MIND: ความหลงตัวเองทำลายทีมได้อย่างไร?
เมื่ออีโก้กลายเป็นตัวแปรสำคัญ
คนที่ดูเก่งสุด บางครั้งคือต้นเหตุให้งานพัง
.
การทำงานเป็นทีมหมายถึงการแบ่งปันความคิดและการประสานงาน และสามารถดึงทั้งด้านดีและด้านด้อยของเพื่อนร่วมงานออกมาได้ แต่บางครั้งก็อาจหมายถึงการยอมลดทิฐิของตนลงเมื่อเข้ามาเป็นผู้นำ
.
ในบทความนี้ เราจะสำรวจว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองที่แสดงออกอย่างเปิดเผย (Grandiose Narcissism) ซึ่งมีความคิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น มีความมั่นใจสูง ต้องการการชื่นชมและการยอมรับ จะส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมอย่างไรบ้าง?
.
นักจิตวิทยาบุคลิกภาพแยกแยะความหลงตัวเองออกเป็นสองด้าน ด้านแรกคือ ‘Narcissistic Admiration’ ซึ่งเป็นด้านที่ดูมีเสน่ห์ มั่นใจ และดึงดูดผู้อื่นได้ง่าย และด้านที่สอง ‘Narcissistic Rivalry’ มักจะรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าคนอื่นมองข้ามตน
.
การทดสอบทำโดยให้ผู้คนกว่า 100 คน เข้าไปอยู่ในห้องเกมหลบหนี และต้องแข่งกับเวลาเพื่อร่วมกันไขปริศนา ทั้งสองฝ่ายต้องปกป้องภาพลักษณ์ของตนเองในวิธีที่แตกต่างกัน และการทดสอบนี้ต้องการดูว่าฝ่ายใดช่วยหรือทำลายการทำงานเป็นทีมเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน
.
ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นทีมเล็กๆ โดยส่วนใหญ่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก หลังจากละลายพฤติกรรมในช่วงสั้นๆ ผู้ร่วมทดสอบก็จะเข้าไปในห้องเล่นเกม โดยมีเวลา 60 นาที ในการค้นหาเบาะแสและหาทางหนีออกมา
.
เกมสำหรับการทดสอบดูเหมือนว่าเป็นกิจกรรมสนุกสนานเพื่อสานสัมพันธ์ แต่ก็ทำให้เห็นชัดว่าใครแสดงความเป็นผู้นำ ผู้สนับสนุน และใครที่ยอมแพ้ไปอย่างเงียบๆ เมื่อตนไม่ได้เป็นจุดสนใจ รูปแบบของเกมนี้เปิดโอกาสให้เราได้เห็นพฤติกรรมหลงตัวเองอย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมไม่สามารถซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอหรือสร้างภาพลักษณ์ปลอมของตนเองได้
.
โดยก่อนและหลังเล่นเกม ผู้เล่นจะให้คะแนนตนเองและผู้เล่นคนอื่นๆ ในด้านต่างๆ เช่น ความน่าคบหา ความเห็นอกเห็นใจ และความมั่นใจ ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่าความประทับใจแรกพบจะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่หลังจากต้องเผชิญกับแรงกดดัน
.
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Round-Robin Design โดยสมาชิกทุกคนจะให้คะแนนทั้งตนเองและเพื่อนร่วมทีมแต่ละคน ทำให้เราเห็นทั้งมุมมองที่คนหลงตัวเองมีต่อตัวเอง และมุมมองที่คนอื่นมีต่อพวกเขาไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงชื่อเสียงและการรับรู้ภายในทีมแบบเรียลไทม์
.
และผลวิจัยก็ออกมาน่าตกใจ ทีมที่มีการแข่งขันกันเองในเชิงหลงตัวเองทำผลงานได้แย่กว่าทีมอื่นอย่างชัดเจน โดยมีความคืบหน้าในการแก้ปริศนาน้อยกว่าประมาณหนึ่งในสาม เพราะการแข่งขันกันเองมักจะทำลายความเป็นทีม
.
บทสรุปนั้นง่ายมาก อีโก้ไม่เพียงแต่ทำให้เพื่อนร่วมทีมอึดอัด แต่ยังทำลายความผูกพันร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจของการทำงานให้สำเร็จ
.
งานวิจัยยังชี้ว่า ความมั่นใจที่มากไปสามารถบั่นทอนความไว้วางใจ ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพการทำงานได้ ในช่วงเวลาที่องค์กรต่างๆ กำลังทบทวนเรื่องภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมหลังยุคโควิดและการทำงานแบบ Work from Home
.
คำถามสำคัญคือ เรากำลังให้รางวัลกับความมั่นใจมากกว่าความเป็นทีมอยู่หรือไม่? และสมาชิกในทีมกำลังทำงานเพื่อตัวเองมากกว่าทีมหรือเปล่า?
.
ทางออกไม่ใช่การกีดกันคนที่มีความมั่นใจ แต่เป็นการให้คุณค่ากับผู้ฟังที่ดีเท่าเทียมกับผู้พูดที่เก่ง หัวหน้าที่ให้ความสำคัญแค่ความกล้าแสดงออก อาจก่อให้เกิดการแข่งขันมากกว่าการให้ความร่วมมือ
.
สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ การแข่งขันทำให้เกิดความโดดเดี่ยว การชื่นชมสร้างความประทับใจแต่ก็ไม่ยั่งยืน ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจึงไม่ใช่ทีมที่เสียงดังสุด แต่เป็นทีมที่ยังคงสามัคคี สื่อสาร และมีน้ำใจต่อกัน แม้ในช่วงเวลาที่มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นทุกวินาที
.
#MIND #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact
https://www.facebook.com/share/p/1Dfsvxotjr/
😒 ความหลงตัวเองทำลายทีมได้
เมื่ออีโก้กลายเป็นตัวแปรสำคัญ
คนที่ดูเก่งสุด บางครั้งคือต้นเหตุให้งานพัง
.
การทำงานเป็นทีมหมายถึงการแบ่งปันความคิดและการประสานงาน และสามารถดึงทั้งด้านดีและด้านด้อยของเพื่อนร่วมงานออกมาได้ แต่บางครั้งก็อาจหมายถึงการยอมลดทิฐิของตนลงเมื่อเข้ามาเป็นผู้นำ
.
ในบทความนี้ เราจะสำรวจว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองที่แสดงออกอย่างเปิดเผย (Grandiose Narcissism) ซึ่งมีความคิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น มีความมั่นใจสูง ต้องการการชื่นชมและการยอมรับ จะส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมอย่างไรบ้าง?
.
นักจิตวิทยาบุคลิกภาพแยกแยะความหลงตัวเองออกเป็นสองด้าน ด้านแรกคือ ‘Narcissistic Admiration’ ซึ่งเป็นด้านที่ดูมีเสน่ห์ มั่นใจ และดึงดูดผู้อื่นได้ง่าย และด้านที่สอง ‘Narcissistic Rivalry’ มักจะรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าคนอื่นมองข้ามตน
.
การทดสอบทำโดยให้ผู้คนกว่า 100 คน เข้าไปอยู่ในห้องเกมหลบหนี และต้องแข่งกับเวลาเพื่อร่วมกันไขปริศนา ทั้งสองฝ่ายต้องปกป้องภาพลักษณ์ของตนเองในวิธีที่แตกต่างกัน และการทดสอบนี้ต้องการดูว่าฝ่ายใดช่วยหรือทำลายการทำงานเป็นทีมเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน
.
ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นทีมเล็กๆ โดยส่วนใหญ่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก หลังจากละลายพฤติกรรมในช่วงสั้นๆ ผู้ร่วมทดสอบก็จะเข้าไปในห้องเล่นเกม โดยมีเวลา 60 นาที ในการค้นหาเบาะแสและหาทางหนีออกมา
.
เกมสำหรับการทดสอบดูเหมือนว่าเป็นกิจกรรมสนุกสนานเพื่อสานสัมพันธ์ แต่ก็ทำให้เห็นชัดว่าใครแสดงความเป็นผู้นำ ผู้สนับสนุน และใครที่ยอมแพ้ไปอย่างเงียบๆ เมื่อตนไม่ได้เป็นจุดสนใจ รูปแบบของเกมนี้เปิดโอกาสให้เราได้เห็นพฤติกรรมหลงตัวเองอย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมไม่สามารถซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอหรือสร้างภาพลักษณ์ปลอมของตนเองได้
.
โดยก่อนและหลังเล่นเกม ผู้เล่นจะให้คะแนนตนเองและผู้เล่นคนอื่นๆ ในด้านต่างๆ เช่น ความน่าคบหา ความเห็นอกเห็นใจ และความมั่นใจ ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่าความประทับใจแรกพบจะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่หลังจากต้องเผชิญกับแรงกดดัน
.
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Round-Robin Design โดยสมาชิกทุกคนจะให้คะแนนทั้งตนเองและเพื่อนร่วมทีมแต่ละคน ทำให้เราเห็นทั้งมุมมองที่คนหลงตัวเองมีต่อตัวเอง และมุมมองที่คนอื่นมีต่อพวกเขาไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงชื่อเสียงและการรับรู้ภายในทีมแบบเรียลไทม์
.
และผลวิจัยก็ออกมาน่าตกใจ ทีมที่มีการแข่งขันกันเองในเชิงหลงตัวเองทำผลงานได้แย่กว่าทีมอื่นอย่างชัดเจน โดยมีความคืบหน้าในการแก้ปริศนาน้อยกว่าประมาณหนึ่งในสาม เพราะการแข่งขันกันเองมักจะทำลายความเป็นทีม
.
บทสรุปนั้นง่ายมาก อีโก้ไม่เพียงแต่ทำให้เพื่อนร่วมทีมอึดอัด แต่ยังทำลายความผูกพันร่วมกัน ซึ่งเป็นหัวใจของการทำงานให้สำเร็จ
.
งานวิจัยยังชี้ว่า ความมั่นใจที่มากไปสามารถบั่นทอนความไว้วางใจ ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพการทำงานได้ ในช่วงเวลาที่องค์กรต่างๆ กำลังทบทวนเรื่องภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมหลังยุคโควิดและการทำงานแบบ Work from Home
.
คำถามสำคัญคือ เรากำลังให้รางวัลกับความมั่นใจมากกว่าความเป็นทีมอยู่หรือไม่? และสมาชิกในทีมกำลังทำงานเพื่อตัวเองมากกว่าทีมหรือเปล่า?
.
ทางออกไม่ใช่การกีดกันคนที่มีความมั่นใจ แต่เป็นการให้คุณค่ากับผู้ฟังที่ดีเท่าเทียมกับผู้พูดที่เก่ง หัวหน้าที่ให้ความสำคัญแค่ความกล้าแสดงออก อาจก่อให้เกิดการแข่งขันมากกว่าการให้ความร่วมมือ
.
สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ การแข่งขันทำให้เกิดความโดดเดี่ยว การชื่นชมสร้างความประทับใจแต่ก็ไม่ยั่งยืน ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจึงไม่ใช่ทีมที่เสียงดังสุด แต่เป็นทีมที่ยังคงสามัคคี สื่อสาร และมีน้ำใจต่อกัน แม้ในช่วงเวลาที่มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นทุกวินาที
.
#MIND #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact
https://www.facebook.com/share/p/1Dfsvxotjr/