ขอแชร์ประสบการณ์ และขอระบายในพื้นที่นี้นะคะ ** งดดราม่านะคะ **
ช่วงโควิดเราได้เข้าโครงการ กู้เงิน SMe กับธนาคารนี้ มาเพื่อ เป็นทุนในการทำร้านอาหาร โดยแฟนเป็นคนชำระ ยอดหนี้ 80,000 บาท ชำระมาแล้วบางส่วนเหลือ 6 หมื่นปลายๆแต่ร้านอาหารไปไม่รอด ไม่มีกำลังทรัพย์จ่าย จึงต้องยอมปล่อยให้ ธนาคารฟ้องและไปขึ้นศาล ซึ่งเราไปขึ้นศาล 3 ครั้ง โดยที่ตกลงกับธนาคารไม่ได้เรื่องงวดผ่อนชำระ ดังนั้น รอบที่3 ทางทนายที่เป็นตัวแทนฝั่งธนาคาร จึงแนะนำให้เราบอกกับศาลให้พิพากษาได้เลย แล้วค่อยไป ขอตกลงยอดจ่ายกับธนาคารอีกทีศาลพิพากษาเดือน ตุลาคม 67 โดยที่ ให้เราจ่ายชำระ เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับธนาคารให้เสร็จ เป็นยอดเงินต้น+ดอกเบี้ย หลังจากนั้น ก็ไม่มีตัวแทนธนาคารติดต่อมา เราก็เลยโทรไปตามเบอร์ในใบที่รับมาจากศาล และเจรจาขอผ่อนเนื่องจาก มีภาระที่ต้องชำระหลายอย่าง
ทางตัวแทนธนาคาร บริษัท ที่1* ก็ตกลงกันทีชำระ ยอดเดือน ละ 3,000 บาท ซึ่งเขาให้เราส่งบัตรประชาชนเข้าไปพร้อมเขียนข้อความว่าเรามีความจำเป็นอะไร ขอผ่อนเดือนเท่าไหร่ เริ่ม ผ่อน เมื่อไหร่ ส่งไลน์ ให้เขา จากนั้นเราก็เริ่มผ่อนได้เลย เดือนละ3,000 บาทมาเรื่อยๆ ซึ่งเราก็ถามเขาว่ามีเอกสารยืนยันจากทางธนาคารให้เราถือไว้ไม๊ว่า ยินยอม ตามที่เราขอไป เขาบอกกับเราว่าไม่มีเอกสารจากธนาคารให้แต่ให้เราผ่อนยอดนั้นได้เลย
----------------------------------------------------------------------
จนเปลี่ยนตัวแทนธนาคารมาบริษัทที่2* ในปี 68 เขาก็ให้เราจ่ายยอดได้ตามเดิม คือ 3,000 บาท โดยไม่มีขอเอกสารเพิ่ม เราก็จ่ายมาเรื่อยๆ จนเข้าเดือนที่9 จากนั้นก็เปลี่ยนตัวแทนธนาคารอีก
---------------------------------------------------------------------
เป็นตัวแทนธนาคาร บ.ที่3 * ทักมาถามเรื่องยอดชำระ เราก็แจ้งตามเดิม ว่าเราตกลงชำระไว้ที่3,000 ตั้งแต่แรก เขาก็รับทราบและบอกให้เราชำระ ตามยอดนั้นในเดือนที 10 หลังจากนั้น เดือนที่ 11 เขาแจ้งว่าเราจ่ายยอดเดิมไม่ได้แล้ว เพราะ ธนาคารจะอายัดทรัพย์สินเราแล้วเนื่องจากเราผิดนัดชำระ เราเลยถามว่า ผิดนัดชำระได้ยังไง ในเมื่อเราตกลงจ่ายกับธนาคาร รายเดือน 3,000 บาท ตั้งแต่แรก และจ่ายตลอด ทางเจ้าหน้าที่ตัวแทนธนาคาร บ.ที่3 บอกกับเราดังนี้คะ
- ตามที่ทางศาลพิพากษามาต้องชำระเงินให้เสร็จภายใน90วัน ถ้าเกินกำหนดถือว่าผิดนัดต้องโดนอายัดทรัพย์ และตอนนี้เขาตั้งเรื่องอายัดทรัพย์เราแล้ว
- เราถามว่าแล้วเอกสารที่ทำส่งไปให้ ตัวแทน ธนาคาร บ.ที่1 ล่ะไม่เห็นบอกกำหนดเลย และ บ.ที่2 ก็ไม่ได้แจ้ง จนเราจ่ายมา 10เดือนแล้ว ไม่ทราบถึงข้อมูลนี้เลย ตัวแทนนาคาร บ. ที่ 3 บอกว่า เป็นเงื่อนไขของธนาคาร เขาออกกฎมาแบบนี้ และเอกสารที่เรายื่นไปเป็นการทำสัญญาฝ่ายเดียว ธนาคารไม่ได้อนุมัติและไม่ทราบเรื่องนี้ ดังนั้น เราต้องจ่ายเงิน ทั้งหมด เพื่อ ถอน อายัดทรัพย์ เราถามเขาว่า แล้ว ตัวแทนธนาคาร ทั้ง 3บ. ใจคอจะไม่แจ้ง ลูกค้าก่อนเหรอคะ ตัวแทนบ.ที่3บอกว่า ไม่จำเป็นต้องแจ้ง เพราะธนาคารมีสิทธิ์ดำเนินการได้เนื่องจากเราไม่ทำตามเงื่อนไข ซึ่งเราก็ถามเขาไปว่า ข้อมูลนี้ที่เป็นเงื่อนไขธนาคาร ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั้ง3ที่ไม่มีใครแจ้งข้อมูลนี้เลย ซึ่งถ้ามีกำหนดชัดเจน ลูกค้าก็ยังต้องวิ่งหาเงินให้ทันเพื่อไม่ให้โดนอายัดทรัพย์ แต่เหตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ช๊อคลูกค้าอย่างเรามากคะ
- เราเลยถามว่าน้องอายัดเงินเดือนใช่ไม๊ เขาตอบว่าเปล่าค่ะ สืบทรัพย์ เจอ ก็อายัดทรัพย์ ซึ่งเป็นคอนโดเราที่ลาดพร้าว ยังติด จำนองกับ ธนาคารสีส้ม อยู่ ราคาประเมิน อยู่ที่ 2.8 ล้าน และมูลนี้เรา รวมดอกแล้ว 8หมื่นปลาย นี่ถึงอายัดบ้านเลยเหรอ เราเลยถามเขาว่า มูลนี้น้อยกว่าทรัพย์ทำไมยึดได้ เขาก็ตามว่าไม่ทราบเช่นกันเพราะยื่นเรื่องไปที่ กรมบังคับคดีแล้ว ทางกรมรับเรื่อง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน
--------------------------------------------------------------------
เราเครียดมาก เพราะ การอายัดทรัพย์ที่ยังติดจำนอง มันเสียหายมากกว่าการที่เราโดนอายัดเงินเดือน เราจึงตัดสินใจโทรไปที่ธนาคารเพื่อ ขอให้ให้ช่วยเราในเรื่องนี้ว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ไม๊ เพราะเรารู้สึกว่า เราไม่ได้รับความเป็นธรรม และเหมือนโดนหลอกให้จ่ายสุดท้ายก็มาเอาบ้านเราไป
วันนั้น เราจึงนั่งวินมอไซด์จากที่ทำงานเราแถว ลำลูกกา ไป สำนักงานใหญ่ ของะนาคาร ที่ สุขุมวิท 21 เพื่อเจรจาใหทางธนาคารช่วยเหลือเรา เนื่องจากเราตกลงกับทางตัวแทน ธนาคาร บ.ที่3 ไม่ได้ จากการพูดคุย ทางธนาคารตกลงให้เราจ่ายชำระยอดลด10% อยู่ที่ 66,000 บาท ไม่รวมค่าถอนอายัดของกรมบังคับคดี เราจึงถามว่า เรื่องนี้ทางเราไม่ได้ต้องการให้อายัดบ้านค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะช่วยเหลือลูกค้าได้ไม๊ทาฃะนาคารยืนยันว่าไม่สามารถ ช่วยเหลือได้เนื่องจาก เรื่องถูกดำเนินการถึงขั้นบังคับคดีแล้ว เราจึงถามว่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ทางะนาคารแจ้งว่า เดี๋ยวจะให้ตัวแทนบ.ที่3 ติดต่อไปแจ้ง ดังนั้นเราจึงขอความเก็นใจ ธนาคาร ว่าขอเวลาหาเงินยอดดังกล่าวมาชำระหนี้ โดยจะชำระสิ้นเดือน คือวันที่ 31 มกราคม 69 ไม่เกิน 1 ทุ่ม ทางธนาคารรับทราบและแจ้งงว่าให้เรารอการติดต่อกลับจากตัวแทน บ.ที่3 ซึ่งการคุยครั้งนี้คุย เดือน พย.68
หลังจากนั้น มค.69 หลังจากนั้น ต้นเดือน ตัวแทนบ.ที่3 ก็โทรมาแจ้ง ว่าเรามีนัดชำระกับทางธนาคารนะสิ้นเดือนนี้ แต่ไม่ได้ระบุยอด เราจึงถามว่ายอดตามที่ตกลงใช่ไม๊เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ ติดต่อมาอีกที เรารอมาจนถึงวันนี้ วันที่ 21 ไม่มีใครติดต่อมาเราก็เลยติดต่อไปถามตัวแทนบ.ที่3 เพื่อสรุปยอดชำระและเอกสาร ทางตัวแทนแจ้งว่ายอดชำระ 69,000 บาท ไม่ใช่ 66,000 บาท เขาบอกว่ายอดที่คุยกันเป็นยอด ที่ต้องจ่ายในเดือน ธันวาคม 68 ซึ่งเขาไม่ทราบว่าทำไม ธนาคารแจ้งลูกค้าแบบนี้ เราก็ตกใจว่า อ้าวตกลง คุยกับธนาคารสำนักงานใหญ่ไว้แต่ ตัวแทนพูดแบบนี้คือ ตกลงใครตัดสินใจกันแน่ สรุปเราต้องจ่าย 69,000 บาท ภายในวันที่ 31 ก่อน 14.00 เราเลยบอกตัวแทนว่า เงินเดือนพี่ออกตอนเย็นขอไม่เกิน 1ทุ่มได้ไม๊ เขาบอกว่าไม่ได้ ไม่คนอยู่รอตัดยอด ไม่งั้นผิดเงื่อนไข เราเลยถามว่า เราจ่ายภายใน 31 มค . 69 นะ ทำไมจะไม่ได้ เขาบอกไม่มีคนรอสรุปยอดส่งธนาคาร ที่สำคัญตอนถอนอายัดต้องไปพร้อมกับตัวแทนธนาคารบ.ที่3. เพื่อไปถอนอายัดที่กรมบังคับคดี เราไม่สามาถไปดำเนินการด้วยตนเองได้
--------------------------------------------------------------------
เราทั้งโมโห ทั้งเสียใจ และอาจจะต้องเสียบ้าน เหมือนโดนหลอก ทั้งที่เราเองก็ทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้ว มีใครให้คำแนะนำเราได้บ้างไม๊คะ
เพราะ 14.00 เราไม่มีเงินก้อน แน่นอน ขออนุญาตร้องไห้นะคะ T_T
เหนื่อยใจกับ ธนาคาร K.. (ม่วง-เทา)
ช่วงโควิดเราได้เข้าโครงการ กู้เงิน SMe กับธนาคารนี้ มาเพื่อ เป็นทุนในการทำร้านอาหาร โดยแฟนเป็นคนชำระ ยอดหนี้ 80,000 บาท ชำระมาแล้วบางส่วนเหลือ 6 หมื่นปลายๆแต่ร้านอาหารไปไม่รอด ไม่มีกำลังทรัพย์จ่าย จึงต้องยอมปล่อยให้ ธนาคารฟ้องและไปขึ้นศาล ซึ่งเราไปขึ้นศาล 3 ครั้ง โดยที่ตกลงกับธนาคารไม่ได้เรื่องงวดผ่อนชำระ ดังนั้น รอบที่3 ทางทนายที่เป็นตัวแทนฝั่งธนาคาร จึงแนะนำให้เราบอกกับศาลให้พิพากษาได้เลย แล้วค่อยไป ขอตกลงยอดจ่ายกับธนาคารอีกทีศาลพิพากษาเดือน ตุลาคม 67 โดยที่ ให้เราจ่ายชำระ เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับธนาคารให้เสร็จ เป็นยอดเงินต้น+ดอกเบี้ย หลังจากนั้น ก็ไม่มีตัวแทนธนาคารติดต่อมา เราก็เลยโทรไปตามเบอร์ในใบที่รับมาจากศาล และเจรจาขอผ่อนเนื่องจาก มีภาระที่ต้องชำระหลายอย่าง
ทางตัวแทนธนาคาร บริษัท ที่1* ก็ตกลงกันทีชำระ ยอดเดือน ละ 3,000 บาท ซึ่งเขาให้เราส่งบัตรประชาชนเข้าไปพร้อมเขียนข้อความว่าเรามีความจำเป็นอะไร ขอผ่อนเดือนเท่าไหร่ เริ่ม ผ่อน เมื่อไหร่ ส่งไลน์ ให้เขา จากนั้นเราก็เริ่มผ่อนได้เลย เดือนละ3,000 บาทมาเรื่อยๆ ซึ่งเราก็ถามเขาว่ามีเอกสารยืนยันจากทางธนาคารให้เราถือไว้ไม๊ว่า ยินยอม ตามที่เราขอไป เขาบอกกับเราว่าไม่มีเอกสารจากธนาคารให้แต่ให้เราผ่อนยอดนั้นได้เลย
----------------------------------------------------------------------
จนเปลี่ยนตัวแทนธนาคารมาบริษัทที่2* ในปี 68 เขาก็ให้เราจ่ายยอดได้ตามเดิม คือ 3,000 บาท โดยไม่มีขอเอกสารเพิ่ม เราก็จ่ายมาเรื่อยๆ จนเข้าเดือนที่9 จากนั้นก็เปลี่ยนตัวแทนธนาคารอีก
---------------------------------------------------------------------
เป็นตัวแทนธนาคาร บ.ที่3 * ทักมาถามเรื่องยอดชำระ เราก็แจ้งตามเดิม ว่าเราตกลงชำระไว้ที่3,000 ตั้งแต่แรก เขาก็รับทราบและบอกให้เราชำระ ตามยอดนั้นในเดือนที 10 หลังจากนั้น เดือนที่ 11 เขาแจ้งว่าเราจ่ายยอดเดิมไม่ได้แล้ว เพราะ ธนาคารจะอายัดทรัพย์สินเราแล้วเนื่องจากเราผิดนัดชำระ เราเลยถามว่า ผิดนัดชำระได้ยังไง ในเมื่อเราตกลงจ่ายกับธนาคาร รายเดือน 3,000 บาท ตั้งแต่แรก และจ่ายตลอด ทางเจ้าหน้าที่ตัวแทนธนาคาร บ.ที่3 บอกกับเราดังนี้คะ
- ตามที่ทางศาลพิพากษามาต้องชำระเงินให้เสร็จภายใน90วัน ถ้าเกินกำหนดถือว่าผิดนัดต้องโดนอายัดทรัพย์ และตอนนี้เขาตั้งเรื่องอายัดทรัพย์เราแล้ว
- เราถามว่าแล้วเอกสารที่ทำส่งไปให้ ตัวแทน ธนาคาร บ.ที่1 ล่ะไม่เห็นบอกกำหนดเลย และ บ.ที่2 ก็ไม่ได้แจ้ง จนเราจ่ายมา 10เดือนแล้ว ไม่ทราบถึงข้อมูลนี้เลย ตัวแทนนาคาร บ. ที่ 3 บอกว่า เป็นเงื่อนไขของธนาคาร เขาออกกฎมาแบบนี้ และเอกสารที่เรายื่นไปเป็นการทำสัญญาฝ่ายเดียว ธนาคารไม่ได้อนุมัติและไม่ทราบเรื่องนี้ ดังนั้น เราต้องจ่ายเงิน ทั้งหมด เพื่อ ถอน อายัดทรัพย์ เราถามเขาว่า แล้ว ตัวแทนธนาคาร ทั้ง 3บ. ใจคอจะไม่แจ้ง ลูกค้าก่อนเหรอคะ ตัวแทนบ.ที่3บอกว่า ไม่จำเป็นต้องแจ้ง เพราะธนาคารมีสิทธิ์ดำเนินการได้เนื่องจากเราไม่ทำตามเงื่อนไข ซึ่งเราก็ถามเขาไปว่า ข้อมูลนี้ที่เป็นเงื่อนไขธนาคาร ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั้ง3ที่ไม่มีใครแจ้งข้อมูลนี้เลย ซึ่งถ้ามีกำหนดชัดเจน ลูกค้าก็ยังต้องวิ่งหาเงินให้ทันเพื่อไม่ให้โดนอายัดทรัพย์ แต่เหตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ช๊อคลูกค้าอย่างเรามากคะ
- เราเลยถามว่าน้องอายัดเงินเดือนใช่ไม๊ เขาตอบว่าเปล่าค่ะ สืบทรัพย์ เจอ ก็อายัดทรัพย์ ซึ่งเป็นคอนโดเราที่ลาดพร้าว ยังติด จำนองกับ ธนาคารสีส้ม อยู่ ราคาประเมิน อยู่ที่ 2.8 ล้าน และมูลนี้เรา รวมดอกแล้ว 8หมื่นปลาย นี่ถึงอายัดบ้านเลยเหรอ เราเลยถามเขาว่า มูลนี้น้อยกว่าทรัพย์ทำไมยึดได้ เขาก็ตามว่าไม่ทราบเช่นกันเพราะยื่นเรื่องไปที่ กรมบังคับคดีแล้ว ทางกรมรับเรื่อง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน
--------------------------------------------------------------------
เราเครียดมาก เพราะ การอายัดทรัพย์ที่ยังติดจำนอง มันเสียหายมากกว่าการที่เราโดนอายัดเงินเดือน เราจึงตัดสินใจโทรไปที่ธนาคารเพื่อ ขอให้ให้ช่วยเราในเรื่องนี้ว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ไม๊ เพราะเรารู้สึกว่า เราไม่ได้รับความเป็นธรรม และเหมือนโดนหลอกให้จ่ายสุดท้ายก็มาเอาบ้านเราไป
วันนั้น เราจึงนั่งวินมอไซด์จากที่ทำงานเราแถว ลำลูกกา ไป สำนักงานใหญ่ ของะนาคาร ที่ สุขุมวิท 21 เพื่อเจรจาใหทางธนาคารช่วยเหลือเรา เนื่องจากเราตกลงกับทางตัวแทน ธนาคาร บ.ที่3 ไม่ได้ จากการพูดคุย ทางธนาคารตกลงให้เราจ่ายชำระยอดลด10% อยู่ที่ 66,000 บาท ไม่รวมค่าถอนอายัดของกรมบังคับคดี เราจึงถามว่า เรื่องนี้ทางเราไม่ได้ต้องการให้อายัดบ้านค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะช่วยเหลือลูกค้าได้ไม๊ทาฃะนาคารยืนยันว่าไม่สามารถ ช่วยเหลือได้เนื่องจาก เรื่องถูกดำเนินการถึงขั้นบังคับคดีแล้ว เราจึงถามว่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ทางะนาคารแจ้งว่า เดี๋ยวจะให้ตัวแทนบ.ที่3 ติดต่อไปแจ้ง ดังนั้นเราจึงขอความเก็นใจ ธนาคาร ว่าขอเวลาหาเงินยอดดังกล่าวมาชำระหนี้ โดยจะชำระสิ้นเดือน คือวันที่ 31 มกราคม 69 ไม่เกิน 1 ทุ่ม ทางธนาคารรับทราบและแจ้งงว่าให้เรารอการติดต่อกลับจากตัวแทน บ.ที่3 ซึ่งการคุยครั้งนี้คุย เดือน พย.68
หลังจากนั้น มค.69 หลังจากนั้น ต้นเดือน ตัวแทนบ.ที่3 ก็โทรมาแจ้ง ว่าเรามีนัดชำระกับทางธนาคารนะสิ้นเดือนนี้ แต่ไม่ได้ระบุยอด เราจึงถามว่ายอดตามที่ตกลงใช่ไม๊เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ ติดต่อมาอีกที เรารอมาจนถึงวันนี้ วันที่ 21 ไม่มีใครติดต่อมาเราก็เลยติดต่อไปถามตัวแทนบ.ที่3 เพื่อสรุปยอดชำระและเอกสาร ทางตัวแทนแจ้งว่ายอดชำระ 69,000 บาท ไม่ใช่ 66,000 บาท เขาบอกว่ายอดที่คุยกันเป็นยอด ที่ต้องจ่ายในเดือน ธันวาคม 68 ซึ่งเขาไม่ทราบว่าทำไม ธนาคารแจ้งลูกค้าแบบนี้ เราก็ตกใจว่า อ้าวตกลง คุยกับธนาคารสำนักงานใหญ่ไว้แต่ ตัวแทนพูดแบบนี้คือ ตกลงใครตัดสินใจกันแน่ สรุปเราต้องจ่าย 69,000 บาท ภายในวันที่ 31 ก่อน 14.00 เราเลยบอกตัวแทนว่า เงินเดือนพี่ออกตอนเย็นขอไม่เกิน 1ทุ่มได้ไม๊ เขาบอกว่าไม่ได้ ไม่คนอยู่รอตัดยอด ไม่งั้นผิดเงื่อนไข เราเลยถามว่า เราจ่ายภายใน 31 มค . 69 นะ ทำไมจะไม่ได้ เขาบอกไม่มีคนรอสรุปยอดส่งธนาคาร ที่สำคัญตอนถอนอายัดต้องไปพร้อมกับตัวแทนธนาคารบ.ที่3. เพื่อไปถอนอายัดที่กรมบังคับคดี เราไม่สามาถไปดำเนินการด้วยตนเองได้
--------------------------------------------------------------------
เราทั้งโมโห ทั้งเสียใจ และอาจจะต้องเสียบ้าน เหมือนโดนหลอก ทั้งที่เราเองก็ทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้ว มีใครให้คำแนะนำเราได้บ้างไม๊คะ
เพราะ 14.00 เราไม่มีเงินก้อน แน่นอน ขออนุญาตร้องไห้นะคะ T_T