ฟังเรื่องของน้องผู้หญิงที่ตกรถไฟ เพราะลืมกระเป๋า แล้วพยายามตามไปขึ้นรถไฟ แต่ก็ตกรถไฟอยู่ดี ทำให้น้องรอดปาฏิหาริย์จากเหตุการณ์เครนทับรถไฟ
มีเรื่องคล้ายๆกันที่เกิดกับเรา พอมันเกิดคล้ายๆกันที่เราหาคำตอบไม่ได้ เราก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนเด็กขึ้นมาตลอด และสงสัยว่า เหตุผลของเหตุการณ์ทั้งหมด มันคือ ความบังเอิญจริงรึป่าว
บอกเลย เราไม่ค่อยเชื่อเรื่องทางไสย เราเชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุมีผลที่พิสูจน์ได้ เพราะเรียนมาทางสายวิทย์ แม้จะเบนเข็มมาทางสายสังคมในช่วง ป. ตรี และ โท แต่ก็ยังคงเชื่อว่า โลกของเรา คือ ปัจจุบัน มนุษย์มีเพียงโลกเดียว
เริ่มเรื่อง ในตอนเด็ก เราจำได้ว่า เป็นช่วงประถม วันนั้น เราเดินไปตลาดกับแม่ แล้วมีลุงสามล้อที่เป็นเพื่อนแม่ปั่นผ่านมา ลุงชวนขึ้นรถ ความจริงเคยไปกับลุงหลายครั้ง ลุงไม่เก็บตังค์ ตอนแรกเราจำได้ว่าจะขึ้นรถไปด้วย แต่จู่ๆก็บอกว่าไม่ขึ้น จะเดินไป ก็ตามนั้น
พอซื้อของเสร็จ เราก็บอกแม่ว่าจะนั่งสามล้อของลุงกลับ เรากับแม่เดินตามหา ถามหาลุง มีคนขับรถตุ๊กตุ๊กบอกว่าลุงถูกรถชน ตอนนั้น เราถามย้ำไปหลายรอบ ว่าใช่คนเดียวกันไหม ก็ไม่แน่ใจ หาไม่เจอเลยนั่งคันอื่นกลับ
จนมาแน่ใจเมื่อ แม่บอกจะไปงานศพ นี่ก็แทบช็อค และมีคำถามซ้ำๆว่า มันเป็นเรื่องจริงรึคืออะไรกันแน่ ลองคิดย้ำๆ ก็รู้สึกแค่ว่า เราไม่อยากนั่งรถสามล้อของลุง ก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม มันยังติดอยู่กับเราตลอด เพราะคือคำถามที่เรายังหาคำตอบไม่ได้
อีกครั้ง เราเข้ากรุงเทพฯ ไปพักคอนโดของเพื่อน เรามีคีย์การ์ด และกลับเข้าห้องก่อน วันนั้น เราเข้าห้อง ก็นั่งกินอะไรแปบนึง แล้วเดินไปอาบน้ำ ในระหว่างที่เราเตรียมตัวจะอาบน้ำ เราอยู่ในห้องน้ำ จู่ๆก็ได้ยินเสียงคน เราตกใจ และวิ่งออกมา คิดว่า เราปิดประตูไม่สนิทรึป่าว พอเรามาถึงประตู คือประตูมันแง้มจริงๆ แต่เสียงที่เราได้ยิน ไม่ใช่เสียงคนคุยกันนอกห้อง แต่เป็นเสียงจากโทรศัพท์ของเราที่วางไว้บนโซฟา คือ งงไปเลยว่า จู่ๆโทรศัพท์เปลี่ยนหน้าจอไปได้ยังไง ทั้งๆที่มันวางอยู่บนโซฟาก็ยังหาคำตอบไม่ได้
และอีกครั้ง วันนั้น เราขี่มอเตอร์ไซค์จะไปทำงาน เราจอดรถอยู่หน้าซอย จู่ๆก็ได้ยินเสียงขอโทษ เราหันไปมอง มีรถกระบะเก่าๆ จอดอยู่ไม่ห่างจากเรา เราตกใจมาก ได้แต่มองหน้าคนขับ แล้วรถก็ขับไป
ทุกๆเหตุการณ์ มันคือ เหตุการณ์ที่เราหาคำตอบไม่ได้ นอกจากบอกว่า มันคือ ความบังเอิญ แต่ทุกเหตุการณ์ มันคือ เราถามตัวเองว่า เรายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม แต่ลึกๆเราก็แอบคิดนะ ว่า มันคืออะไรกันแน่ เพราะเราพยายามคิดถึงความรู้สึกในตอนเด็กว่า ทำไมไม่นั่งรถกับลุงสามล้อ เราได้แค่คำตอบว่า ไม่อยากนั่ง โดยไม่มีคำตอบที่ดูสมเหตุสมผลว่า เพราะอะไรถึงรู้สึกแบบนั้น และก็มีคำถามมาถามตัวเองตลอดว่า ถ้าวันนั้น เรานั่งสามล้อไปกับลุง มันจะยังเกิดอุบัติเหตุ รึจะไม่เกิด
เพื่อนๆ คิดว่า สิ่งที่เราเจอ มันคือความบังเอิญไหมคะ เราอยากได้ความเห็นว่า มันแค่เรื่องบังเอิญ
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ
แค่เรื่องบังเอิญ ใช่ไหมคะ ??
มีเรื่องคล้ายๆกันที่เกิดกับเรา พอมันเกิดคล้ายๆกันที่เราหาคำตอบไม่ได้ เราก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนเด็กขึ้นมาตลอด และสงสัยว่า เหตุผลของเหตุการณ์ทั้งหมด มันคือ ความบังเอิญจริงรึป่าว
บอกเลย เราไม่ค่อยเชื่อเรื่องทางไสย เราเชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุมีผลที่พิสูจน์ได้ เพราะเรียนมาทางสายวิทย์ แม้จะเบนเข็มมาทางสายสังคมในช่วง ป. ตรี และ โท แต่ก็ยังคงเชื่อว่า โลกของเรา คือ ปัจจุบัน มนุษย์มีเพียงโลกเดียว
เริ่มเรื่อง ในตอนเด็ก เราจำได้ว่า เป็นช่วงประถม วันนั้น เราเดินไปตลาดกับแม่ แล้วมีลุงสามล้อที่เป็นเพื่อนแม่ปั่นผ่านมา ลุงชวนขึ้นรถ ความจริงเคยไปกับลุงหลายครั้ง ลุงไม่เก็บตังค์ ตอนแรกเราจำได้ว่าจะขึ้นรถไปด้วย แต่จู่ๆก็บอกว่าไม่ขึ้น จะเดินไป ก็ตามนั้น
พอซื้อของเสร็จ เราก็บอกแม่ว่าจะนั่งสามล้อของลุงกลับ เรากับแม่เดินตามหา ถามหาลุง มีคนขับรถตุ๊กตุ๊กบอกว่าลุงถูกรถชน ตอนนั้น เราถามย้ำไปหลายรอบ ว่าใช่คนเดียวกันไหม ก็ไม่แน่ใจ หาไม่เจอเลยนั่งคันอื่นกลับ
จนมาแน่ใจเมื่อ แม่บอกจะไปงานศพ นี่ก็แทบช็อค และมีคำถามซ้ำๆว่า มันเป็นเรื่องจริงรึคืออะไรกันแน่ ลองคิดย้ำๆ ก็รู้สึกแค่ว่า เราไม่อยากนั่งรถสามล้อของลุง ก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม มันยังติดอยู่กับเราตลอด เพราะคือคำถามที่เรายังหาคำตอบไม่ได้
อีกครั้ง เราเข้ากรุงเทพฯ ไปพักคอนโดของเพื่อน เรามีคีย์การ์ด และกลับเข้าห้องก่อน วันนั้น เราเข้าห้อง ก็นั่งกินอะไรแปบนึง แล้วเดินไปอาบน้ำ ในระหว่างที่เราเตรียมตัวจะอาบน้ำ เราอยู่ในห้องน้ำ จู่ๆก็ได้ยินเสียงคน เราตกใจ และวิ่งออกมา คิดว่า เราปิดประตูไม่สนิทรึป่าว พอเรามาถึงประตู คือประตูมันแง้มจริงๆ แต่เสียงที่เราได้ยิน ไม่ใช่เสียงคนคุยกันนอกห้อง แต่เป็นเสียงจากโทรศัพท์ของเราที่วางไว้บนโซฟา คือ งงไปเลยว่า จู่ๆโทรศัพท์เปลี่ยนหน้าจอไปได้ยังไง ทั้งๆที่มันวางอยู่บนโซฟาก็ยังหาคำตอบไม่ได้
และอีกครั้ง วันนั้น เราขี่มอเตอร์ไซค์จะไปทำงาน เราจอดรถอยู่หน้าซอย จู่ๆก็ได้ยินเสียงขอโทษ เราหันไปมอง มีรถกระบะเก่าๆ จอดอยู่ไม่ห่างจากเรา เราตกใจมาก ได้แต่มองหน้าคนขับ แล้วรถก็ขับไป
ทุกๆเหตุการณ์ มันคือ เหตุการณ์ที่เราหาคำตอบไม่ได้ นอกจากบอกว่า มันคือ ความบังเอิญ แต่ทุกเหตุการณ์ มันคือ เราถามตัวเองว่า เรายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม แต่ลึกๆเราก็แอบคิดนะ ว่า มันคืออะไรกันแน่ เพราะเราพยายามคิดถึงความรู้สึกในตอนเด็กว่า ทำไมไม่นั่งรถกับลุงสามล้อ เราได้แค่คำตอบว่า ไม่อยากนั่ง โดยไม่มีคำตอบที่ดูสมเหตุสมผลว่า เพราะอะไรถึงรู้สึกแบบนั้น และก็มีคำถามมาถามตัวเองตลอดว่า ถ้าวันนั้น เรานั่งสามล้อไปกับลุง มันจะยังเกิดอุบัติเหตุ รึจะไม่เกิด
เพื่อนๆ คิดว่า สิ่งที่เราเจอ มันคือความบังเอิญไหมคะ เราอยากได้ความเห็นว่า มันแค่เรื่องบังเอิญ
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ