“ดมผายลมตัวเอง = กันอัลไซเมอร์? ความจริงทางวิทยาศาสตร์…ทั้งตลก และทั้งน่าตกใจ”
ความจริงที่วิทยาศาสตร์บอก…และสิ่งที่ข่าวไม่บอกคุณ
ถ้าผมบอกคุณว่า “ผายลมอาจช่วยป้องกันอัลไซเมอร์” คุณคงหัวเราะ หรือคิดว่าผมล้อเล่น
แต่เบื้องหลังพาดหัวนี้ คือหนึ่งในงานวิจัยที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับสมองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบจริง ๆ
ทีมวิจัยจาก Johns Hopkins Medicine ศึกษาบทบาทของก๊าซ
Hydrogen Sulfide (H₂S) — ก๊าซที่ให้กลิ่น “ไข่เน่า” ซึ่งพบในผายลม
พวกเขาใช้หนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีลักษณะคล้ายอัลไซเมอร์
แล้วให้สาร NaGYY ซึ่งปล่อย H₂S อย่างช้า ๆ ในร่างกาย
ผลลัพธ์ชัดเจน:
1. ความจำของหนูดีขึ้น
2. การเคลื่อนไหวดีขึ้น
3. ตัวชี้วัดความเสื่อมของสมองลดลง
ทีมวิจัยพบว่า H₂S ช่วย:
1. ลดการอักเสบในสมอง
2. ปกป้องเซลล์ประสาท
3. ยับยั้งโปรตีน GSK3β ซึ่งเกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของอัลไซเมอร์
แล้วเราควร “ดมผายลม” ไหม?
คำตอบคือ: ไม่
งานวิจัยนี้ ไม่ได้ แนะนำให้ดมผายลม
สิ่งที่สำคัญคือ: นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามพัฒนายาเลียนแบบฤทธิ์ของ H₂S ไม่ใช่ให้มนุษย์ไปสูดก๊าซจากลำไส้
นี่เป็นงานวิจัยในสัตว์ทดลอง ยังต้องมีการทดสอบความปลอดภัยและ ประสิทธิภาพในมนุษย์อีกหลายขั้นตอน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ?
เพราะมันเปลี่ยนวิธีที่เรามอง “ก๊าซในร่างกาย”
H₂S ไม่ใช่แค่ของเสีย มันเป็น ก๊าซสื่อสัญญาณ (Gasotransmitter) คล้ายกับไนตริกออกไซด์ (NO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในหลอดเลือดและสมอง
นี่เปิดประตูสู่แนวทางรักษาอัลไซเมอร์รูปแบบใหม่ ที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่ายาที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน
บทสรุปแบบ “หมอหมูพูดจริง”
อย่าเพิ่งรีบเชื่อพาดหัวว่า “ดมผายลมแล้วกันอัลไซเมอร์”
สิ่งที่วิทยาศาสตร์กำลังบอกคือ: บางครั้ง “สิ่งที่เหม็นที่สุด” อาจซ่อน “กุญแจสำคัญของสมอง” ไว้
และหน้าที่ของเรา คือแยก ‘ข่าวตลก’ ออกจาก ‘ความจริงทางการแพทย์’
เรื่องจากหมอหมู วีระศักดิ์ ; ดมผายลมตัวเอง กันอัลไซเมอร์ได้จริงหรือ ; มาดูความจริงทางวิทยาศาสตร์…ทั้งตลก และทั้งน่าตกใจ