สวัสดีครับ วันนี้ ผมขอคุยเรื่อง คำว่า อวดดี กันหน่อย
ผมว่า ผมนี่มองย้อนไป ก็ เป็นคน อวดดี ผยอง ลำพอง ยโส พอสมควร แต่แบบ มีมารยาทนะ ไม่ใช่ อวดดี กักขระ
ถามว่า อวดดี ยังไง ก็ ผมไม่ค่อยง้อ นายจ้าง ส่วนเพื่อน และ แฟน ผมไม่ค่อยมีปัญหาแบบเดียวกัน แต่แฟนผมน่ะ เคยบอกผมว่า ก่อนรู้จักกัน เขามองผมว่า หยิ่งเหลือเกิน ผมขำมากๆ ถามว่า แล้วตอนนี้ละ ( ตอนนั้นแฟนกัน ) แฟนผมก็บอกว่า หน้ามือเป็นหลังอูฐ เลยนะ คือ คนละเรื่อง ถ้ารู้จัก และ ไม่ใช่ แค่ แฟนเก่านะ ผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน ก็เคยทัก แต่ ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ ไม่กล้าทักผมแบบนั้น
บุคลิกผม จะไม่ค่อยแคร์ใคร เพราะ หลายครั้งที่ อดีตเรา มัวแคร์คนอื่น เราเสียเวลาและ ไม่ได้ทำอะไรของเรา เช่น รอไปดูหนัง รอจน หนังออกจากโรง หรือ เราแคร์เขา เขาไม่แคร์เรา มันเสียโอกาสเรา ผมก็เลย ทำอะไรเองบ่อยๆ อาจชวนคนอื่นที่หัวอ่อนหน่อยไปด้วย พวก หัวโจก แยกๆกันไป เพราะ ไม่ชอบสิ่งที่พวกเขาทำ เช่น กินเหล้า ผมละไม่ไป และ เบื่อพวกยืมตังค์กินเหล้ามากสมัยเรียน ยกแม่น้ำทั้งห้า ว่า ไว้ใจกันไหม ขอยืม ร้อยนึง แต่พวกนี้ก็กลุ่มเดียวกันนะ ไปไหนไปกัน แต่ กินเหล้า ผมมักจะไม่ไป ไม่ชอบ
ยาม ทำงานนี่ละครับ เข้าเรื่องสักที ที่ผมว่า มองย้อนไปเรียนจบใหม่ๆ ทำงานที่แรก ผมมีความ อวดดี พอตัวเลย บริษัท สวัสดิการณ์ ดีๆ แต่ บางที เจ้านายก็มีข้อถูกใจ และไม่ถูกใจเรา จน บางที แม้รายได้จะดี ผมจะเงียบถ้านายโวยวายนะ ตอนผมทำพลาด ผมก็อดทน ทำดี ต่อเนื่อง แล้ว พอเจ้านายเห็นผลงาน จนชอบ ผมก็ ลาออก มันเลย เจ้านายเล่นงานผมหนึ่งดอก บอกที่ใหม่คงอยากให้ไปเร็ว ให้ผม ออกก่อนสิ้นเดือนได้นะ ผมก็ครับ ออกมา ปรากฎว่า เงินได้ไม่ครบเดือน ซึ่งผมก็ไม่ติดใจอะไร แต่รู้สึกเหมือน เด็กอ่อนประสบการณ์ โดนคนเขี้ยวกว่า เล่นส่งท้าย ไม่ว่ากัน
ไปรับเงินเดือนน้อยกว่า ทำงานที่ที่ สองนะ นิดนึง แต่ ได้ความรู้มากขึ้น ติดอาวุธทางปัญญาให้ตนเอง แลกกัน เงิน เวลา กับ ความรุ้ของเรา ในมุมกว้าง และ ได้ผล ผมไปทำงานและ เรียน ภาษาอังกฤษไปด้วยตอนเลิกงาน ผมก็ไม่ได้นึกอะไรมาก แต่ ผมเห็นคนอื่นเรียนผมก็ไปเรียน AUA นะ ก็ได้มีสังคมอีกส่วน เจอเพื่อน ชวนไปทำงาน บริษัท มหาชน ผมก็ไปตามเขาชวน ปรากฎว่า ได้งานดีขึ้นอีก ครับ
สภาพแวดล้อมดีกว่า สองที่แรก มีตึกของตัวเอง ลานจอดรถกว้างขวาง เพื่อนร่วมงานดีครับ นี่ถ้าผม ไม่อวดดี ลาออกมาจากที่แรก มาไกลถึงตรงนี้ไหม
ผมมองย้อนไป ผมว่า อวดดี ก็คือ ความกล้า แบบ โง่ๆหน่อยนะ ถ้าโชคร้ายอาจซวย แต่ มันก็ต้องวัดกัน ถ้าอายุยังน้อย นะ ยังตั้งต้นกันได้
แต่ ความอวดดี ทะนงตน ของผม มันก็มีภายใต้ กรอบ ความสามารถ และ บุคลิกดี มีมายาท รวมถึง ผมเป็นคน พูดจาเชื่อถือได้ รักษาคำพูด ไม่หลอกลวงคน
แค่ เจออะไรแบบ ต้องทนเยอะๆแล้ว ผมอาจทิ้งทุ่น ลาออกมันเลยก็ประมาณนั้น และแน่นอน ข้อเสียคือ วงการอาชีพนี้ มันก็ไม่ได้กว้างนัก ลาออก ทิ้งทุ่นใส่เจ้านาย ผมก็ กลับไปเจอเขาอีกไม่ได้แล้วนะ ทำสักสองสามครั้ง มองกลับไป ทางตันหลายซอยเลยผม เหอะๆๆ นี่ก็ไปถามไม่ได้ นั่นก็ไปจับมือกันไม่ได้
นี่แหล่ะ คนอวดดี อย่างผม เหมือนไล่ตัวเองให้จนมุม ไม่ว่าจะมีดีให้อวดแค่ไหน แต่ ลำพองมากไป ไร้คนตักเตือน คนเขามองว่า ไอ้นี่ไม่ต้องไปเตือนมัน ผมก็ ลำพองไปเรื่อยๆ จน เข้าตาลำบาก่บ่อยครั้งเลยที่ เหลือ รูเดียว หรือ ทางออก ทางเดียว ผมก็ต้องไป เนื่องจาก เวลา ไม่รออะไร เหลือทางไหนก็ต้องไปทางนั้น เพราะ ถ้าเรามีคนไม่ชอบขี้หน้าแล้ว อย่าแม้แต่คิดว่า จะกลับไปติดต่อด้วย เพราะ เขารอเชิดใส่เรา แบบที่เราเคยทำแค่นั้นแหล่ะ
แต่ถ้าคนเรา ไม่ถือดี อีโก้ เลยมันก็ยาก ความภูมิใจ มั่นใจ มันทำให้เรา ก้าวไปข้างหน้า มันคือ แรงผลักดัน เพียงแต่ มันเหมือน ม้าป่าที่วิ่งไปข้างหน้า เราต้องกุม บังเหียน ความอวดดีของเรา ให้มัน พอประมาณ แล้วจะทะยานสูง แต่ถ้าคุมไม่ได้ ปล่อยเหมือนม้าวิ่งไม่หยุด เราตกเหวแน่นอน ผมก็ เหมือน ตกเหว นี่แหล่ะ ในบางช่วง
พอเรา มีประสบการณ์มากแล้ว ก็ปรับความอวดดี มาเป็นความถ่อมตน เยอะหน่อย แต่ อย่า ถ่อมจนคนอื่น มายืนค้ำหัวแบบนั้นก็ไม่ได้ครับ คนยุคนี้ จำนวนมาก มักจะ เจอกันแล้ว ต้องข่มว่าเหนือกว่า มีบุญคุณ หรือ จ้องแค่ว่า เขาจะได้อะไรตอบแทน ประมาณนั้น
ก็เขียนให้อ่าน ไม่ได้มาสอนอะไรใคร ผมก็แค่ แชร์ให้ฟัง ว่า เรื่องผิดพลาด และ เรื่องไม่ดี บางทีมันก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด เพียงแต่ เราจะ รีบาวน์ ตัวเองได้แค่ไหน คนเรามีข้อดี และมีข้อเสีย ทุกคนแหล่ะ ใครจะมาเขียนว่า ประสบความสำเร็จง่ายๆ ผมว่าไม่มีหรอกครับ และไม่เชื่อ
มันต้องหวานอม ขมกลืน กันทุกคนแหล่ะนะ กับ ชีวิตของคนเรา
หลักก็ ขอให้ได้รู้ทัน ตัวเองไว้บ้าง ว่า เรามีข้อดี ข้อเสีย อะไร แล้วประครองสมดุลย์ให้ได้ ส่วนตัวผมขอแค่นี้นะ
คนเรา มันต้องมีความ อวดดี อยู่บ้าง แต่ มากไปจะลำบากในตอนท้าย ลองอ่านดูครับ
ผมว่า ผมนี่มองย้อนไป ก็ เป็นคน อวดดี ผยอง ลำพอง ยโส พอสมควร แต่แบบ มีมารยาทนะ ไม่ใช่ อวดดี กักขระ
ถามว่า อวดดี ยังไง ก็ ผมไม่ค่อยง้อ นายจ้าง ส่วนเพื่อน และ แฟน ผมไม่ค่อยมีปัญหาแบบเดียวกัน แต่แฟนผมน่ะ เคยบอกผมว่า ก่อนรู้จักกัน เขามองผมว่า หยิ่งเหลือเกิน ผมขำมากๆ ถามว่า แล้วตอนนี้ละ ( ตอนนั้นแฟนกัน ) แฟนผมก็บอกว่า หน้ามือเป็นหลังอูฐ เลยนะ คือ คนละเรื่อง ถ้ารู้จัก และ ไม่ใช่ แค่ แฟนเก่านะ ผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน ก็เคยทัก แต่ ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ ไม่กล้าทักผมแบบนั้น
บุคลิกผม จะไม่ค่อยแคร์ใคร เพราะ หลายครั้งที่ อดีตเรา มัวแคร์คนอื่น เราเสียเวลาและ ไม่ได้ทำอะไรของเรา เช่น รอไปดูหนัง รอจน หนังออกจากโรง หรือ เราแคร์เขา เขาไม่แคร์เรา มันเสียโอกาสเรา ผมก็เลย ทำอะไรเองบ่อยๆ อาจชวนคนอื่นที่หัวอ่อนหน่อยไปด้วย พวก หัวโจก แยกๆกันไป เพราะ ไม่ชอบสิ่งที่พวกเขาทำ เช่น กินเหล้า ผมละไม่ไป และ เบื่อพวกยืมตังค์กินเหล้ามากสมัยเรียน ยกแม่น้ำทั้งห้า ว่า ไว้ใจกันไหม ขอยืม ร้อยนึง แต่พวกนี้ก็กลุ่มเดียวกันนะ ไปไหนไปกัน แต่ กินเหล้า ผมมักจะไม่ไป ไม่ชอบ
ยาม ทำงานนี่ละครับ เข้าเรื่องสักที ที่ผมว่า มองย้อนไปเรียนจบใหม่ๆ ทำงานที่แรก ผมมีความ อวดดี พอตัวเลย บริษัท สวัสดิการณ์ ดีๆ แต่ บางที เจ้านายก็มีข้อถูกใจ และไม่ถูกใจเรา จน บางที แม้รายได้จะดี ผมจะเงียบถ้านายโวยวายนะ ตอนผมทำพลาด ผมก็อดทน ทำดี ต่อเนื่อง แล้ว พอเจ้านายเห็นผลงาน จนชอบ ผมก็ ลาออก มันเลย เจ้านายเล่นงานผมหนึ่งดอก บอกที่ใหม่คงอยากให้ไปเร็ว ให้ผม ออกก่อนสิ้นเดือนได้นะ ผมก็ครับ ออกมา ปรากฎว่า เงินได้ไม่ครบเดือน ซึ่งผมก็ไม่ติดใจอะไร แต่รู้สึกเหมือน เด็กอ่อนประสบการณ์ โดนคนเขี้ยวกว่า เล่นส่งท้าย ไม่ว่ากัน
ไปรับเงินเดือนน้อยกว่า ทำงานที่ที่ สองนะ นิดนึง แต่ ได้ความรู้มากขึ้น ติดอาวุธทางปัญญาให้ตนเอง แลกกัน เงิน เวลา กับ ความรุ้ของเรา ในมุมกว้าง และ ได้ผล ผมไปทำงานและ เรียน ภาษาอังกฤษไปด้วยตอนเลิกงาน ผมก็ไม่ได้นึกอะไรมาก แต่ ผมเห็นคนอื่นเรียนผมก็ไปเรียน AUA นะ ก็ได้มีสังคมอีกส่วน เจอเพื่อน ชวนไปทำงาน บริษัท มหาชน ผมก็ไปตามเขาชวน ปรากฎว่า ได้งานดีขึ้นอีก ครับ
สภาพแวดล้อมดีกว่า สองที่แรก มีตึกของตัวเอง ลานจอดรถกว้างขวาง เพื่อนร่วมงานดีครับ นี่ถ้าผม ไม่อวดดี ลาออกมาจากที่แรก มาไกลถึงตรงนี้ไหม
ผมมองย้อนไป ผมว่า อวดดี ก็คือ ความกล้า แบบ โง่ๆหน่อยนะ ถ้าโชคร้ายอาจซวย แต่ มันก็ต้องวัดกัน ถ้าอายุยังน้อย นะ ยังตั้งต้นกันได้
แต่ ความอวดดี ทะนงตน ของผม มันก็มีภายใต้ กรอบ ความสามารถ และ บุคลิกดี มีมายาท รวมถึง ผมเป็นคน พูดจาเชื่อถือได้ รักษาคำพูด ไม่หลอกลวงคน
แค่ เจออะไรแบบ ต้องทนเยอะๆแล้ว ผมอาจทิ้งทุ่น ลาออกมันเลยก็ประมาณนั้น และแน่นอน ข้อเสียคือ วงการอาชีพนี้ มันก็ไม่ได้กว้างนัก ลาออก ทิ้งทุ่นใส่เจ้านาย ผมก็ กลับไปเจอเขาอีกไม่ได้แล้วนะ ทำสักสองสามครั้ง มองกลับไป ทางตันหลายซอยเลยผม เหอะๆๆ นี่ก็ไปถามไม่ได้ นั่นก็ไปจับมือกันไม่ได้
นี่แหล่ะ คนอวดดี อย่างผม เหมือนไล่ตัวเองให้จนมุม ไม่ว่าจะมีดีให้อวดแค่ไหน แต่ ลำพองมากไป ไร้คนตักเตือน คนเขามองว่า ไอ้นี่ไม่ต้องไปเตือนมัน ผมก็ ลำพองไปเรื่อยๆ จน เข้าตาลำบาก่บ่อยครั้งเลยที่ เหลือ รูเดียว หรือ ทางออก ทางเดียว ผมก็ต้องไป เนื่องจาก เวลา ไม่รออะไร เหลือทางไหนก็ต้องไปทางนั้น เพราะ ถ้าเรามีคนไม่ชอบขี้หน้าแล้ว อย่าแม้แต่คิดว่า จะกลับไปติดต่อด้วย เพราะ เขารอเชิดใส่เรา แบบที่เราเคยทำแค่นั้นแหล่ะ
แต่ถ้าคนเรา ไม่ถือดี อีโก้ เลยมันก็ยาก ความภูมิใจ มั่นใจ มันทำให้เรา ก้าวไปข้างหน้า มันคือ แรงผลักดัน เพียงแต่ มันเหมือน ม้าป่าที่วิ่งไปข้างหน้า เราต้องกุม บังเหียน ความอวดดีของเรา ให้มัน พอประมาณ แล้วจะทะยานสูง แต่ถ้าคุมไม่ได้ ปล่อยเหมือนม้าวิ่งไม่หยุด เราตกเหวแน่นอน ผมก็ เหมือน ตกเหว นี่แหล่ะ ในบางช่วง
พอเรา มีประสบการณ์มากแล้ว ก็ปรับความอวดดี มาเป็นความถ่อมตน เยอะหน่อย แต่ อย่า ถ่อมจนคนอื่น มายืนค้ำหัวแบบนั้นก็ไม่ได้ครับ คนยุคนี้ จำนวนมาก มักจะ เจอกันแล้ว ต้องข่มว่าเหนือกว่า มีบุญคุณ หรือ จ้องแค่ว่า เขาจะได้อะไรตอบแทน ประมาณนั้น
ก็เขียนให้อ่าน ไม่ได้มาสอนอะไรใคร ผมก็แค่ แชร์ให้ฟัง ว่า เรื่องผิดพลาด และ เรื่องไม่ดี บางทีมันก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด เพียงแต่ เราจะ รีบาวน์ ตัวเองได้แค่ไหน คนเรามีข้อดี และมีข้อเสีย ทุกคนแหล่ะ ใครจะมาเขียนว่า ประสบความสำเร็จง่ายๆ ผมว่าไม่มีหรอกครับ และไม่เชื่อ
มันต้องหวานอม ขมกลืน กันทุกคนแหล่ะนะ กับ ชีวิตของคนเรา
หลักก็ ขอให้ได้รู้ทัน ตัวเองไว้บ้าง ว่า เรามีข้อดี ข้อเสีย อะไร แล้วประครองสมดุลย์ให้ได้ ส่วนตัวผมขอแค่นี้นะ