ซีอีโอ Nvidia มอง ‘อาชีพช่าง แรงงานก่อสร้าง’ เป็น ‘อาชีพดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุค AI’


ในวันที่ AI กำลังเขย่าตลาดแรงงานโลกอย่างรุนแรง งานที่กำลัง ‘มาแรง’ อาจไม่ใช่งานเขียนโค้ดหรือสายออฟฟิศ แต่คือ ‘ช่างประปา ช่างไฟฟ้า และแรงงานก่อสร้าง’ ที่กลายเป็นกำลังหลักในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงานทั่วโลก จนหลายคนกังวลว่าจะกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต แต่ “เจนเซน หวง” ซีอีโอของเอ็นวิเดีย กลับมองต่างออกไป โดยเขาชี้ว่า ในเวลานี้ “แรงงานสายอาชีพ” ที่มีทักษะ กลับยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น
หวงระบุว่า อาชีพอย่าง “ช่างประปา ช่างไฟฟ้า และแรงงานก่อสร้าง” มีโอกาสได้รับค่าจ้างสูงถึงระดับ “รายได้หกหลัก” เนื่องจากความต้องการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการทำงานและการฝึกระบบ AI โดยเขากล่าวเรื่องนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์กับแลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอของแบล็กร็อก ในงานประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เขาระบุว่า เทคโนโลยี AI จะต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ คิดเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
“เรากำลังเห็นการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในด้านนี้ ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว” หวงกล่าว “ทุกคนควรจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้ ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาเอกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ก็ทำได้”
คำกล่าวของหวง สอดคล้องกับความเห็นที่ อเล็กซ์ คาร์ป ซีอีโอของ Palantir Technologies ซึ่งกล่าวไว้ที่ดาวอสเมื่อวันอังคาร ซึ่งเขาชื่นชมแรงงานที่ผ่านการฝึกอาชีพ และระบุว่า AI จะสร้างงานในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และลดความจำเป็นในการพึ่งพาการอพยพแรงงานขนาดใหญ่
ด้านไมเคิล อินทราเตอร์ ซีอีโอของ CoreWeave ผู้ให้บริการคลาวด์ที่ให้เช่าใช้งาน GPU ของ Nvidia ก็กล่าวถึง “มิติทางกายภาพ” ของกระแส AI ในเวทีเสวนาเมื่อวันพุธเช่นกัน โดยระบุว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูล จำเป็นต้องใช้ช่างประปา ช่างไฟฟ้า และช่างไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตามประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก ระบุว่า เอ็นวิเดียมีแนวโน้มจะสร้างรายได้จากการขาย “ชิป AI สำหรับศูนย์ข้อมูล” เกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025
ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานเริ่มเห็นชัดขึ้นแล้ว โดยดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ออกมาเตือนว่า อาจเกิดสิ่งที่เขาเรียกว่า “การกวาดล้างแรงงานออฟฟิศ” ซึ่งอาจทำให้งานระดับเริ่มต้น หายไปมากถึงครึ่งหนึ่ง
เครดิต ข่าวกรุงเทพธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่