🍳"แมงกะพรุนไข่ดาว" สิ่งมีชีวิตที่เหมือนหลุดออกมาจากห้องครัว"🪼
#แมงกะพรุนไข่ดาว
(Fried Egg Jellyfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cotylorhiza tuberculata เป็นแมงกะพรุนที่มีรูปร่างโดดเด่นและน่ารักที่สุดชนิดหนึ่งในท้องทะเล โดยชื่อของมันมาจากลักษณะของร่ม (Bell) ที่ดูเหมือนไข่ดาวที่ตอกลงในกระทะอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
🪼ส่วนร่ม (The Bell) มีลักษณะแบนและมีปุ่มนูนตรงกลางเป็นสีเหลืองส้มเข้ม (ดูเหมือนไข่แดง) ล้อมรอบด้วยขอบสีขาวขุ่นหรือโปร่งแสง (ดูเหมือนไข่ขาว)
🪼ด้านล่างของร่มไม่มีหนวดยาวระโยงระยางเหมือนแมงกะพรุนทั่วไป แต่จะมี "แขนปาก" (Oral arms) ที่สั้นและแตกแขนงคล้ายพุ่มไม้ ปลายแขนมีตุ่มกลมๆ ขนาดเล็กสีม่วงหรือสีน้ำเงินเข้มดูสวยงาม
🪼โดยปกติจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17–35 เซนติเมตร แต่อาจโตเต็มที่ได้ถึง 40–50 เซนติเมตร
พบได้มากที่สุดใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลอีเจียน และทะเลเอเดรียติก
ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำอุ่นและน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง เนื่องจากมันมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับสาหร่ายเซลล์เดียว (Zooxanthellae) ที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อ ซึ่งช่วยผลิตสารอาหารผ่านการสังเคราะห์แสงให้แก่แมงกะพรุน
🪼แมงกะพรุนชนิดนี้ถือว่า ปลอดภัยต่อมนุษย์ โดยส่วนใหญ่แล้วเข็มพิษของมันไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังคนได้ หรือถ้าโดนอาจจะรู้สึกแค่คันๆ หรือระคายเคืองเล็กน้อยเท่านั้น (ยกเว้นผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายเป็นพิเศษ)
🐟ด้วยความที่พิษอ่อน ปลาตัวเล็กๆ มักจะเข้าไปอาศัยอยู่ตามแขนพุ่มไม้ของมันเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากศัตรู
🪼ต่างจากแมงกะพรุนหลายชนิดที่ลอยไปตามกระแสน้ำ C. tuberculata สามารถว่ายน้ำและบังคับทิศทางได้ดีพอสมควรโดยการขยับร่มของมัน
🪼พวกมันมีอายุขัยสั้นมาก โดยส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียงประมาณ 6 เดือน (ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนจนถึงต้นฤดูหนาว)
⚠️ข้อควรระวัง
มีแมงกะพรุนอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อสามัญว่า "Fried Egg Jellyfish" เหมือนกัน คือชนิด Phacellophora camtschatica ซึ่งพบในแถบน้ำเย็นและมีขนาดใหญ่กว่ามาก (ร่มกว้างได้ถึง 60 ซม. และหนวดยาวหลายเมตร) ซึ่งชนิดนั้นจะมีพิษที่รุนแรงกว่า
แหล่งที่มา : The Earth
🍳"แมงกะพรุนไข่ดาว" สิ่งมีชีวิตที่เหมือนหลุดออกมาจากห้องครัว" 🪼
🍳"แมงกะพรุนไข่ดาว" สิ่งมีชีวิตที่เหมือนหลุดออกมาจากห้องครัว"🪼
#แมงกะพรุนไข่ดาว
(Fried Egg Jellyfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cotylorhiza tuberculata เป็นแมงกะพรุนที่มีรูปร่างโดดเด่นและน่ารักที่สุดชนิดหนึ่งในท้องทะเล โดยชื่อของมันมาจากลักษณะของร่ม (Bell) ที่ดูเหมือนไข่ดาวที่ตอกลงในกระทะอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
🪼ส่วนร่ม (The Bell) มีลักษณะแบนและมีปุ่มนูนตรงกลางเป็นสีเหลืองส้มเข้ม (ดูเหมือนไข่แดง) ล้อมรอบด้วยขอบสีขาวขุ่นหรือโปร่งแสง (ดูเหมือนไข่ขาว)
🪼ด้านล่างของร่มไม่มีหนวดยาวระโยงระยางเหมือนแมงกะพรุนทั่วไป แต่จะมี "แขนปาก" (Oral arms) ที่สั้นและแตกแขนงคล้ายพุ่มไม้ ปลายแขนมีตุ่มกลมๆ ขนาดเล็กสีม่วงหรือสีน้ำเงินเข้มดูสวยงาม
🪼โดยปกติจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17–35 เซนติเมตร แต่อาจโตเต็มที่ได้ถึง 40–50 เซนติเมตร
พบได้มากที่สุดใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลอีเจียน และทะเลเอเดรียติก
ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำอุ่นและน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง เนื่องจากมันมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับสาหร่ายเซลล์เดียว (Zooxanthellae) ที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อ ซึ่งช่วยผลิตสารอาหารผ่านการสังเคราะห์แสงให้แก่แมงกะพรุน
🪼แมงกะพรุนชนิดนี้ถือว่า ปลอดภัยต่อมนุษย์ โดยส่วนใหญ่แล้วเข็มพิษของมันไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังคนได้ หรือถ้าโดนอาจจะรู้สึกแค่คันๆ หรือระคายเคืองเล็กน้อยเท่านั้น (ยกเว้นผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายเป็นพิเศษ)
🐟ด้วยความที่พิษอ่อน ปลาตัวเล็กๆ มักจะเข้าไปอาศัยอยู่ตามแขนพุ่มไม้ของมันเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากศัตรู
🪼ต่างจากแมงกะพรุนหลายชนิดที่ลอยไปตามกระแสน้ำ C. tuberculata สามารถว่ายน้ำและบังคับทิศทางได้ดีพอสมควรโดยการขยับร่มของมัน
🪼พวกมันมีอายุขัยสั้นมาก โดยส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียงประมาณ 6 เดือน (ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนจนถึงต้นฤดูหนาว)
⚠️ข้อควรระวัง
มีแมงกะพรุนอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อสามัญว่า "Fried Egg Jellyfish" เหมือนกัน คือชนิด Phacellophora camtschatica ซึ่งพบในแถบน้ำเย็นและมีขนาดใหญ่กว่ามาก (ร่มกว้างได้ถึง 60 ซม. และหนวดยาวหลายเมตร) ซึ่งชนิดนั้นจะมีพิษที่รุนแรงกว่า
แหล่งที่มา : The Earth