"แคนาดา" เอือม "ทรัมป์" ? เชื่อมสัมพันธ์จีน สะเทือนระเบียบโลก l ข่าวไวกับโมไนย เย็นบุตร

เนื้อหาในกระทู้มาจากคลิปยูทูปด้านล่างครับ เป็นลักษณะเหมือนคุณโมไนยเล่าข่าวให้ฟัง ข่าวค่อนข้างยาว แต่มีอยู่เรื่องนึงคือ "ทูตจาก 12 ชาติยุโรป เดินทางไปพบกับปูตินที่รัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออก" ซึ่งผมหาข่าวนี้จากสื่อต่างชาติไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าใช่งาน "Diplomatic Event" ที่ปูตินต้อนรับทูตจาก 33 ชาติหรือเปล่า

--------------------------

ที่มา: ข่าวไวกับโมไนย เย็นบุตร 2026
https://www.youtube.com/watch?v=NwxcaZjHBr8


พอเห็นท่าทีของทรัมป์ที่มีการใช้มาตรการมากขึ้นเข้มข้นขึ้นที่ต้องการกรีนแลนด์ จริงๆ เนี่ยอีกหนึ่งประเทศที่อยู่เฉยไม่ได้ คุณผู้ชมฮะ นั่นก็คือแคนาดาครับ เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม หากสหรัฐอเมริกาสามารถครอบครองกรีนแลนด์ได้มาปุ๊บเนี่ย ประเทศที่อยู่ตรงกลางจะโดนแซนวิชทันทีเลยนะครับ นั่นก็คือแคนาดา

คุณผู้ชมดูจากแผนที่ครับคือ ณ ขณะนี้ แคนาดาเนี่ยโดนขนาบเอาไว้โดยตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา แล้วหากสหรัฐอเมริกาครอบครองกรีนแลนด์ได้อีก แคนาดาจะเปรียบเสมือนเป็นไส้เลยครับ ที่โดนแซนวิชขนาบทั้งบนทั้งล่างนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าแคนาดาต้องปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญเลยฮะ จึงทำให้สัปดาห์ก่อน นายกของแคนาดาครับ มาร์ก คาร์นีย์ เดินทางไปเยือนจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี แล้วไปพบปะหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ลงนามกันหลายประเด็นโดยเฉพาะด้านการค้ากับการลงทุนครับ

แล้วถ้าย้อนกลับไป คุณผู้ชมจำได้มั้ยฮะ ความจริงจีนกับแคนาดาเนี่ยไม่ถูกกัน เพราะก่อนหน้านี้ยุคสมัยของอดีตนายกแคนาดา จัสติน ทรูโด ซึ่งเป็นยุคของทรัมป์ 1.0 เนี่ย ทรูโดเขาเคยมีการจับลูกสาวของผู้ก่อตั้ง Huawei ซึ่งตอนนั้นทำให้สัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาเรียกได้ว่า แย่แบบสุดๆ ไปเลยครับ แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ แคนาดาเนี่ยเขาพยายามเอาใจสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ครับ คือนอกจากยุคทรัมป์ 1.0 แล้วต่อเนื่องมาไบเดน ก็ยังมีความพยายามในการขึ้นภาษีรถยนต์ EV เป็น 100% จากจีนอีกฮะ แต่ปรากฏวันดีคืนดี ใครจะไปคิดจะไปฝันฮะว่า แคนาดาเนี่ยทอดสะพานให้กับจีนเต็มที่ ถึงขนาดนายกแคนาดาเดินทางไปเยือนจีน เพื่อที่แคนาดาจะใช้ในการคานอิทธิพลกับสหรัฐอเมริกา ก็ต้องหวังพึ่งเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีนนี่แหละ

แล้วความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ครับ ก็นำมาซึ่งการบรรลุข้อตกลงหลายอย่างระหว่างแคนาดากับจีนฮะ ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน เทคโนโลยีสะอาด ความสามารถในการแข่งขัน ด้านสภาพอากาศ เร่งการลงทุนในแบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน แล้วก็มีความปลอดภัยสาธารณะ ประสานงานกันกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ตลอดจนด้านการฟอกเงิน

ด้านจีนเองเนี่ยก็ระบุเลยนะครับว่า ก็จะให้ชาวแคนาดาเนื่ย อาจจะไม่ต้องขอวีซ่าในเดินทางเข้าจีนด้วย แล้วไฮไลต์สำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดๆ ไปถึงสหรัฐอเมริกาเนี่ย คือ ข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถยนต์ EV หรือว่ายานยนต์ไฟฟ้าครับ 49,000 คัน แล้วขณะเดียวกัน จะมีการลดภาษีให้กับยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนด้วยฮะ แล้วเรื่องนี้ถึงขนาดรัฐมนตรีคมนาคมของสหรัฐฯ บอกเลยว่าแคนาดา คุณจะต้องเสียใจกับข้อตกลงที่ออกมานะ เพราะด้านนึงเนี่ย ทางสหรัฐอเมริกามีความพยายามในการปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ของตัวเองด้วยการเก็บภาษีรถยนต์จากจีนแพงๆ ครับ

เรื่องนี้เอง ผมก็ต้องสอบถามผู้เชี่ยวชาญกันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสหรัฐอเมริกาในเวลานี้ พยายามจะผลักพันธมิตรสำคัญเดิมไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านซึ่งสนิทแนบชิดกันเลยอย่างแคนาดา แล้วภาษาชาวบ้านต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ แคนาดาก็เป็นลูกไล่สหรัฐอเมริกา คือ นโยบายเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันมาก หรือแม้กระทั่งทางยุโรปเอง ซึ่งก็มีความสัมพันธ์ผูกพันกับสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นแฟ้น แต่ปรากฏตอนนี้สหรัฐอเมริกาจะผลักทั้งแคนาดาด้วย จะผลักทั้งยุโรปออกไปด้วย

อาจารย์สมภพ มานะรังสรรค์ นะครับ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ก็บอกแบบนี้ครับ คือ แคนาดาเนี่ยมีการพลิกขั้วเลยฮะ จากที่เคยสนิทชิดเชื้อกับสหรัฐฯ สู่การจับมือกับจีน โดยในอดีตที่ผ่านมานั้น มีความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นยุคก่อนหน้านี้ รัฐบาลแคนาดาภายใต้จัสติน ทรูโด ดำเนินนโยบายตามสหรัฐอเมริกามาตลอด เช่น การจับกุมลูกสาวผู้บริหารของ Huawei การขึ้นภาษีรถ EV จีน 100% ก็สร้างความร้าวฉานให้กับจีนครับ แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึงยุคทรัมป์ 2.0 ซึ่งทรัมป์เนี่ยประกาศนโยบายต้องการผนวกแคนาดามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นเลย ก็ทำให้ผู้นำคนใหม่ของแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ที่ขึ้นมาแทนทรูโดเนี่ยต้องปรับนโยบาย เพื่อสร้างสมดุลอำนาจโดยแคนาดาหันไปเจรจาร่วมมือกับจีนในหลายด้าน ทั้งการเกษตร พลังงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน แร่ยูเรเนียม การศึกษาที่จะมีการรับนักศึกษาจีนเข้ามาสหรัฐฯ ยากนักใช่มั้ย งั้นเข้าไปเรียนที่แคนาดาก็ได้ คุณภาพก็ดีเหมือนกัน เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ที่กดดันตนเองหนักเกินไป แล้วถึงขนาดนายกแคนาดาบอกเลยว่า นี่คือการเตรียมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ขณะเดียวกัน คำถามว่าแล้วทำไมทรัมป์อยากได้แคนาดากับกรีนแลนด์ใจจะขาด ขุมทรัพย์ด้านพลังงานเลยครับ แคนาดาเป็นประเทศที่มีน้ำมันดิบสำรองมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกนะครับ ก็จะรองมาจากเวเนซุเอลา ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย แล้วหากสหรัฐฯ ครอบครองได้ ก็จะคุมแหล่งพลังงานมหาศาลได้ ขณะเดียวกัน หากสหรัฐอเมริกาสามารถผนวกแคนาดาได้เนี่ย ก็จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์ได้ง่ายขึ้นในอนาคตต่อไป แล้วเมื่อรวมพื้นที่กัน สหรัฐอเมริกา อลาสก้า แคนาดา กรีนแลนด์ จะทำให้มีขนาดพื้นที่ใหญ่มโหฬารใกล้เคียงกับรัสเซียซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โตสุดๆ ของโลกประเทศนึง และเป็นการสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์มหาศาลได้นะครับ แล้วก่อนหน้านี้ คุณผู้ชมฮะ ก่อนที่ทรัมป์เนี่ยเขาจะมีการประกาศเรื่องของการขึ้นภาษีกับ 8 ประเทศในยุโรป ที่มาขัดขวางการซื้อกรีนแลนด์เนี่ยนะครับ ปรากฏว่าทรัมป์เนี่ยเค้ามีการไปดูในรายละเอียดเรื่องของยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับล่าสุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในรายละเอียดนั้นคือ ใช้คำศัพท์หลายคำที่เหมือนเป็นการดูถูกดูแคลนยุโรปอย่างรุนแรงฮะ เช่น เรียกยุโรปว่า Civilization Eraser หรือว่ายางลบความศิวิไลซ์เนี่ยนะครับ แล้วมองว่าเศรษฐกิจของยุโรปนั้นอ่อนแอไร้อัตลักษณ์ความเป็นตะวันตก เพราะว่าผู้อพยพแห่แหนกันเข้ามา ยุโรป ณ ปัจจุบันนี้แตกต่างจากในอดีตเป็นอย่างมาก จีดีพง จีดีพีเนี่ย ก็โตน้อยลงนะครับ แล้วก็มีความขัดแย้งด้านการทหารอีก ขณะเดียวกันทรัมป์อาจจะต้องการลดการให้เงินอุดหนุนกับนาโตก็ได้ เพราะนาโตในมุมมองของทรัมป์ในอนาคตอาจจะลดจำนวนลงดีกว่าจ่ายเงินไปเรื่อยๆ แบบนี้ครับ แล้วในอนาคต ดีไม่ดีนาโตอาจจะมีแค่สหรัฐฯ แคนาดา กรีนแลนด์ แล้วก็บางประเทศซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับกรีนแลนด์ก็ได้ฮะ จากปัจจุบันนี้ นาโตมีสมาชิก 32 ประเทศครับ แล้วอีกหนึ่งปรากฏการณ์ อาจารย์สมภพบอกเลยฮะ เราไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนที่ทูตจาก 12 ชาติยุโรปเนี่ย เดินทางไปพบกับปูตินที่รัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออกในเรื่องนี้ครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้จะแคนาดาก็ดี จะยุโรปก็ดี ต้องเริ่มไปหามหาอำนาจชาติอื่นๆ แล้วครับเพื่อจะมาคานอิทธิพลกับสหรัฐอเมริกา แล้วชาติมหาอำนาจ นอกจากสหรัฐฯ จะมีใครอื่นใดไปได้อีก นอกจากจีนกับรัสเซียครับ รอดูเลยครับพันธมิตรใหม่ ยุโรปกับรัสเซีย ยุโรปกับจีน หรือแคนาดากับจีนเนี่ย จะเป็นอย่างไรบ้างเพราะชัดเจนว่ายังไงก็ตาม แต่ทรัมป์เดินหน้าต้องการจะครองครองกรีนแลนด์ให้ได้ครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่