SET พุ่งแรง 21 จุด และ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก

KEY POINTS
หุ้นไทยปิดแกร่ง 1,317.56 จุด มูลค่าซื้อขายหนาแน่นกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท

ได้แรงหนุน DELTA ดันดัชนีเกือบ 14 จุด กลุ่มโรงพยาบาลฟื้นตัวต่อเนื่อง

จับตาสุนทรพจน์ทรัมป์บนเวที WEF ท่ามกลางเกมภาษีสหรัฐ–ยุโรป

ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (21 ม.ค.69) อยู่ที่ 1,317.56 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด คิดเป็น +1.63% มูลค่าการซื้อขาย 68,148.65 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 1,320.09 จุด ลดลงต่ำสุด 1,299.64 จุด

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นที่ปรับตัวขึ้นวันนี้ คือ หุ้น DELTA ปิดที่ 186.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.75% ปรับขึ้นตามภาพตลาดหนุนดัชนีราว 14 จุด 

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล BH, BDMS, BCH ฟื้นตัวเด่นต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณเทคนิค โดยมองว่าประเด็นยกเลิกประกันสุขภาพแบบ Full Coverage มีผลกระทบจำกัด ขณะที่ BCH คาดกำไร ไตรมาส 4/68 เติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และคาดเงินปันผลช่วงครึ่งหลังปี68 ให้ Dividend Yield ราว 4–5%

หุ้น GULF ปิดที่ 46.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.64% คาดกำไรไตรมาส 4/68 โตเด่น YoY จากฐานต่ำในปีก่อนหน้า และส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น
หุ้น TOP ปิดที่ 42 บาท เพิ่มขึ้น 6.33% คาดงบไตรมาส 4/68 แข็งแกร่ง จากการกลับมาผลิตปกติหลังซ่อมบำรุง หนุนค่าการกลั่นและ Crack Spread ปรับดีขึ้น ขณะที่โครงการ CFP เดินหน้าตามแผน และมี Upside จากโอกาสต้นทุนต่ำกว่าเป้าและเร่ง Full COD ได้เร็วขึ้นราว 1 ไตรมาส
หุ้น BANPU ปิดที่ 5.65 บาท เพิ่มขึ้น 2.73% ราคาหุ้นฟื้นตัวตามราคาก๊าซธรรมชาติที่เร่งตัว จากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศหนาวกว่าปกติในยุโรปและสหรัฐฯ ขณะที่ระดับก๊าซคงคลังยุโรปอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
หุ้น HMPRO ปิดที่ 6.95 บาท เพิ่มขึ้น 2.21% ราคาปรับขึ้นเพราะ Laggard การขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับน่าสนใจ
MICRON19 ปิดที่ 7.80 บาท เพิ่มขึ้น 5.41% ราคาปรับขึ้นหลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อแผนเข้าซื้อโรงงาน DRAM จาก Powerchip (PSMC) ในไต้หวัน มูลค่า US$1.8 พันล้าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตราว 8–10%
GOLDUS19 ปิดที่ 46.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.31% ราคาทองปรับขึ้นต่อจากเงินดอลลาร์อ่อนค่า ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป/NATO จากประเด็นกรีนแลนด์และการขู่ขึ้นภาษี
ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลดลง คือ หุ้นกลุ่มธนาคาร BBL, KTB, SCB ชะลอตัว หลังงบออกมาชะลอลงและ NIM ลดลง โดยเฉพาะ BBL ที่รายงานงบไตรมาส 4/68 ต่ำกว่าคาดมาก จากกำไรเงินลงทุนที่ลดลงมาก และต้นทุนวางระบบต่างประเทศสูงกว่าคาด
LULU06 ปิดที่ 2.94 บาท ลดลง -3.92% ราคาหุ้นถูกกดดัน หลังบริษัทระงับการขายกางเกงคอลเลกชันใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ จากข้อร้องเรียนด้านคุณภาพสินค้า กระทบความเชื่อมั่นต่อแบรนด์.

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ระบุว่า EU ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเตรียมระงับหรือชะลอการอนุมัติดีลภาษีที่ตกลงกันไว้เมื่อ ก.ค.2568 และขานรับท่าทีของเยอรมนีที่ผลักดันให้ใช้กฎหมาย Anti‑Coercion Instrument (ACI)
และ พิจารณาขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 9.3 หมื่นล้านยูโร หลังทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป 10% ตั้งแต่ 1 ก.พ. และ 25% ตั้งแต่ 1 มิ.ย. เพื่อกดดันเรื่องกรีนแลนด์ รวมถึงการขึ้นภาษีไวน์–แชมเปญฝรั่งเศส สูงถึง 200% 

ขณะที่ฝั่งความมั่นคง เดนมาร์กและชาติ NATO อีก 7 ประเทศเพิ่มกำลังบนเกาะกรีนแลนด์ภายใต้ปฏิบัติการ Arctic Endurance และเตรียมขยายการซ้อมรบตลอดทั้งปี ดังนั้นคืนนี้ต้องจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์บนเวที WEF เวลา 20.30 น. ว่าจะมีท่าทีแข็งกร้าวเพิ่มเติมอย่างไร
รัฐบาลจีนประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตใหญ่มูลค่า 5 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน และมาตรการ SME ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อพิเศษ รวมทั้งนโยบายอุดหนุนดอกเบี้ย
อีกทั้งด้านการบริโภค มีการขยายและเพิ่มประสิทธิภาพนโยบายอุดหนุนดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อธุรกิจภาคบริการและสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลจนถึงสิ้นปี 2569 ย่อซื้อ China Play SCGP PTTGC IVL AAV BA AOT THAI CENTEL ERW AWC MINT
ทีมไทยแลนด์ ใช้เวที WEF 2026 ที่ดาวอส เพื่อดึงเงินลงทุน-ร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล โดยพบประธาน World Bank เพื่อหารือการพัฒนาเศรษฐกิจไทย–เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพบผู้บริหารบิ๊กเทค เช่น AWS, Microsoft, TikTok และ HCL
โดยกำลังหารือเพื่อเร่งดีลดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และ AI เป้าหมายผลักไทยเป็นฐานลงทุนดิจิทัลของภูมิภาคและยกระดับทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมอนาคต หากมีการลงทุนตามแผน จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี-ICT-นิคม SET Index แกว่งกรอบ 1,310-1,323 จุด.


ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงว่าด้วยกรีนแลนด์ได้ คลายกังวลเรื่องสงครามการค้า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ได้มีการจัดทำกรอบความเข้าใจสำหรับข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และรวมถึงภูมิภาคอาร์กติกโดยรวม พร้อมยืนยันว่า จากความเข้าใจดังกล่าว สหรัฐฯ จะไม่ดำเนินการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่มีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
 

ก่อนการประกาศดังกล่าว ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนบวกอยู่แล้ว แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลังข่าวออกมา ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คลายความกังวลต่อความเป็นไปได้ของสงครามการค้าครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นกรีนแลนด์
 

ก่อนหน้านั้นในช่วงกลางวัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายหนักที่สุดในรอบสามเดือนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แม้แรงส่งในช่วงแรกจะเริ่มชะลอลงในช่วงบ่ายก็ตาม
 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 588.64 จุด หรือร้อยละ 1.21 ปิดที่ระดับ 49,077.23 
 

ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 78.76 จุด หรือร้อยละ 1.16 ปิดที่ 6,875.63 
 

และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตเพิ่มขึ้น 270.50 จุด หรือร้อยละ 1.18 ปิดที่ 23,224.83
 

ด้านราคาทองคำปรับลดช่วงบวกในวันพุธ หลังอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ผ่อนคลายท่าทีต่อประเด็นกรีนแลนด์ 
 

ราคาทองสปอต เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 อยู่ที่ 4,778.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 4,887.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน 
 

ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 ปิดที่ 4,837.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
 

ราคาน้ำมันปิดปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 0.5 จากความคาดหวังด้านอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้น หลังเกิดการหยุดผลิตชั่วคราวในแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่สองแห่งในคาซัคสถาน ประกอบกับปริมาณการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนความคืบหน้าที่ล่าช้าในการฟื้นฟูกำลังการผลิต
 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือร้อยละ 0.5 ปิดที่ 65.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 
 

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือร้อยละ 0.4 ปิดที่ 60.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่