บุกทลายรัง โรแมนซ์สแกม กลางเมืองทองธานี รวบ13ชาวต่างชาติ แชทหลอกผู้เสียหาย เจอตำรวจวิ่งหนีกระเจิง รวมแก๊งก่อเหตุในประเทศไทย
วันที่ 21 ม.ค. 2569 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรีพ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ได้ร่วมกันประชุมพร้อมสั่งการ ให้ พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ และ พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันวางแผนในปฏิบัติการทลายรังสแกมเมอร์กลางเมือง
สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหาย เป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เนื่องจากถูกกลุ่มคนร้าย หลอกลวงโดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กและไลน์ โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นวิศวกรชาวจีน ติดต่อพูดคุยตีสนิทเรื่อยมา
ในฐานะคนรักใคร่ชอบพอกัน โดยมีการส่งภาพการทำงานให้ดูเป็นประจำ ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2569 คนร้ายจะเริ่มใช้แผนประทุษกรรมคลาสสิค คืออ้างว่าตนทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ไปก่อนเพื่อเป็นค่าเบิกเงิน แล้วจะโอนคืนให้
ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเส้นทางการเงิน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบัญชีดังกล่าวได้ ก่อนจะสืบสวนทราบว่าผู้บงการใหญ่ในปฏิบัติการดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติผิวสีแก๊งใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำโดยมีทั้งคนหลอก คนกดเงิน คนหาบัญชี โดยใช้การติดต่อเครือข่ายอาชญากรรมผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม (Telegram) และมีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ย่านเมืองทองธานี
จนถึงเวลาที่นัดหมายทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นเวลาแชทตามปกติกับผู้เสียหายจึงได้ร่วมปูพรมปิดล้อม ตรวจค้นที่คอนโด ปากเกร็ด พบกลุ่มชาวต่างชาติ พักอาศัยอยู่จำนวนมากและน่าจะรู้จักกันเนื่องจากมีการออกไปไหนมาไหนด้วยกันก่อนเข้าตรวจสอบห้องพักทั้งหมดพร้อมกัน โดยชายชาวต่างชาติบางรายกำลังแชทหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆอยู่ บางรายไหวตัววิ่งหนีสุดชีวิต ลงมาด้านล่างไม่สวมรองเท้า แต่ไม่รอด
จากการตรวจค้น และขยายผลเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งเป็นชาวไนจีเรีย 11 ราย และชาวโกตวิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 8 ราย โดยมีชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าออก
สอบปากคำทราบว่าหลบหนีเข้ามาทางชายแดนประเทศลาว ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
นอกจากนี้ ได้ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือสื่อสาร กว่า 34 ชิ้น (คอมพิวเตอร์ 4, โทรศัพท์ 29) จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาหลายรายมีความเชื่อมโยงกันแบ่งหน้าที่กันทำ มีการสื่อสารเพื่อเตือนกันผ่านกลุ่มแชท ในขณะที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและจับกุม ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่บางเครื่องพบแชท ในลักษณะโรแมนซ์สแกม ปลอมอัตลักษณ์เป็นชาว ต่างชาติทั้งยุโรป และเอเชีย ที่หน้าตาดี ดูมีฐานะพูดคุยตีสนิทหญิงชาวไทยและต่างชาติ เพื่อหลอกล่อให้โอนเงินมาโดยมีลักษณะการทำงานเป็นทีม แบ่งบทบาทการทำ สอดรับกันอย่างเป็นมืออาชีพ และพบความเชื่อมโยงกับคดีของ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งหลอกให้หญิงชาวไทยโอนเงินเสียหายนับล้านบาท
นอกจากนี้พบว่าผู้ต้องหาผิวสีบางส่วน มีการอยู่กินกับแฟนสาวชาวไทยแล้วหลอกให้หญิงเหล่านั้นใช้บัญชีของตนรับเงิน หรือให้ไปกดเงินจากตู้กดเงินสด
โดยหลอกว่าเป็นเงินที่เพื่อนของตนส่งมาให้ เพื่อไม่ให้ปรากฏภาพตนเกี่ยวข้องกับคดี โดยเมื่อรับเงินสดที่ไทยแล้ว ใช้คริปโตส่งเงินกลับไนจีเรีย โดยหักหัวคิวค่าดำเนินการ ซึ่งจะได้ขยายผลไปยังตัวการอื่นๆ รวมทั้งประสานส่งเครื่องมือสื่อสารต่างๆที่ตรวจยึดได้ไปตรวจสอบ หาพยานหลักฐาน กับ บช.สอท. อย่างละเอียดอีกครั้ง
บุกทลายรัง โรแมนซ์สแกม กลางเมืองทองธานี รวบ 13 ชาวต่างชาติผิวสี แชทหลอกผู้เสียหายสูญหลักล้านบาท