ขอเตือนก่อนอ่าน

สวัสดีครับ
ขอเตือนก่อนอ่าน
นี่ไม่ใช่เรื่องผี
แต่เป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่านั้น
เพราะมันเกิดขึ้นกับร่างกายผมจริง ๆ
คืนหนึ่ง
ผมนั่งทำงานดึก
ออฟฟิศเงียบ
ไฟฟลูออเรสเซนต์สว่างจ้า
เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังอยู่คนเดียว
ผมเอื้อมมือไปจับคอ
แล้วรู้สึกว่า…
มันแข็ง
แข็งแบบที่ไม่ควรเป็นของมนุษย์
ลองหมุนซ้าย
ไม่ได้
หมุนขวา
เหมือนมีอะไรดึงไว้จากข้างใน
ผมขำกลบเกลื่อน
คิดว่า “เดี๋ยวก็หาย”
แต่คืนนั้น
ผมนอนหงาย
แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดบ่า
ทั้งที่ในห้องไม่มีใคร
พลิกตัวไม่ได้
เหงื่อออกทั้งที่เปิดแอร์
แฟนผมสะกิด
ถามว่า
“คุณ… เจ็บเหรอ”
ผมไม่ตอบ
เพราะตอนนั้น
ผมเริ่มกลัวความคิดหนึ่ง
— หรือร่างกายเรากำลังพัง โดยที่เราไม่รู้ตัว —
วันถัดมา
แฟนพาผมไปคลินิก
ที่เขาบอกว่ามีการตรวจร่างกายด้วยเทคโนโลยี AI
ผมนั่งมองจอ
แล้วสิ่งที่เห็น
ทำให้ผมนิ่งไป
จุดแดง
เส้นผิดสมดุล
กล้ามเนื้อที่ควรผ่อน
กลับหดเกร็งเหมือนถูกสาป
หมอบอกเสียงเรียบ
“อาการพวกนี้ สะสมมานานแล้วครับ”
คำว่า สะสม
ฟังดูเหมือนคำธรรมดา
แต่ในหัวผม
มันดังเหมือนเสียงกระซิบว่า
“คุณปล่อยฉันไว้นานเกินไปแล้ว”
วันนั้น
ผมไม่ได้ถูกนวดแรง
แต่เป็นการนวดรักษาแบบค่อย ๆ คลาย
บางจุดต้องพอกยา
บางจุดเผายา
บางตำแหน่งใช้กรอกลมและกรอกเลือด
มีช่วงกักน้ำมันที่ผมนอนนิ่ง
เหมือนกลัวว่าถ้าขยับ
อะไรบางอย่างในร่างกายจะขาด
มือและเท้าถูกแช่น้ำอุ่น
กลิ่นสมุนไพรลอยอบอวล
ก่อนจะเข้าโดมอินฟาเรด
ความร้อนค่อย ๆ แทรกเข้ากระดูก
ตอนนั้นผมรู้สึกอย่างหนึ่งชัดเจน
ความปวด… กำลังยอมแพ้
หลังจากนั้น
ผมยืนขึ้น
ขาไม่สั่น
คอหมุนได้
หลังตรงขึ้น
เหมือนร่างกายถูกปล่อยจากคำสาปที่ค้างมานาน
แฟนมองผม
แล้วยิ้ม
แต่ผมยังจำได้ดี
ความรู้สึกตอนที่ร่างกาย “เริ่มไม่เชื่อฟังเรา”
ปล. ช่วงที่ผมไป เขามีโปรแกรมเปิดตัว
ดูแลได้ครบหลายอย่างในครั้งเดียว
จากราคาปกติที่สูงกว่านั้นมาก
เหลือประมาณ 2,999
ผมไม่รู้ว่ามันถูกหรือแพง
แต่ผมรู้ว่า…
ความน่ากลัวที่สุด
คือการคิดว่า “เดี๋ยวค่อยดูแล”
จนร่างกายไม่ให้โอกาสเราอีก
คืนนี้ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกตึงคอ
หรือเผลอเอามือไปจับบ่า
อย่าตกใจครับ
คุณแค่ได้ยินเสียงเดียวกับที่ผมเคยได้ยิน
…ก่อนมันจะดังเกินไป
#ผู้ชายหลังเลิกงาน#
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่