แสดงพอร์ตครบ 1 ปี 2568 ตามที่เคยแสดงมาหลายปี ประเมินกำไรขาดทุน เพื่อการเรียนรู้ ของคนมีอายุเกษียณ
แต่ไม่ขอแนะนำคนที่เกษียณแล้ว และไม่เคยเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องหุ้นมาก่อน ให้มาลงทุนในหุ้น.
มาดูพอร์ตแรกของ ธนาคารกสิกร ตามภาพ.
จะเห็นว่า ในพอร์ตติด - เพียง 2 หุ้น ที่เหลือ + หมด และยอดรวม +15.09% กำไรเป็นเงิน 45,183.17 บาท จากทุน 305,953.83 บาท
ผมลงทุนแบบกึ่งระยะยาวคือ จะมีการปรับหุ้น ตัวที่แกว้ง ติด -/+ จนเกินไปแบบขาดทุน หาหุ้นตัวใหม่ ที่ดูพฤติกรรมแล้วมั่นคงกว่า ย่อมมีการขาดทุนเงินที่ซื้อขายเมื่อ ดูในรายงานของทางธนาคารที่จัดทำไว้ แต่ในพอร์ตที่แสดงซึ้อขายหุ้นจะเป็นบวกมีกำไรเป็นส่วนมาก(เสมอ)
มาดูตลอดปี 68 ผมขาดทุนเงินที่ซื้อขายเท่าไร ดังนี้. (ซึ่งรูปแบบใหม่ของธนาคารทำให้สามารถดูและวิเคราะห์ได้ดีกว่าปีก่อนๆ มาก ย้อนหลังไปถึงปี 2020)
Year Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec 1 Year Total
2025--1,342.70-9,138.43-2,017.21-36.72-104.11 6,356.63 629.44-264.87 - -328.35 -5,716.58
ก็คือขาดทุนเงินสดซื้อขาย = 5,716.25 บาท.
ต่อไปดู ได้รับเงินปันผลตลอดปี 68 เท่าไหร ดังนี้.
YearJanFeb Mar Apr May Jun JulAug Sep Oct Nov Dec 1 Year Total
2025 - - 1,315.93 3,834.25 4,765.72 799.92 - - 4,617.37 2,463.48 270.90 899.91 18,967.48
ก็คือได้เงินปันผล = 18,967.48 บาท.
ดังนั้นผมได้กำไรปี 2568 ที่ยังไม่รวมกำไรในพอร์ต = 18,967.48 - 5,716.58 = 13,250.9 บาท.
**เมื่อคิดเป็น % ได้กำไร = 13,250.9 / 305,952.33 x 100 =
4.33% ต่อปี (ดีกว่าเงินฝากธนาคารดอกเบี้ยพิเศษที่ได้ 1.5 - 2 %)**
ยังไม่รวมกำไรในพอร์ตอีก 45,183.17 บาท ถ้ารวมแล้วปิดพอร์ต ก็จะได้กำไรทั้งปี = 58,434.07 บาท. หรือ 19.10%
แต่เป็นการลงทุนกึงระยะยาว ก็ยังไม่ถือว่าเป็นกำไรสุทธิ์ 19.10%
แต่เมื่อผมไปดูรายงานย้อนหลังที่ธนาคารจัดให้เริ่มปี 2020-2025 รวม 6 ปี กลายเป็นว่าพอร์ตกสิกรไทยนี้ผมยังไม่ได้กำไรอะไรเลย ดังนี้
Gain / Loss (monthly)
PeriodALL
Total Gain/Loss -121,093.67 THB ขาดทุนการซื้อ/ขาย
Dividend Report
PeriodALL
Total dividend 86,700.28 THB กำไรจากปันผล
บวกกำไรในพอร์ต 45,183.17 บาท
= 131,883.45 -121,093.67 = 10,789.78 บาท
คือเมื่อปิดพอร์ตนี้ทั้งหมดผมมีกำไรตลอด 6 ปีเพียง 10,789.78 บาทเอง.
มันไม่ง่ายเลยในการลงทุนหุ้นในประเทศไทย เมื่อเริ่มดูพอร์ตฝึกหัดทั้งแต่เริ่ม 10 ปีกว่ามาแล้ว ที่จะทำกำไร.
แต่เมื่อมาดูพอร์ตที่ 2 (SCB) หลังจากการเรียนรู้มาหลายปีแล้วเปิดพอร์ตที่ 2 ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีกำไรมาตลอด ขาดทุนการซื้อขายเพียงเล็กน้อย แต่กลับได้เงินปันผล+กำไรในพอร์ตสูงติดต่อกันมาหลายปี. ดังภาพ.
เมื่อเป็นการลงทุนหุ้นแบบระยะกลางหวังปันผล และมีการสลับหุ้นเพื่อรักษาพอร์ตให้ขาดทุนการซื้อขายบอบซ้ำน้อยที่สุด ตามที่ดูพฤติกรรมและปันผลของหุ้นแต่ละตัว ดังนั้นไม่ใช่เป็นการเชียรให้ซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เสนอเพื่อการเรียนรู้. ผู้เสนอก็จะได้ทบทวนตัวเองไปด้วย.
เมื่อไปดูเงินปันผลรวม 2 พอร์ต ของปี 2568 รวม 34,917.09 + 747.82 = 35,664.91 บาท
คิดเป็น % เท่ากับ 35654.91 / 529,162.05 X 100 = 6.74 %
นี้เป็นเพียงตะกล้าหนึ่ง แต่ผมลงผ่อนอสังหาก่อนเกษียณเสียมากว่าเป็นเวลาหลายปี ไม่ได้คำนึ่งถึงเงินที่ผ่อนจ่ายไปว่าเท่าไร แต่ประสงค์ว่าเมื่อเกษียณแล้วมีรายได้ต่อเดือนพอเพียงในการดำรงชีวิตแบบคนแก่เกษียณให้ได้เท่านั้นคล้าย Passive income. และไม่กล้าเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งจึงกระจายการมีรายได้จากหลายตะกล้า. เมื่อรวมๆ แล้วให้พอใช้จ่ายแต่ละเดือนในยามแก่วัยเกษียณก็ได้ตามเป้าที่ประสงค์นั้น ตามประสาคนที่อยู่อย่างจนกว่ารายได้ สมถะ จนเป็นอุปนิสัย.
แสดงพอร์ตครบ 1 ปี 2568 ตามที่เคยแสดง ประเมินกำไรขาดทุน เพื่อการเรียนรู้ ของคนมีอายุเกษียณ
แต่ไม่ขอแนะนำคนที่เกษียณแล้ว และไม่เคยเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องหุ้นมาก่อน ให้มาลงทุนในหุ้น.
มาดูพอร์ตแรกของ ธนาคารกสิกร ตามภาพ.
จะเห็นว่า ในพอร์ตติด - เพียง 2 หุ้น ที่เหลือ + หมด และยอดรวม +15.09% กำไรเป็นเงิน 45,183.17 บาท จากทุน 305,953.83 บาท
ผมลงทุนแบบกึ่งระยะยาวคือ จะมีการปรับหุ้น ตัวที่แกว้ง ติด -/+ จนเกินไปแบบขาดทุน หาหุ้นตัวใหม่ ที่ดูพฤติกรรมแล้วมั่นคงกว่า ย่อมมีการขาดทุนเงินที่ซื้อขายเมื่อ ดูในรายงานของทางธนาคารที่จัดทำไว้ แต่ในพอร์ตที่แสดงซึ้อขายหุ้นจะเป็นบวกมีกำไรเป็นส่วนมาก(เสมอ)
มาดูตลอดปี 68 ผมขาดทุนเงินที่ซื้อขายเท่าไร ดังนี้. (ซึ่งรูปแบบใหม่ของธนาคารทำให้สามารถดูและวิเคราะห์ได้ดีกว่าปีก่อนๆ มาก ย้อนหลังไปถึงปี 2020)
Year Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec 1 Year Total
2025--1,342.70-9,138.43-2,017.21-36.72-104.11 6,356.63 629.44-264.87 - -328.35 -5,716.58
ก็คือขาดทุนเงินสดซื้อขาย = 5,716.25 บาท.
ต่อไปดู ได้รับเงินปันผลตลอดปี 68 เท่าไหร ดังนี้.
YearJanFeb Mar Apr May Jun JulAug Sep Oct Nov Dec 1 Year Total
2025 - - 1,315.93 3,834.25 4,765.72 799.92 - - 4,617.37 2,463.48 270.90 899.91 18,967.48
ก็คือได้เงินปันผล = 18,967.48 บาท.
ดังนั้นผมได้กำไรปี 2568 ที่ยังไม่รวมกำไรในพอร์ต = 18,967.48 - 5,716.58 = 13,250.9 บาท.
**เมื่อคิดเป็น % ได้กำไร = 13,250.9 / 305,952.33 x 100 = 4.33% ต่อปี (ดีกว่าเงินฝากธนาคารดอกเบี้ยพิเศษที่ได้ 1.5 - 2 %)**
ยังไม่รวมกำไรในพอร์ตอีก 45,183.17 บาท ถ้ารวมแล้วปิดพอร์ต ก็จะได้กำไรทั้งปี = 58,434.07 บาท. หรือ 19.10%
แต่เป็นการลงทุนกึงระยะยาว ก็ยังไม่ถือว่าเป็นกำไรสุทธิ์ 19.10%
แต่เมื่อผมไปดูรายงานย้อนหลังที่ธนาคารจัดให้เริ่มปี 2020-2025 รวม 6 ปี กลายเป็นว่าพอร์ตกสิกรไทยนี้ผมยังไม่ได้กำไรอะไรเลย ดังนี้
Gain / Loss (monthly)
PeriodALL
Total Gain/Loss -121,093.67 THB ขาดทุนการซื้อ/ขาย
Dividend Report
PeriodALL
Total dividend 86,700.28 THB กำไรจากปันผล
บวกกำไรในพอร์ต 45,183.17 บาท
= 131,883.45 -121,093.67 = 10,789.78 บาท
คือเมื่อปิดพอร์ตนี้ทั้งหมดผมมีกำไรตลอด 6 ปีเพียง 10,789.78 บาทเอง.
มันไม่ง่ายเลยในการลงทุนหุ้นในประเทศไทย เมื่อเริ่มดูพอร์ตฝึกหัดทั้งแต่เริ่ม 10 ปีกว่ามาแล้ว ที่จะทำกำไร.
แต่เมื่อมาดูพอร์ตที่ 2 (SCB) หลังจากการเรียนรู้มาหลายปีแล้วเปิดพอร์ตที่ 2 ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีกำไรมาตลอด ขาดทุนการซื้อขายเพียงเล็กน้อย แต่กลับได้เงินปันผล+กำไรในพอร์ตสูงติดต่อกันมาหลายปี. ดังภาพ.
เมื่อเป็นการลงทุนหุ้นแบบระยะกลางหวังปันผล และมีการสลับหุ้นเพื่อรักษาพอร์ตให้ขาดทุนการซื้อขายบอบซ้ำน้อยที่สุด ตามที่ดูพฤติกรรมและปันผลของหุ้นแต่ละตัว ดังนั้นไม่ใช่เป็นการเชียรให้ซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เสนอเพื่อการเรียนรู้. ผู้เสนอก็จะได้ทบทวนตัวเองไปด้วย.
เมื่อไปดูเงินปันผลรวม 2 พอร์ต ของปี 2568 รวม 34,917.09 + 747.82 = 35,664.91 บาท
คิดเป็น % เท่ากับ 35654.91 / 529,162.05 X 100 = 6.74 %
นี้เป็นเพียงตะกล้าหนึ่ง แต่ผมลงผ่อนอสังหาก่อนเกษียณเสียมากว่าเป็นเวลาหลายปี ไม่ได้คำนึ่งถึงเงินที่ผ่อนจ่ายไปว่าเท่าไร แต่ประสงค์ว่าเมื่อเกษียณแล้วมีรายได้ต่อเดือนพอเพียงในการดำรงชีวิตแบบคนแก่เกษียณให้ได้เท่านั้นคล้าย Passive income. และไม่กล้าเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งจึงกระจายการมีรายได้จากหลายตะกล้า. เมื่อรวมๆ แล้วให้พอใช้จ่ายแต่ละเดือนในยามแก่วัยเกษียณก็ได้ตามเป้าที่ประสงค์นั้น ตามประสาคนที่อยู่อย่างจนกว่ารายได้ สมถะ จนเป็นอุปนิสัย.