รีวิว 4 เรื่องสั้นสยองขวัญ Dagon,The lurking fear,The rats in the walls,Cool air สปอยหนักหน่วง ผลงานของ H.P Lovecraft

กระทู้คำถาม
รีวิว 4 เรื่องสั้นสยองขวัญ Dagon,The lurking fear,The rats in the walls,Cool air สปอยหนักหน่วง ผลงานของ H.P Lovecraft


ชื่อเรื่อง Dagon,The lurking fear,The rats in the walls,Cool air




แนวเรื่อง สัตว์ประหลาด ลึกลับ สยองขวัญ


ผู้เขียน H.P Lovecraft


ผลงานผู้เขียน The Call of Cthulhu ,

The Dream-Quest of Unknown Kadath ,At the Mountains of Madness , The Shadow over Innsmouth ,The Shadow Out of Time


หนังสือเสียง Necronomicon (รวมผลงานของ H.P Lovecraft)


ที่มา


https://www.audible.com/pd/Necronomicon-Audiobook/B00MNQKYNC


จำนวน ทั้งหมดเป็นเรื่องสั้นนะครับ จำนวนหน้าไม่กี่สิบหน้าต่อหนึ่งตอน


+ผลงานของ H.P Lovecraft ทั้งหมด ปัจจุบันเป็น Public domain แล้วนะครับ สามารถหาทางฟรีได้ใน https://gutenberg.org/ แต่ถ้าไม่อยากโหลดทีละเรื่อง สามารถหาซื้อแบบรวมทุกหมดได้ใน kindle (ราคาหลักสิบบาท ค่ามัดรวม อาจมีลิงค์หรือรูปภาพ ขึ้นกับราคาที่ซื้อ)


+หนังสือเสียงของ H.P Lovecraft สามารถหาฟังได้ฟรีในหลายๆแหล่ง ส่วนตัวผมใช้ใน Audible เป็นหนังสือรวมทุกผลงานของ H.P Lovecraft ชื่อว่า Necronomicon 


+ผลงานของ H.P Lovecraft หลายเรื่องมีแปลไทย แต่ผมไม่ทราบว่ามีเรื่องไหนบ้างนะ 


+ผลงานของ H.P Lovecraft จะเน้นที่คำบรรยายมากกว่าการกระทำนะครับ คือเน้นที่คำบรรยายหนักหน่วงเลย อย่าง 


Dagon เนื้อเรื่องคือ คนเรือแตก>ลอยไปเจอเกาะ>ติดเกาะเจอสัตว์ประหลาดปลา>กลัว >กลับบ้าน>จบ แค่ตะวันลับฟ้า คำบรรยายล่อไปหนึ่งย่อหน้าละ


Lovecraft จะไม่เขียนบอกอะไรเคลียร์ๆตรงๆ หลายเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ไม่รู้เพราะ อะไร ยังไง ใครเป็นคนทำ ปกติมากกกก เป็นแบบนี้เยอะมาก ถ้าคุณลองหาภาพวาดเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดของ Lovecraft คุณจะพบว่า นักวาดแต่ละคน วาดออกมาคนละแบบ แตกต่างกัน เพราะ Lovecraft เขาบรรยายไว้กว้างๆ บางครั้ง เขียน 2 ย่อหน้า เพื่อบอกเราว่า สัตว์ประหลาดที่เห็นตรงหน้า ไม่มีรูปร่างและหน้าตาที่ชัดเจน


+ให้คิดไว้เลยว่า สปอยหนักหน่วงทุกเรื่อง หลายเรื่องเป็นการสรุปนะครับ คือสรุปเนื้อเรื่องให้คร่าวๆ แต่ถ้าอ่านเอง หลายเรื่องจะเน้นมุมมองการเล่าจากตัวผู้เขียนนะ เวลาอ่านที่สรุปบางครั้งจะรู้สึกว่ามันสรุปไม่เหมือนกัน ไม่แปลกนะ เพราะผู้เขียนชอบบอกอะไรกว้างๆไว้ ให้เราเดาเองส่วนนึง ผมเองก็สรุปไว้แบบกว้างๆเหมือนกัน


**พล็อตเรื่องและเนื้อเรื่อง**


+Dagon 



เรื่องราวของนักโทษคนนึงที่เดินทางบนเรือ จนสบโอกาสหลบหนีมาได้ โดยเขาใช้เรือเล็กเดินทางจนมาติดเกาะร้างแห่งนึง ระหว่างที่เขาเอาตัวรอดบนเกาะร้าง เขาก็ได้พบกับแท่นบูชาลึกลับ บนแท่นบูชามีรูปภาพเกี่ยวกับสัตว์น้ำต่างๆสลักอยู่ 


จนกระทั่งเขาได้พบเจอกับมัน “Dagon” สิ่งที่จะทำให้เขาหวาดกลัวไปตลอดชีวิต


หลังจากนั้นเขาก็วิ่งหนีกลับไปที่เรือ หมดสติลง แล้วก็ตื่นขึ้นที่โรงพยาบาล


เขาฝันร้ายติดต่อกันหลายวัน ในวันสุดท้าย เขาเห็นมือของสัตว์ประหลาดที่หน้าต่าง…จบ


+The lurking fear




เรื่องราวของนักสืบคนนึง ที่ต้องเข้าไปสืบคดีคนตายบนภูเขา โดยบนเขามีคนตาย โดยฉีกกระชากร่างทิ้งเป็นชิ้นๆ โดนผู้คนบนเขาเชื่อกันว่า นี่คือผลงานของสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า “The lurking fear”


นักสืบไปพร้อมกับผู้ช่วยอีกสองคน ไปพักที่คฤหาสน์ของผู้ดีเก่า 


นี่เป็นคฤหาสน์ของตระกูล Martense เป็นตระกูลผู้ดีที่อาศัยแยกตัวจากคนอื่นๆ มาอยู่บนภูเขาหลายชั่วอายุคน หลังจากอยู่มานาน เพราะไม่ได้พบปะกับคนนอกเลย พวกคนในตระกูลเลยแต่งงานกันเอง ส่งผลให้ลูกหลานเริ่มมีสีตาที่ผิดเพี้ยนไป จนเป็นที่ร่ำลือกันในหมู่ชาวบ้าน ว่านี่เป็นตระกูลเพี้ยน แปลกประหลาด ไม่พบใคร


แล้ววันนึง ทั้งตระกูลก็หายไป ไม่มีใครพบตัวอีกเลย


นักสืบใช้คฤหาสน์เป็นที่มั่น โดยในห้องเปิดหน้าต่างและทางออกไว้ พร้อมที่จะต่อสู้เมื่อมีใครเข้ามา พวกเขาสามคน นั่งหันหน้าให้กับทางออก คิดไว้ว่า ถ้ามีใครเข้ามา ก็ต้องรู้ตัว และมีทางหนีตลอดเวลา


ไม่นาน หลังจากแสงตะเกียงพลิ้วไหว เสียงฟ้าผ่าฟาดลงมาเพียงช่วงพริบตา ผู้ช่วยนักสืบทั้ง 2 คน ก็หายไป ไม่มีใครพบตัวอีก


นักสืบพยายามตามหาตัวผู้ช่วยแต่ก็ไม่พบ เหลือเพียงเศษร่าง นักสืบตัดสินใจจะไม่บอกใคร เพราะเชื่อว่า บอกไปก็ไม่ได้อะไร แถมจะยุติการล่าตัวสัตว์ประหลาดซะอีก


ครั้งนี้เขามาพร้อมกับนักข่าว ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับตระกูล Martense ในอดีต 


นักสืบ นักข่าวและคนท้องถิ่น เริ่มตามล่าตัวสัตว์ประหลาดอีกครั้ง ไม่นานก็เกิดฝนตก ฟ้าผ่า พวกเขาเข้าไปหลบในที่พักได้ไม่นาน หลังจากนั้น คนในที่พักก็ตายไปทีละคน เหลือแค่เพียงนักสืบคนเดียว 


คนเริ่มเล่าลือกันว่า ต้องเป็นฝีมือผีบรรพบุรุษของตระกูล Martense แน่ๆ


นักสืบไปขุดหลุมฝังศพของตระกูล Martense เพื่อหวังให้ผีไปสู่สุคติหรืออย่างน้อยก็ได้เบาะแสว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี้


เขาขุดหลุมฝังศพได้ไม่นาน เขาก็ตกลงไปในหลุม ถึงพบว่า ใต้ดินหลุมฝังศพ มีอุโมงค์มากมายคล้ายกับรังผึ้งทั้งภูเขา 


ในนี้มีสิ่งมีชีวิตประหลาด รูปร่างคล้ายหนูผสมลิง ตัวใหญ่ ผิวเกลี้ยง หน้าเหมือนหนู กรงเล็บแหลมยาว(เขาบรรยายไว้กว้างๆนะ นักวาดแต่ละคนเลยวาดออกมาไม่เหมือนกัน)


นักสืบรีบวิ่งหนีไป จนพบกับสัตว์ประหลาดหลายสิบ อาจจะหลายร้อยตัววิ่งตามมา เขาหันไปสบตากับสัตว์ประหลาดถึงได้รู้ว่า นี่คือตาของตระกูล Martense ที่มีเอกลักษณ์ ตาข้างละสี 


ตระกูล Martense ไม่ได้หายไปไหน แต่พวกเขาหนีไปอยู่ใต้ดิน หลุมฝังศพใต้ดินแต่ละหลุม กลายเป็นสุสานขนาดใหญ่ พวกเขาใช้ชีวิตใต้ดินมาตลอดหลายร้อยปี สืบพันธุ์ภายในตระกูลจนเกิดความผิดเพี้ยนเป็นสัตว์ประหลาด หากขาดอาหาร ก็จะขึ้นมาจับคนข้างบนลงไปกิน 


หลังจากที่นักสืบหนีออกมาได้ เขาก็แจ้งกับทางการให้ใช้ระเบิด ระเบิดใต้ดินทั้งหมด ฆ่าพวกสัตว์ประหลาดให้หมด


ถึงแม้จะทำแบบนั้น เขาก็ยังไม่เลิกกลัวทุกครั้งที่คิดถึงตระกูล Martense จบ


(จริงๆมาเฉลยว่าสัตว์ประหลาดคือคนในตระกูล Martense คือหน้าสุดท้ายเลยนะ อ่านเองสนุกกว่าเยอะน่า)


+The rats in the walls





เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูล de la Poer(ภาษาฝรั่งเศส) ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Delapore ในภายหลัง


ตระกูลนี้เป็นตระกูลผู้ดีเก่า ที่เก็บตัวเงียบไม่ยุ่งใคร ลูกหลานตระกูลคนสุดท้าย ในเรื่องจะเรียกตัวเองว่า “Delapore” (เป็นชื่อตระกูลนะครับ ไม่ใช่ชื่อคน แต่เพราะเป็นคนสุดท้าย ผู้เขียนเลยใช้ชื่อตระกูลแทนชื่อคน ปกติ H.P Lovecraft ชอบเขียนให้คนเล่าเรื่องไม่มีชื่อ)


Delapore สูญเสียลูกชายในสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาตัดสินใจจะกลับไปใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของที่ Exham Priory  อสังหาฯของตระกูล


หลังจากที่ย้ายเข้าไป พร้อมกับคนรับใช้และแมวที่เลี้ยงเอาไว้ เขาพบกับ Edward Norrys ผู้ร่วมรบในสงครามพร้อมกับลูกชายเขา


ตระกูลของเขา ผู้คนต่างร่ำลือกันว่า เป็นตระกูลที่แปลกประหลาดและไม่คบใคร ชาวบ้านส่วนใหญ่หวาดกลัว ตระกูลเขา คนสุดท้ายที่อยู่บ้านหลังนี้ คือ Walter เขาใช้ ปืนลูกซอง ฆ่าครอบครัวตายทั้งครอบครัว หลังจากนั้นก็หายตัวไป เป็นบรรพบุรุษของ Delapore 


หลังจากที่เข้ามาอยู่ได้ไม่นาน Delapore เริ่มฝันร้ายติดต่อกัน จนไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน แมวที่เลี้ยงไว้มีอาการตื่นตระหนกพร้อมกับจ้องกำแพงอยู่ตลอดเวลา 


Delapore เริ่มได้ยินเสียงหนูจากในกำแพง 


เขาพบภายหลังว่า ตระกูลของเขา เป็นเจ้าของ เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินมายาวนานหลายร้อยปี ทำให้เขาพาผู้เชียวชาญเกี่ยวกับ มาค้นอุโมงค์ใต้ดิน พร้อมคิดการกำจัดหนูไปด้วย


หลังจากที่เข้ามาในอุโมงค์ใต้ดิน เขาพบว่า อุโมงค์นี้ไม่ได้เป็นอุโมงค์ธรรมดาที่ใช้หลบหนีหรือขนย้ายธรรมดา แต่มันมีมากกว่านั้น


เพราะตระกูล Delapore อยู่มายาวนานหลายร้อยปี ทำให้มีรูปปั้นและแหล่งสักการะเต็มไปหมด มากมายจากหลากหลายยุคสมัย รวมถึงโครงกระดูกของมนุษย์ที่มีมากมายหลายร้อย อาจจะถึงหลายพันคน(หนังสือบรรยายว่า โครงกระดูกมีมากจนแสงส่องไม่ถึง หนังสือเขียนนานละ ยังใช้ตะเกียงเป็นหลัก)


ยังพบกรงขัง 10 กรง ใน 3 กรงยังมีกระดูกอยู่ ตอนนี้ Delapore รู้แล้วว่า ตระกูลของเขาทำอะไรอยู่ใต้ดินนี้


ตระกูล Delapore ใช้อุโมงค์ใต้ดินเป็นเหมือนแหล่งโรงงานฆ่าสัตว์(มนุษย์)เพื่อเอาเนื้อมากิน ไม่ได้ฆ่าคนแล้วกินนะ คือ จับขัง ผสมพันธุ์ ให้อาหาร ครบวงจรการกินเนื้อคนมาหลายร้อยปี


ตระกูล Delapore ไม่ได้ทำเพื่อบูชาปีศาจหรือเทพหรืออะไร พวกเขาแค่ทำมานานจนเป็นเรื่องปกติ สำหรับพวกเขา มนุษย์เป็นแค่ สัตว์ประเภทปศุสัตว์ มนุษย์ในมุมมองของพวกเขา เป็นแค่หมู หรือ วัว แค่นั้น ไม่ได้ผิดอะไรที่จะฆ่าและกิน


Walter คือ Delapore คนสุดท้าย ที่รู้ความจริงข้อนี้ เป็นเหตุให้เขาฆ่าทั้งครอบครัวตัวเองตอนหลับ แล้วหนีหายไป ปล่อยให้พวกมนุษย์ที่อยู่ในอุโมงห์ใต้ดิน ถูกขังอยุ่ในกรง เป็นอาหารของหนูไป จบทุกอย่างเกี่ยวกับ Delapore ก่อนที่ตัวเอกจะมาเจอ


Delapore ตัวเอกของเรา หลังจากเข้ามาอุโมงค์ใต้ดินได้ไม่นาน ก็เริ่มมีอาการประหลาด ความมืดเข้าครอบงำ เสียสติไปทีละนิด เขาเริ่มคิดว่า ทำไมลูกเขาตาย แต่ Edward รอดละ


Delapore เริ่มเสียสติ ความมืดทำให้ทุกอย่างเลือนลาง เมื่อเขาได้สติอีกครั้ง เขาเห็น ร่างของ Edward ตรงหน้า…ถูกกินไปครึ่งตัว 


ทำไมหนูถึงได้กินละ พวกDelaporeอย่างเขา ก็กินเนื้อมนุษย์มาตลอดนิ Delapore เริ่มพ่น ภาษาโบราณ ภาษาบรรพบุรุษ ภาษาที่เหมือนไม่ใช่คน ก่อนที่จะสลบไป


3 ชั่วโมงต่อมา


มีคนพบ Delapore และ ศพที่ถูกกินของ Edward ไปครึ่งตัว Delapore ยังคงเสียสติ พูดจาไม่รู้เรื่องอยู่ ส่วนคนอื่นๆที่ไปด้วย ก็มีอาการเสียสติไม่ต่างกัน


ทางการตัดสินใจ ปิดอุโมงค์ใต้ดินและให้ Delapore ไปอยู่ในสถานบำบัดจิต เขายังคงบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือหนูเป็นคนทำ


จบ


**หนังสือแทบไม่บอกอะไรตรงๆเลยนะครับ แบบนี้ละ ปกติ บอกแค่กลายๆว่า Delapore ฆ่าและกิน Edward ในตอนที่ความมืดกลืนกิน แค่นั้นละ**


+Cool air




เรื่องราวของชายคนนึง ที่ต้องการหาที่อยู่ใหม่ พอย้ายมาได้ไม่นาน พบว่าห้องข้างบน อากาศเย็นเฉียบต่างอย่างที่อื่น


หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ป่วย มีอากาศหายใจไม่ออก รู้ว่าชั้นบนเป็นหมอ เลยไปขอความช่วยเหลือ


หมอคนนี้เก่งดี มีความรู้กว้างขวาง สามารถรักษาเขาให้หายได้ เพื่อตอบแทน เขาเลยมาช่วยสร้างระบบหล่อเย็นในห้องให้ดีขึ้นเรื่อยๆ


ในห้องอุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆตามระบบที่ดีขึ้น จนความเย็นลดลงในระดับต่ำกว่า 13 องศา เย็นจนมีแค่หมอที่อยู่ได้


วันนึง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครื่องสร้างความเย็นเกิดขัดข้อง ใช้การไม่ได้ เขาพยายามไปซ่อมให้แต่ก็ไม่ทัน


เขาเห็นร่างของหมอค่อยๆเปื่อยยุ่ยลงไป โดยในจดหมายของหมอเขียนไว้ว่า เขาตายมาแล้ว 18 ปี แต่ใช้ความเย็นและสารเคมียื้อร่างตัวเองเอาไว้


จบ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่