
อย่างน้อยที่สุด
ผมอยากพาเธอ
หลุดพ้นจากชีวิตอันเน่าเฟะนี้
ให้เธอได้ไปใช้ชีวิต
ในส่วนที่ผม
ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้
ชีวิตที่ผมรู้สึกว่า
ไม่เคยเป็นของตัวเองเลย
ในหัวของผม
แผนการเริ่มก่อตัว
ทีละนิด
ช้าๆ
อีกสามวัน
เราจะถึงจุดนัดรับของ
จากผู้ว่าจ้าง
นั่นหมายความว่า
เวลาของผม
เหลือน้อยเต็มที
ถ้าอย่างนั้น…
ก็คงต้องเป็นคืนนี้แล้วสินะ
คืนที่ผมต้องเริ่มลงมือ
ทำตามแผน
และหักหลัง
ชีวิตที่ผมเคยเดินมา
ผมก้มลง
กระซิบใกล้หูเธอ
“ผมจะพาเธอหนีไป…
เธอเชื่อใจผมไหม”
เธอนิ่งไป
ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
จนแทบไม่ได้ยิน
“บอส…”
แค่นั้น
แล้วเธอก็พยักหน้า
กลางดึก
ในเวลาที่หลายคนหลับใหล
ผมวางยาลงในน้ำ
ยามสองคนของหน่วย
ดื่มเข้าไป
ไม่นานนัก
ก็หลับสนิท
ผมรีบเข้าไป
ตัดเชือกที่มัดเธอไว้
แล้วพาเธอ
กระโดดขึ้นหลังม้า
คลุมผ้ามุงหน้า
มุ่งตรงไปยังทิศเหนือ
ป่าเอลฟ์
ระหว่างทาง
หัวใจผมเต้นแรง
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผมรู้สึก…มีความสุข
รู้สึกเหมือนได้มีชีวิต
เป็นครั้งแรกในชีวิต
อลิซโอบกอดเอวผมไว้แน่น
ราวกับไม่อยากปล่อย
ให้ผมหลุดไปไหน
ร่างของเราชิดใกล้กัน
ผมซึมซับกลิ่นอ่อนละมุน
จากตัวเธอ
ในอ้อมกอดนั้น
เหมือนทั้งโลกมีแค่เราสองคน
เหลือเพียงความสุขหวานละมุน
ที่ค่อยๆ ซึมลึกลงไปในใจ
ทำให้หัวใจผม
ชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง
ผมโชคดี
ที่ป่าเอลฟ์
อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
แต่ลึกๆ ในใจ
กลับมีความรู้สึกประหลาด
ผุดขึ้นมา
ทำไมผมถึงรู้จักทาง
ไปป่าเอลฟ์ได้ดี
ขนาดนี้นะ
เหมือนเคยมาเยือนมาก่อน
ทั้งที่ตั้งแต่เด็กจนโต
ชีวิตผมมีแค่สงคราม
และค่ายทหารรับจ้าง
หลังจากเดินทาง
ราวหนึ่งวัน
เราก็มาถึง
เขตป่าเอลฟ์
เธอรีบลงจากม้า
แล้ววิ่งหาย
เข้าไปในแนวไม้
โดยไม่หันกลับมา
มองผมเลย
แต่แค่นั้น
ก็พอแล้ว
แค่รู้ว่า
เธอได้กลับไปใช้ชีวิตของเธอ
ผมก็มีความสุขแล้ว
สองวันต่อมา
ผมถูกจับ
พร้อมกับทั้งหน่วยของผม
เสียงด่า
เสียงสาปแช่ง
ดังไม่ขาดสาย
ผมถูกโยน
เข้าไปในห้องขังแคบๆ
ก่อนจะได้ยิน
เสียงฝีเท้า
ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้
“บอส…
จากหน่วยทหารรับจ้าง ใช่ไหม”
เสียงผู้หญิงเอ่ยถาม
ผมพยักหน้าเบาๆ
เธอเข้ามา
เจาะเลือดผม
แล้วนำไปตรวจ
ด้วยเครื่องมือแปลกประหลาด
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย”
เธอพึมพำ
“เธอหมายความว่ายังไง”
ผมถาม
เธอเงยหน้ามองผม
แล้วหัวเราะเบาๆ
“นายถูกเวย์เสน่ห์เข้าแล้ว”
หัวใจผมกระตุกวูบ
“เอลฟ์ตนนั้นคงเลือกนาย
เพราะนายดูเด็กที่สุดในกลุ่ม
และอ่อนแอที่สุด”
ผมส่ายหัว
ไม่อยากเชื่อ
โกหก…
เธอมองปฏิกิริยาผม
ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ฉันถอนเวย์เสน่ห์ให้นายได้นะ
แต่นายจะต้องรับ
ความรู้สึกจริงทั้งหมด
และเสียใจกับ
สิ่งที่นายทำลงไป”
เธอหยุด
ก่อนจะพูด
อีกทางเลือกหนึ่ง
“หรือไม่ก็…
ปล่อยมันไว้แบบนี้”
ผมนิ่งเงียบ
สุดท้าย
ผมเลือก
ไม่ถอนมันออก
บางที…
ผมอาจเป็นเด็ก
อย่างที่เธอว่า
เด็กที่กลัว
จะเผชิญหน้า
กับความรู้สึกจริงๆ
เพราะถ้าความรักทั้งหมด
ที่ผมรู้สึก
ไม่ใช่ของจริง
ผมก็ไม่แน่ใจ
ว่าผมจะยังมีอะไร
เหลืออยู่ในชีวิตนี้อีก
หลังจากวันนั้น
ทุกอย่างก็เดินไป
ตามระเบียบ
เรียบร้อย
และไร้ความปรานี
พวกเรา
ทั้งหน่วย
ถูกตัดสินโทษประหาร
ไม่มีการไต่สวน
ไม่มีคำอธิบาย
ทหารรับจ้าง
ไม่สมควรได้เหตุผล
มีแค่หน้าที่
และจุดจบ
ผมถูกพาไปยืนเรียง
กับคนที่เคย
รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
คนที่ผมเคยช่วยไว้
และคนที่เคยช่วยผม
วันนี้
ทุกคนมองผม
ด้วยสายตาเดียวกัน
ไม่ใช่ความแค้น
ไม่ใช่ความเกลียด
แต่คือความสมเพช
เพราะผมเลือก
ผู้หญิงคนหนึ่ง
ผมเผลอคิดถึง
ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่นั้น
คิดถึง
กลิ่นของใบหญ้าอ่อน
หลังฝน
คิดถึง
ความรู้สึกอบอุ่น
ที่ผมเข้าใจผิด
ว่าเรียกว่า “ความรัก”
น่าขันดี
ทั้งชีวิตผม
รอดจากสนามรบ
มาหลายครั้ง
แต่กลับมาตาย
เพราะความหวังโง่ๆ
ว่าคนคนหนึ่ง
จะมีชีวิตที่ดีกว่า
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่าอลิซ
จำชื่อผมได้หรือเปล่า
หรือว่าทั้งหมดนั้น
เป็นแค่เวทมนตร์
อ้อมกอดตอนขี่ม้า…
แน่นจนเหมือนไม่อยากปล่อย
กลิ่นหญ้าอ่อน
ที่ซึมเข้าไปในปอด
หัวใจที่เคยแห้งแล้ง
แล้วชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง
มันจริงหรือ
หรือแค่เวทย์
ที่ทำให้ผม
เห็นสิ่งที่ผมอยากเห็น
เพราะผมกลัวเกินไป
ที่จะยอมรับว่า
ชีวิตนี้
ไม่มีอะไรแบบนั้นจริงๆ
ถ้าถอนมันออกไป
แล้วเหลือแค่ผมคนเดียว
ผมจะยังจำ
ความชุ่มชื่นนั้นได้ไหม
หรือมันจะหายไป
เหมือนเธอวิ่งหาย
เข้าไปในป่า
ไม่หันกลับมา
มองเลย
สักครั้ง
ผมหลับตา
ไม่ใช่เพราะกลัวดาบ
แต่เพราะกลัวว่า
ถ้าเปิดตา
แล้วพบว่า
ทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา
ผมจะเหลืออะไรอีก
ผมรู้
ว่ามันฟังดูโง่
แต่ผมก็ยัง
เลือกจะเชื่อ
เสียงดาบฟาดลง
และความไร้เดียงสา
ก็ตายไปพร้อมกับ"พลทหาร"
เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ของผมเอง
จากช่วงที่ผมเป็นซึมเศร้า และเคยยึดบางอย่างไว้เพื่อมีชีวิตต่อ
สรุปอลิซรักบอสไหมนะหรือคิดไปเอง แล้วใครเป็นคนผิด
กลิ่นหญ้าอ่อนๆ
ในหน่วย ไม่มีใครเรียกชื่อกัน
ทุกคนเรียกผมว่า “พลทหาร”
ผมถูกเลี้ยงดูมาโดยทหารรับจ้าง
และเติบโตอยู่ในหน่วยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา
ผมฆ่าคนมาเยอะ
แต่ผมก็ไม่ชอบมันหรอกนะ
จนบางครั้ง
ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า…
ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของผมเลย
บางทีชีวิตก็ไม่ให้เราเลือก
บางครั้ง เราก็แค่ถูกผลัก
ให้เดินไปตามเส้นทาง
ที่ไม่มีวันหันกลับได้
วันนี้
หน่วยของผมได้รับภารกิจระดับพิเศษ
ผมคิดว่ามันก็คงไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
การฆ่าฟัน
การสู้รบ
เลือด
และเสียงกรีดร้อง
จนกระทั่ง
ผมได้พบเธอ
ดวงตาสีเขียวอ่อน
ราวกับใบหญ้าแรกเกิด
กลิ่นหอม
เหมือนทุ่งหญ้าหลังฝน
โลกเหมือนหยุดชะงัก
เวลาช้าลง
เหมือนทุกอย่างยืดยาวออกไป…
ใบหูแหลมแปลกตา
ในวินาทีนั้นเอง
ผมก็เข้าใจความหมายของคำว่า
รักแรกพบ
…เอลฟ์
คงเป็นอย่างนั้น
ผมได้รับหน้าที่เฝ้าเธอ
“เธอชื่ออะไร”
ผมถามออกไป
เธอเงยหน้ามองผม
แววตานั้น
ทำให้ผมชะงัก
มันเป็นแววตาที่ผมคุ้นเคยดี
แววตาแบบเดียวกับ
ผู้คนที่ผมเคยฆ่าไป
แววตาที่มีแต่ความแค้น
และความเกลียดชัง
ผมรอฟังคำตอบ
แต่สิ่งที่ได้ยิน
กลับมีเพียงเสียงสายลม
และความเงียบ
ที่หนักอึ้ง
ทันใดนั้น
มีใครบางคนเดินเข้ามาในเต็นท์
เขาคือรองหัวหน้าหน่วย
เขามาเพื่อตรวจ
ว่าเลือดของเอลฟ์
มันจะเป็นอย่างที่ข่าวลือหรือไม่
เขากรีดข้อมือของเธอ
แล้วก้มลงเลียเลือดนั้น
ต่อหน้าผม
“รู้สึกถึงพลังจริงๆ” เขาว่า
“ลองดูไหม พลทหาร”
ผมส่ายหัวเบาๆ
แต่ในอกกลับร้อนรุ่ม
ความโกรธที่ไม่คุ้นเคย
เอ่อล้นขึ้นมา
ผมเกลียด
วิธีที่เขาทำกับเธอ
และในหัวของผม
ความคิดโง่ๆ อย่างหนึ่ง
ก็เริ่มก่อตัว
ถ้าผมพาเธอหนีไปล่ะ
แม้จะต้องแลกกับ
การที่ทั้งหน่วย
รวมถึงตัวผมเอง
อาจต้องตาย
ผมเดินเข้าไป
ทำแผลที่ข้อมือให้เธอ
ปลายนิ้วสัมผัสผิว
เย็นกว่าที่คิด
ระหว่างที่ผมพันผ้า
สายตาของเธอ
ยังคงจับจ้องมาที่ผมไม่วาง
แววตานั้น
ไม่ใช่ความดื้อรั้น
แต่มันคือความระแวง
และลึกกว่านั้น
เธอเหมือนกำลัง
ชั่งน้ำหนัก
อะไรบางอย่าง
วันถัดมา
มีคนนำอาหารมาให้เธอ
เธอยังคงถูกมัดไว้
ดังนั้น
หน้าที่ป้อนอาหาร
จึงตกเป็นของผม
ผมไม่คิดว่า
เธอจะยอมทานง่ายๆ
แต่เธอกลับอ้าปากรับช้อน
อย่างเงียบๆ
ช้อนในมือผม
สั่นนิดหน่อย
ผมไม่แน่ใจ
ว่ามันเป็นเพราะความเงียบ
หรือเพราะ
ผมเริ่มไม่อยากให้
ช่วงเวลานี้หายไป
หลังจากมื้ออาหารจบลง
ความเงียบ
ก็กลับมาอีกครั้ง
ก่อนที่เสียงหวานแผ่วเบา
จะหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ
“นายชื่ออะไร”
หลังจากที่เราแนะนำตัวให้กัน
ผมก็ได้รู้ชื่อของเธอในที่สุด
อลิซ
ทำไมเธอถึงตกอยู่
ในสภาพแบบนี้กันนะ
คำถามนั้น
ผุดขึ้นมาในหัว
แต่ผมกลับลังเล
ที่จะเอ่ยปากถาม
ความคิดประหลาด
เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
ถ้าผมพาเธอกลับไป
ที่ป่าเอลฟ์ล่ะ
ที่นั่น…
เธออาจได้ใช้ชีวิต
ที่ควรจะเป็น
ห่างไกลจากโซ่ตรวน
เลือด
อย่างน้อยที่สุด
ผมอยากพาเธอ
หลุดพ้นจากชีวิตอันเน่าเฟะนี้
ให้เธอได้ไปใช้ชีวิต
ในส่วนที่ผม
ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้
ชีวิตที่ผมรู้สึกว่า
ไม่เคยเป็นของตัวเองเลย
ในหัวของผม
แผนการเริ่มก่อตัว
ทีละนิด
ช้าๆ
อีกสามวัน
เราจะถึงจุดนัดรับของ
จากผู้ว่าจ้าง
นั่นหมายความว่า
เวลาของผม
เหลือน้อยเต็มที
ถ้าอย่างนั้น…
ก็คงต้องเป็นคืนนี้แล้วสินะ
คืนที่ผมต้องเริ่มลงมือ
ทำตามแผน
และหักหลัง
ชีวิตที่ผมเคยเดินมา
ผมก้มลง
กระซิบใกล้หูเธอ
“ผมจะพาเธอหนีไป…
เธอเชื่อใจผมไหม”
เธอนิ่งไป
ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
จนแทบไม่ได้ยิน
“บอส…”
แค่นั้น
แล้วเธอก็พยักหน้า
กลางดึก
ในเวลาที่หลายคนหลับใหล
ผมวางยาลงในน้ำ
ยามสองคนของหน่วย
ดื่มเข้าไป
ไม่นานนัก
ก็หลับสนิท
ผมรีบเข้าไป
ตัดเชือกที่มัดเธอไว้
แล้วพาเธอ
กระโดดขึ้นหลังม้า
คลุมผ้ามุงหน้า
มุ่งตรงไปยังทิศเหนือ
ป่าเอลฟ์
ระหว่างทาง
หัวใจผมเต้นแรง
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผมรู้สึก…มีความสุข
รู้สึกเหมือนได้มีชีวิต
เป็นครั้งแรกในชีวิต
อลิซโอบกอดเอวผมไว้แน่น
ราวกับไม่อยากปล่อย
ให้ผมหลุดไปไหน
ร่างของเราชิดใกล้กัน
ผมซึมซับกลิ่นอ่อนละมุน
จากตัวเธอ
ในอ้อมกอดนั้น
เหมือนทั้งโลกมีแค่เราสองคน
เหลือเพียงความสุขหวานละมุน
ที่ค่อยๆ ซึมลึกลงไปในใจ
ทำให้หัวใจผม
ชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง
ผมโชคดี
ที่ป่าเอลฟ์
อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
แต่ลึกๆ ในใจ
กลับมีความรู้สึกประหลาด
ผุดขึ้นมา
ทำไมผมถึงรู้จักทาง
ไปป่าเอลฟ์ได้ดี
ขนาดนี้นะ
เหมือนเคยมาเยือนมาก่อน
ทั้งที่ตั้งแต่เด็กจนโต
ชีวิตผมมีแค่สงคราม
และค่ายทหารรับจ้าง
หลังจากเดินทาง
ราวหนึ่งวัน
เราก็มาถึง
เขตป่าเอลฟ์
เธอรีบลงจากม้า
แล้ววิ่งหาย
เข้าไปในแนวไม้
โดยไม่หันกลับมา
มองผมเลย
แต่แค่นั้น
ก็พอแล้ว
แค่รู้ว่า
เธอได้กลับไปใช้ชีวิตของเธอ
ผมก็มีความสุขแล้ว
สองวันต่อมา
ผมถูกจับ
พร้อมกับทั้งหน่วยของผม
เสียงด่า
เสียงสาปแช่ง
ดังไม่ขาดสาย
ผมถูกโยน
เข้าไปในห้องขังแคบๆ
ก่อนจะได้ยิน
เสียงฝีเท้า
ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้
“บอส…
จากหน่วยทหารรับจ้าง ใช่ไหม”
เสียงผู้หญิงเอ่ยถาม
ผมพยักหน้าเบาๆ
เธอเข้ามา
เจาะเลือดผม
แล้วนำไปตรวจ
ด้วยเครื่องมือแปลกประหลาด
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย”
เธอพึมพำ
“เธอหมายความว่ายังไง”
ผมถาม
เธอเงยหน้ามองผม
แล้วหัวเราะเบาๆ
“นายถูกเวย์เสน่ห์เข้าแล้ว”
หัวใจผมกระตุกวูบ
“เอลฟ์ตนนั้นคงเลือกนาย
เพราะนายดูเด็กที่สุดในกลุ่ม
และอ่อนแอที่สุด”
ผมส่ายหัว
ไม่อยากเชื่อ
โกหก…
เธอมองปฏิกิริยาผม
ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ฉันถอนเวย์เสน่ห์ให้นายได้นะ
แต่นายจะต้องรับ
ความรู้สึกจริงทั้งหมด
และเสียใจกับ
สิ่งที่นายทำลงไป”
เธอหยุด
ก่อนจะพูด
อีกทางเลือกหนึ่ง
“หรือไม่ก็…
ปล่อยมันไว้แบบนี้”
ผมนิ่งเงียบ
สุดท้าย
ผมเลือก
ไม่ถอนมันออก
บางที…
ผมอาจเป็นเด็ก
อย่างที่เธอว่า
เด็กที่กลัว
จะเผชิญหน้า
กับความรู้สึกจริงๆ
เพราะถ้าความรักทั้งหมด
ที่ผมรู้สึก
ไม่ใช่ของจริง
ผมก็ไม่แน่ใจ
ว่าผมจะยังมีอะไร
เหลืออยู่ในชีวิตนี้อีก
หลังจากวันนั้น
ทุกอย่างก็เดินไป
ตามระเบียบ
เรียบร้อย
และไร้ความปรานี
พวกเรา
ทั้งหน่วย
ถูกตัดสินโทษประหาร
ไม่มีการไต่สวน
ไม่มีคำอธิบาย
ทหารรับจ้าง
ไม่สมควรได้เหตุผล
มีแค่หน้าที่
และจุดจบ
ผมถูกพาไปยืนเรียง
กับคนที่เคย
รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
คนที่ผมเคยช่วยไว้
และคนที่เคยช่วยผม
วันนี้
ทุกคนมองผม
ด้วยสายตาเดียวกัน
ไม่ใช่ความแค้น
ไม่ใช่ความเกลียด
แต่คือความสมเพช
เพราะผมเลือก
ผู้หญิงคนหนึ่ง
ผมเผลอคิดถึง
ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่นั้น
คิดถึง
กลิ่นของใบหญ้าอ่อน
หลังฝน
คิดถึง
ความรู้สึกอบอุ่น
ที่ผมเข้าใจผิด
ว่าเรียกว่า “ความรัก”
น่าขันดี
ทั้งชีวิตผม
รอดจากสนามรบ
มาหลายครั้ง
แต่กลับมาตาย
เพราะความหวังโง่ๆ
ว่าคนคนหนึ่ง
จะมีชีวิตที่ดีกว่า
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่าอลิซ
จำชื่อผมได้หรือเปล่า
หรือว่าทั้งหมดนั้น
เป็นแค่เวทมนตร์
อ้อมกอดตอนขี่ม้า…
แน่นจนเหมือนไม่อยากปล่อย
กลิ่นหญ้าอ่อน
ที่ซึมเข้าไปในปอด
หัวใจที่เคยแห้งแล้ง
แล้วชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง
มันจริงหรือ
หรือแค่เวทย์
ที่ทำให้ผม
เห็นสิ่งที่ผมอยากเห็น
เพราะผมกลัวเกินไป
ที่จะยอมรับว่า
ชีวิตนี้
ไม่มีอะไรแบบนั้นจริงๆ
ถ้าถอนมันออกไป
แล้วเหลือแค่ผมคนเดียว
ผมจะยังจำ
ความชุ่มชื่นนั้นได้ไหม
หรือมันจะหายไป
เหมือนเธอวิ่งหาย
เข้าไปในป่า
ไม่หันกลับมา
มองเลย
สักครั้ง
ผมหลับตา
ไม่ใช่เพราะกลัวดาบ
แต่เพราะกลัวว่า
ถ้าเปิดตา
แล้วพบว่า
ทุกอย่างเป็นแค่ภาพลวงตา
ผมจะเหลืออะไรอีก
ผมรู้
ว่ามันฟังดูโง่
แต่ผมก็ยัง
เลือกจะเชื่อ
เสียงดาบฟาดลง
และความไร้เดียงสา
ก็ตายไปพร้อมกับ"พลทหาร"
เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ของผมเอง
จากช่วงที่ผมเป็นซึมเศร้า และเคยยึดบางอย่างไว้เพื่อมีชีวิตต่อ
สรุปอลิซรักบอสไหมนะหรือคิดไปเอง แล้วใครเป็นคนผิด