หัวหน้าเรารับพนักงานเพิ่มเพื่อมาช่วยงานเราในส่วนที่มัน overload (และก็ช่วยงานคนอื่นด้วย) คนที่หัวหน้ารับมาเป็นผู้ชาย อายุน้อยกว่าเรา มีประสบการณ์ทำงานพอสมควร เคยทำงานในองค์กรนี้ด้วย(หมายถึงองค์กรที่เราอยู่นี่) ตอนแรกเขาอยู่หน่วยงานอื่น และเคยเป็นหัวหน้าทีมในหน่วยนั้น และต้องการย้ายมาอยู่หน่วยเดียวกับเรา หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเก่าของเขาบอกว่าเขาทำงานโอเค นิสัยน่ารัก หัวหน้าเราถึงได้รับมาอยู่ด้วย
แต่พอเราทำงานกับพนักงานใหม่คนนี้ เราก็ค่อนข้างรู้สึกผิดหวังในบางเรื่อง ด้วยความที่เราเป็นคนจริงจังและมีความรับผิดชอบสูง เราแบ่งงานให้พนักงานใหม่อย่างเป็นกิจจะลักษณะก็จริง แต่เราก็ยังต้องสรุปผลงานในภาพรวมแล้ว update กับหัวหน้าทุกสัปดาห์ เพราะงานเรากับงานเขาถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกัน หัวหน้ามอบหมายให้เราเป็นคนสรุปรวมคนเดียว ทีนี้เราก็แจ้งพนักงานใหม่ให้ update ไฟล์ข้อมูลงานของเขาให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอ เพื่อที่เราจะได้เอาข้อมูลของเขามาใช้สรุปได้ แต่ปัญหาคือพนักงานใหม่ดูเป็นคนเอื่อยๆ ไม่ค่อยทำตามที่เราบอก ขนาดเราบอกเขาในกลุ่ม Line ที่มีหัวหน้าอยู่ด้วยแล้ว ปกติเราส่งงานให้หัวหน้าก็ส่งทางกลุ่ม Line แท็กหัวหน้าและพนักงานใหม่ ทีนี้เราต้องคอยเตือนคอยกระทุ้งเขาให้ update ข้อมูล เขาถึงจะทำ ถ้าเราไม่เตือน เขาก็ทำเหมือนลืม ซึ่งเรารู้สึกเบื่อที่ต้องมาคอยบอกซ้ำซากให้คนอื่นทำงานในส่วนของเขาเอง เราไม่ใช่ปฏิทินหรือนาฬิกาปลุกของใครที่ต้องมาร้องเตือนทุกครั้ง ยิ่งเราเป็นพวก introvert จัดๆด้วย ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากคุยกับใครหรอก (งานเราต้องประสานพูดคุยกับคนเยอะอยู่แล้ว สูบพลังเราไปทุกวี่ทุกวัน)
จริงๆเรื่องนี้จะโทษแต่พนักงานใหม่ก็ไม่ได้ ต้องโทษหัวหน้าด้วย เราเคยขอหัวหน้าว่าต่างคนต่างสรุปงานตัวเองส่งหัวหน้าได้ไหม หัวหน้าก็ไม่เอา จะให้เราทำคนเดียว จะเอาแต่ความสะดวกของตัวเอง มีอยู่ครั้งนึงเราส่งสรุปงานให้หัวหน้า แล้วหัวหน้าขอให้ใส่ข้อมูลเพิ่มเติม แต่พนักงานใหม่ไม่ส่งข้อมูลของเขามาให้เรา เราก็เลยส่งข้อมูลให้หัวหน้าช้าไปด้วย ทีนี้หัวหน้าก็มาคาดคั้นใส่อารมณ์กับเรา เราปรี๊ดแตก เรียกพนักงานใหม่มาวีนต่อหน้าหัวหน้าเลย หัวหน้าก็บอกให้เราใจเย็นๆ อย่าเอามาตรฐานของตัวเองไปใช้กับคนอื่น (แน่ะ มาโทษเราอีก ก็พวกเขาไม่ใช่เหรอที่ทำให้เราเป็นแบบนี้) แล้วหัวหน้าก็พูดตักเตือนพนักงานใหม่ไป หลังจากนั้นพนักงานก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นนิดนึง ยังไม่ถึงกับดีพอสำหรับเรา เพราะเรายังต้องคอยเตือนคอยกระทุ้งให้เขาทำงานอยู่ เราเองก็ปรับตัวด้วย โดยการสรุปรวมงานส่งหัวหน้าให้ทันกำหนด ต่อให้พนักงานใหม่ไม่ update งานของเขาเป็นปัจจุบัน เราก็จะสรุปส่งหัวหน้าไปทั้งสภาพที่เป็นอยู่ตอนนั้นแหละ
นอกจากนี้ หัวหน้าไม่ค่อยจะจู้จี้ตามงานกับพนักงานใหม่เหมือนกับที่จู้จี้กับเราด้วย พนักงานใหม่พอถึงเวลาเลิกงานก็เด้งตัวกลับบ้านทันที แต่พอเป็นเรา หัวหน้าจะชอบมาถามมาสั่งงานตอนใกล้ถึงเวลาเลิกงาน เรากำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน หัวหน้าก็จะขอข้อมูลงาน เราแทบไม่เคยได้กลับบ้านตรงเวลาเป๊ะๆเลย และถึงเราจะกลับบ้านไปแล้ว หัวหน้าก็ยังไลน์มาสั่งงาน และบางครั้งหัวหน้าต้องการตามงานส่วนของพนักงานใหม่ แต่มาตามที่เรา ไม่ไปตามกับพนักงานใหม่ เรารู้สึกข้องใจมาก เราก็ไม่ใช่หัวหน้าของพนักงานใหม่ และไม่เคยอยากเป็นหัวหน้าของใคร ทำไมเราต้องมารับภาระแทนหัวหน้าด้วย ในขณะที่พนักงานใหม่เคยทำงานเป็นหัวหน้ามาก่อน เราก็ย่อมคาดหวังว่าเขาจะมี mindset หรือความรับผิดชอบที่สูงหน่อย (แต่เขาทำให้เราผิดหวัง) หรือเพราะพนักงานใหม่เป็นผู้ชายตัวโต หัวหน้าเลยไม่อยากจู้จี้ (กลัวโดนสวนกลับแรงๆเหรอ) ส่วนเราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็เลยจู้จี้ยังไงก็ได้เหรอ (หัวหน้าก็เป็นผู้หญิง) ถ้าใช่ก็ไม่แฟร์กับเราเลย
อีกเรื่องนึงที่เรารู้สึกมีปัญหาคือ งานของเรากับพนักงานใหม่ จะต้องมีการไปพูดพรีเซนต์ในที่ประชุมผู้บริหารทุกเดือน ซึ่งหัวหน้าก็จะมอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนพรีเซนต์ ตอนที่ยังไม่รับพนักงานใหม่มา คนพรีเซนต์จะเป็นหัวหน้า หรือไม่ก็เรา พอรับพนักงานใหม่มา เราก็คาดหวังว่าจะเป็นเรากับพนักงานใหม่สลับกันไปพรีเซนต์ ช่วงแรกๆหัวหน้าให้พนักงานใหม่ไปนั่งสังเกตการณ์ในที่ประชุม ดูว่าเราพรีเซนต์งานยังไง แต่ตอนนี้ก็ผ่านมา 4 เดือนแล้ว พนักงานใหม่ยังไม่เคยได้ไปฝึกพรีเซนต์งานเลย หัวหน้าบอกว่าถ้าจะให้พนักงานใหม่พรีเซนต์ เขาต้องมาซ้อมพรีเซนต์กับหัวหน้าก่อน ไม่งั้นไม่ให้ไป เพราะกลัวจะไปพรีเซนต์แบบผิดๆ หรือไม่ถูกใจผู้บริหาร (หัวหน้าเรากลัว ผู้บริหารสไตล์ Gen X ของหน่วยงานรัฐก็จะเจ้ายศเจ้าอย่างหน่อย แต่เรา Gen Y ไม่ค่อยเข้าใจ)
แต่พนักงานใหม่ก็ไม่เคยมาซ้อมพรีเซนต์กับหัวหน้า (แหงล่ะ เขาย่อมหลบเลี่ยงอยู่แล้ว ในเมื่อมีเราอยู่ทั้งคน) และหัวหน้าก็ไม่เคยเรียกเขามาซ้อมพรีเซนต์ (อันนี้เรามองว่าหัวหน้าบริหารคนได้บกพร่อง) จึงกลายเป็นเราต้องพรีเซนต์ตลอด ที่เรารู้สึกไม่แฟร์ก็เพราะการประชุมนี้จัดขึ้นตอนบ่าย และการพรีเซนต์ของเรามันอยู่วาระเกือบท้ายสุด บางครั้งกว่าเราจะได้พรีเซนต์ ก็เลยเวลาเลิกงานไปแล้ว และการที่เราเลิกงานช้าก็ไม่ได้ค่าโอทีด้วย ในขณะที่พนักงานใหม่กลับบ้านไปแล้วอย่างสบายใจ เรากลับต้องมานั่งกระวนกระวายรอพรีเซนต์งานกับผู้บริหาร มันยุติธรรมตรงไหน เรากำลังคิดว่าถ้าเดือนหน้าหัวหน้ายังจะให้เราพรีเซนต์งานอีก เราจะลาพักร้อน หรือแกล้งลาป่วยในวันนั้นซะเลย แล้วดูซิว่าหัวหน้าจะให้พนักงานใหม่พรีเซนต์แทน หรือหัวหน้าจะพรีเซนต์แทนเอง (เราอยากให้เป็นแบบแรก)
อีกไม่นานก็จะครบกำหนดทดลองงานของพนักงานใหม่แล้ว คิดว่าเดี๋ยวหัวหน้าคงเรียกพนักงานใหม่คุยเพื่อประเมิน เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องประเมินเขา ถ้าถามเราว่าอยากประเมินให้เขาผ่านโปรไหม สำหรับเรายังไม่ผ่าน แต่เราก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นไม่ให้โอกาสแก้ไข แต่คิดว่าหัวหน้าคงประเมินให้ผ่าน คงไม่กล้าประเมินให้ตกหรอก เพราะยังไงพนักงานคนนั้นก็ย้ายมาจากส่วนงานอื่น หัวหน้าเรากับหัวหน้าส่วนงานเก่าของเขาก็สนิทกันและต้องประสานงานร่วมกันอยู่ แต่เราก็จะพูดตรงๆ ว่าพนักงานใหม่ควรปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดบ้าง พูดในเชิงสอน และก็คงถือโอกาสสอนหัวหน้าไปด้วยในทางอ้อม เพราะถ้าเราต้องมาทนรับสภาพแบบนี้ไปนานๆคงเครียดตายเลย
รู้สึกผิดหวังกับหัวหน้าและพนักงานใหม่
แต่พอเราทำงานกับพนักงานใหม่คนนี้ เราก็ค่อนข้างรู้สึกผิดหวังในบางเรื่อง ด้วยความที่เราเป็นคนจริงจังและมีความรับผิดชอบสูง เราแบ่งงานให้พนักงานใหม่อย่างเป็นกิจจะลักษณะก็จริง แต่เราก็ยังต้องสรุปผลงานในภาพรวมแล้ว update กับหัวหน้าทุกสัปดาห์ เพราะงานเรากับงานเขาถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกัน หัวหน้ามอบหมายให้เราเป็นคนสรุปรวมคนเดียว ทีนี้เราก็แจ้งพนักงานใหม่ให้ update ไฟล์ข้อมูลงานของเขาให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอ เพื่อที่เราจะได้เอาข้อมูลของเขามาใช้สรุปได้ แต่ปัญหาคือพนักงานใหม่ดูเป็นคนเอื่อยๆ ไม่ค่อยทำตามที่เราบอก ขนาดเราบอกเขาในกลุ่ม Line ที่มีหัวหน้าอยู่ด้วยแล้ว ปกติเราส่งงานให้หัวหน้าก็ส่งทางกลุ่ม Line แท็กหัวหน้าและพนักงานใหม่ ทีนี้เราต้องคอยเตือนคอยกระทุ้งเขาให้ update ข้อมูล เขาถึงจะทำ ถ้าเราไม่เตือน เขาก็ทำเหมือนลืม ซึ่งเรารู้สึกเบื่อที่ต้องมาคอยบอกซ้ำซากให้คนอื่นทำงานในส่วนของเขาเอง เราไม่ใช่ปฏิทินหรือนาฬิกาปลุกของใครที่ต้องมาร้องเตือนทุกครั้ง ยิ่งเราเป็นพวก introvert จัดๆด้วย ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากคุยกับใครหรอก (งานเราต้องประสานพูดคุยกับคนเยอะอยู่แล้ว สูบพลังเราไปทุกวี่ทุกวัน)
จริงๆเรื่องนี้จะโทษแต่พนักงานใหม่ก็ไม่ได้ ต้องโทษหัวหน้าด้วย เราเคยขอหัวหน้าว่าต่างคนต่างสรุปงานตัวเองส่งหัวหน้าได้ไหม หัวหน้าก็ไม่เอา จะให้เราทำคนเดียว จะเอาแต่ความสะดวกของตัวเอง มีอยู่ครั้งนึงเราส่งสรุปงานให้หัวหน้า แล้วหัวหน้าขอให้ใส่ข้อมูลเพิ่มเติม แต่พนักงานใหม่ไม่ส่งข้อมูลของเขามาให้เรา เราก็เลยส่งข้อมูลให้หัวหน้าช้าไปด้วย ทีนี้หัวหน้าก็มาคาดคั้นใส่อารมณ์กับเรา เราปรี๊ดแตก เรียกพนักงานใหม่มาวีนต่อหน้าหัวหน้าเลย หัวหน้าก็บอกให้เราใจเย็นๆ อย่าเอามาตรฐานของตัวเองไปใช้กับคนอื่น (แน่ะ มาโทษเราอีก ก็พวกเขาไม่ใช่เหรอที่ทำให้เราเป็นแบบนี้) แล้วหัวหน้าก็พูดตักเตือนพนักงานใหม่ไป หลังจากนั้นพนักงานก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นนิดนึง ยังไม่ถึงกับดีพอสำหรับเรา เพราะเรายังต้องคอยเตือนคอยกระทุ้งให้เขาทำงานอยู่ เราเองก็ปรับตัวด้วย โดยการสรุปรวมงานส่งหัวหน้าให้ทันกำหนด ต่อให้พนักงานใหม่ไม่ update งานของเขาเป็นปัจจุบัน เราก็จะสรุปส่งหัวหน้าไปทั้งสภาพที่เป็นอยู่ตอนนั้นแหละ
นอกจากนี้ หัวหน้าไม่ค่อยจะจู้จี้ตามงานกับพนักงานใหม่เหมือนกับที่จู้จี้กับเราด้วย พนักงานใหม่พอถึงเวลาเลิกงานก็เด้งตัวกลับบ้านทันที แต่พอเป็นเรา หัวหน้าจะชอบมาถามมาสั่งงานตอนใกล้ถึงเวลาเลิกงาน เรากำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน หัวหน้าก็จะขอข้อมูลงาน เราแทบไม่เคยได้กลับบ้านตรงเวลาเป๊ะๆเลย และถึงเราจะกลับบ้านไปแล้ว หัวหน้าก็ยังไลน์มาสั่งงาน และบางครั้งหัวหน้าต้องการตามงานส่วนของพนักงานใหม่ แต่มาตามที่เรา ไม่ไปตามกับพนักงานใหม่ เรารู้สึกข้องใจมาก เราก็ไม่ใช่หัวหน้าของพนักงานใหม่ และไม่เคยอยากเป็นหัวหน้าของใคร ทำไมเราต้องมารับภาระแทนหัวหน้าด้วย ในขณะที่พนักงานใหม่เคยทำงานเป็นหัวหน้ามาก่อน เราก็ย่อมคาดหวังว่าเขาจะมี mindset หรือความรับผิดชอบที่สูงหน่อย (แต่เขาทำให้เราผิดหวัง) หรือเพราะพนักงานใหม่เป็นผู้ชายตัวโต หัวหน้าเลยไม่อยากจู้จี้ (กลัวโดนสวนกลับแรงๆเหรอ) ส่วนเราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็เลยจู้จี้ยังไงก็ได้เหรอ (หัวหน้าก็เป็นผู้หญิง) ถ้าใช่ก็ไม่แฟร์กับเราเลย
อีกเรื่องนึงที่เรารู้สึกมีปัญหาคือ งานของเรากับพนักงานใหม่ จะต้องมีการไปพูดพรีเซนต์ในที่ประชุมผู้บริหารทุกเดือน ซึ่งหัวหน้าก็จะมอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนพรีเซนต์ ตอนที่ยังไม่รับพนักงานใหม่มา คนพรีเซนต์จะเป็นหัวหน้า หรือไม่ก็เรา พอรับพนักงานใหม่มา เราก็คาดหวังว่าจะเป็นเรากับพนักงานใหม่สลับกันไปพรีเซนต์ ช่วงแรกๆหัวหน้าให้พนักงานใหม่ไปนั่งสังเกตการณ์ในที่ประชุม ดูว่าเราพรีเซนต์งานยังไง แต่ตอนนี้ก็ผ่านมา 4 เดือนแล้ว พนักงานใหม่ยังไม่เคยได้ไปฝึกพรีเซนต์งานเลย หัวหน้าบอกว่าถ้าจะให้พนักงานใหม่พรีเซนต์ เขาต้องมาซ้อมพรีเซนต์กับหัวหน้าก่อน ไม่งั้นไม่ให้ไป เพราะกลัวจะไปพรีเซนต์แบบผิดๆ หรือไม่ถูกใจผู้บริหาร (หัวหน้าเรากลัว ผู้บริหารสไตล์ Gen X ของหน่วยงานรัฐก็จะเจ้ายศเจ้าอย่างหน่อย แต่เรา Gen Y ไม่ค่อยเข้าใจ)
แต่พนักงานใหม่ก็ไม่เคยมาซ้อมพรีเซนต์กับหัวหน้า (แหงล่ะ เขาย่อมหลบเลี่ยงอยู่แล้ว ในเมื่อมีเราอยู่ทั้งคน) และหัวหน้าก็ไม่เคยเรียกเขามาซ้อมพรีเซนต์ (อันนี้เรามองว่าหัวหน้าบริหารคนได้บกพร่อง) จึงกลายเป็นเราต้องพรีเซนต์ตลอด ที่เรารู้สึกไม่แฟร์ก็เพราะการประชุมนี้จัดขึ้นตอนบ่าย และการพรีเซนต์ของเรามันอยู่วาระเกือบท้ายสุด บางครั้งกว่าเราจะได้พรีเซนต์ ก็เลยเวลาเลิกงานไปแล้ว และการที่เราเลิกงานช้าก็ไม่ได้ค่าโอทีด้วย ในขณะที่พนักงานใหม่กลับบ้านไปแล้วอย่างสบายใจ เรากลับต้องมานั่งกระวนกระวายรอพรีเซนต์งานกับผู้บริหาร มันยุติธรรมตรงไหน เรากำลังคิดว่าถ้าเดือนหน้าหัวหน้ายังจะให้เราพรีเซนต์งานอีก เราจะลาพักร้อน หรือแกล้งลาป่วยในวันนั้นซะเลย แล้วดูซิว่าหัวหน้าจะให้พนักงานใหม่พรีเซนต์แทน หรือหัวหน้าจะพรีเซนต์แทนเอง (เราอยากให้เป็นแบบแรก)
อีกไม่นานก็จะครบกำหนดทดลองงานของพนักงานใหม่แล้ว คิดว่าเดี๋ยวหัวหน้าคงเรียกพนักงานใหม่คุยเพื่อประเมิน เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องประเมินเขา ถ้าถามเราว่าอยากประเมินให้เขาผ่านโปรไหม สำหรับเรายังไม่ผ่าน แต่เราก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นไม่ให้โอกาสแก้ไข แต่คิดว่าหัวหน้าคงประเมินให้ผ่าน คงไม่กล้าประเมินให้ตกหรอก เพราะยังไงพนักงานคนนั้นก็ย้ายมาจากส่วนงานอื่น หัวหน้าเรากับหัวหน้าส่วนงานเก่าของเขาก็สนิทกันและต้องประสานงานร่วมกันอยู่ แต่เราก็จะพูดตรงๆ ว่าพนักงานใหม่ควรปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดบ้าง พูดในเชิงสอน และก็คงถือโอกาสสอนหัวหน้าไปด้วยในทางอ้อม เพราะถ้าเราต้องมาทนรับสภาพแบบนี้ไปนานๆคงเครียดตายเลย