คำว่า ฉันทำเอง ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอด

สวัสดีค่ะ

ขอใช้นามสมมติว่า เนย นะคะ
วันนี้อยากมาเล่าประสบการณ์จากชีวิตจริงที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน

หากการเล่าเรื่องติดขัดตรงไหน ขอคำแนะนำจากทุกท่านด้วยค่ะ
เรื่องราวต่อไปนี้ใช้ชื่อนามสมมติทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบกับบุคคลในเรื่อง

ช่วงมัธยมปลาย เนยเป็นนักเรียนที่ค่อนข้างโดดเด่นด้าน ภาษาจีน
เคยเป็นนักสุนทรพจน์ในงานแข่งขันทักษะทางภาษา
และได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและจังหวัดภาคใต้แห่งหนึ่ง

ด้วยปัญหาทางครอบครัวตั้งแต่เด็ก
เนยจึงหารายได้เสริมด้วยการ รับทำการบ้านและรายงานให้เพื่อน ๆ
รวมถึงช่วยเพื่อนให้ลอกข้อสอบที่มีการสอบทุกครั้ง
(ขอเน้นว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เด็ก ๆ ไม่ควรทำตามนะคะ)

เพื่อนร่วมชั้นหลายคนทราบเรื่องนี้ดี
รวมถึงรู้ว่าเนยต้องเดินกลับบ้านไกลตั้งแต่ ป.5 ถึง ม.4
เป็นระยะทางราว 2 กิโลเมตรทุกวันหลังเลิกเรียน

เนยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ขอใช้นามสมมติว่า ส้ม
ช่วง ม.5 เนยมักขี่มอเตอร์ไซค์เก่าของแม่
ไปรับ–ส่งส้มที่บ้านและพาไปเที่ยวบ่อย ๆ
ทั้งที่บ้านส้มอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน

ส้มเป็นคนเรียนเก่ง พูดเก่ง แต่งตัวเก่ง
ส่วนเนยเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูด และไม่ถนัดเรื่องการเข้าสังคม

ส้มมักเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง
รวมถึงเรื่องส่วนตัวที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและไม่เหมาะสม
เนยไม่เคยนำไปเล่าให้ใครฟัง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนอีกคนหนึ่ง (แตงโม)
ที่เคยเล่าเรื่องลักษณะเดียวกันให้เนยฟังมาก่อน
ซึ่งภายหลังส้มก็หยิบเรื่องนั้นมาเล่าซ้ำ
เนยเลือกเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ
เพราะไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหากัน

ต่อมาเนยเริ่มรู้ว่า
ส้มเองก็เอาเรื่องส่วนตัวของตัวเองไปเล่าต่อให้คนอื่นในห้อง
และเหตุการณ์ก็เริ่มบานปลาย

วันหนึ่งในช่วงบ่ายวันเสาร์
เนย ส้ม และเพื่อนอีกคนชื่อ นารา นัดกันมาทำรายงาน
นาราเป็นคนที่ฐานะค่อนข้างดี และเป็นคนเดียวที่เอาโน้ตบุ๊กมา

วันนั้นไม่ได้มีการทำรายงานจริงจัง
ส้มเข้าไปใช้งานโน้ตบุ๊กของนารา
ส่วนเนยนั่งอยู่เฉย ๆ เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรได้

ระหว่างนั้น
ส้มเล่าเรื่องส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนของตัวเองให้นาราฟัง
ซึ่งนาราดูตกใจมาก

ช่วงเย็นพวกเราก็แยกย้ายกลับบ้าน
เนยไปส่งส้ม และกลับถึงบ้านเป็นคนสุดท้าย

ประมาณสองทุ่ม
เนยได้รับข้อความใน Facebook หลายข้อความ
ให้รีบเข้าไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นในกลุ่มห้องเรียน

เมื่อเข้าไปดู
พบว่านาราใช้ Facebook ของตัวเอง
โพสต์เล่าเรื่องที่ส้มเพิ่งเล่าในวันนั้น
เพื่อนในห้องจำนวนมากเข้าไปต่อว่าอย่างรุนแรง

เนยตกใจและไม่อยากให้เรื่องบานปลาย
ด้วยความที่เป็นคนพูดไม่เก่ง
จึงพิมพ์คอมเมนต์ไปเพียงว่า “กุทำเอง”

หลังจากนั้น
คอมเมนต์ทั้งหมดหันมาวิพากษ์วิจารณ์เนยแทน
และนาราก็ตอบกลับว่า “สมน้ำหน้า มันทำตัวมันเอง”

เช้าวันจันทร์ที่โรงเรียน
ส้มและนาราไม่พูดคุยกับเนย
รวมถึงเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ก็เว้นระยะห่าง

มีเพื่อนบางคนพยายามเข้ามาปลอบ
แต่เนยกลัวว่าพวกเขาจะโดนเกลียดไปด้วย
จึงผลักไสออกไปด้วยคำพูดไม่ดี

วันนั้นทั้งวัน
เนยอยู่คนเดียว
ถูกพูดแซะ ถูกมองไม่ดี
แต่ก็ยังคงรับทำงานและช่วยเพื่อนเหมือนเดิม

ต่อมา
ส้มและนาราไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคน (มะนาว)
ซึ่งเป็นลูกสาวตำรวจ
มีการกล่าวอ้างว่าสามารถตรวจสอบได้ว่า
เนยเป็นคนแฮ็ก Facebook ของนารา

ในเวลาเดียวกัน
นารารีบสร้างบัญชี Facebook ใหม่
แต่ไม่มีหลักฐานหรือเอกสารใด ๆ แสดงออกมา

ไม่กี่วันถัดมา
ส้มบอกว่าไปดูดวงกับหมอดูในหมู่บ้าน
และได้คำตอบว่า “เนยเป็นคนทำจริง”
ขณะเดียวกันมะนาวก็ยืนยันเช่นเดียวกัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์กว่า 99%
เชื่อว่าเนยเป็นคนประจานเพื่อนสนิทของตัวเอง

เหตุการณ์นี้สอนให้เนยรู้ว่า
เพื่อนสนิทในความหมายของเรา
อาจไม่ใช่เพื่อนสนิทในความหมายของเขา

หลังจากแยกออกมา
เนยมีเวลาทุ่มให้ตัวเองมากขึ้น
จนได้รับทุนเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย
และได้ทำงานกับบริษัทต่างประเทศด้านการออกแบบ

วันนี้เนยนำเรื่องนี้มาเล่า
ไม่ใช่เพื่อโทษใคร
แต่เป็นนิทานสอนใจให้ตัวเอง
ในการเลือกคบเพื่อน
และเห็นคุณค่าของความจริงใจในชีวิต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่