พิธา-กุลธิดา เยือนปารีส รับฟังเสียงแรงงาน-นักเรียนไทย เปรียบเทียบนโยบายวัฒนธรรมไทย-ฝรั่งเศส
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557166
.

.
“พิธา-กุลธิดา” เยือนปารีส รับฟังเสียงแรงงาน-นักเรียนไทย เปรียบเทียบนโยบายวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเศส
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย น.ส.
กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไทยในต่างแดน ณ ศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ (Centre International de Culture Populaire – CICP) ท่ามกลางบรรยากาศการตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
.
จากการพบปะครั้งนี้ นาย
พิธาได้ทราบข้อมูลสถิติการลงทะเบียนเลือกตั้งของคนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 2,900 คน เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในต่างแดนในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศอย่างต่อเนื่อง
.
ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปนับที่ประเทศไทย ขณะที่คะแนนประชามติจะนับที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนประชามติ
.
ในกิจกรรมนี้ นาย
พิธาและ น.ส.
กุลธิดา ได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากแรงงานไทยในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมแฟชั่น ช่างเย็บผ้า พนักงานร้านอาหาร และหมอนวดแผนไทย โดยแรงงานได้สะท้อนถึงความท้าทายในการดำรงชีวิตและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐไทยจากต่างแดน
.
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอนโยบาย “
ศูนย์ดูแลแรงงานไทยทั่วโลก” ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะพำนักหรือทำงานอยู่ที่ใด
.
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับนักเรียนไทยและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรม (Cultural Management) ในฝรั่งเศส โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ แม้ขนาดเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะใหญ่กว่าไทยประมาณ 5-6 เท่า แต่ฝรั่งเศสกลับจัดสรรงบประมาณด้านวัฒนธรรมสูงกว่าไทยถึง 18 เท่า โดยแบ่งการลงทุนเป็น Heritage 45% การสร้างสรรค์ (Creation) 25% และการสนับสนุนสื่อ 30% สะท้อนแนวคิดการพัฒนาวัฒนธรรมที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์อดีตและการสร้างสรรค์อนาคต
.
อีกจุดแข็งสำคัญคือการกระจายอำนาจด้านวัฒนธรรม โดยงบประมาณส่วนใหญ่ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่รัฐบาลกลาง แต่ถูกถ่ายโอนไปยังรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้การกำหนดนโยบายและการจัดการด้านวัฒนธรรมมีความหลากหลายและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
.
ด้าน น.ส.
กุลธิดาได้.อธิบายโมเดลอุตสาหกรรมหนังสือของฝรั่งเศส ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการอ่านที่ยั่งยืน ผ่าน Loi Lang หรือ “
กฎหมายราคาหนังสือเดียว” ที่กำหนดให้หนังสือใหม่จำหน่ายในราคาเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองร้านหนังสืออิสระจากการแข่งขันของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ควบคู่กับมาตรการลดภาษีให้สำนักพิมพ์ และการมีห้องสมุดชุมชนกระจายอยู่จำนวนมาก
.
นาย
พิธากล่าวย้ำว่า การเยือนยุโรปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะผู้สนับสนุน หากแต่เป็นการรับฟังและเก็บข้อมูลเชิงประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนานโยบายที่ปรับบทบาทของรัฐจากการดูแลเป็นครั้งคราวไปสู่การเชื่อมต่ออย่างยั่งยืน เพื่อดึงศักยภาพของคนไทยทั่วโลกกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศร่วมกันในระยะยาว
.
.
กางตาราง พิธา ขึ้นเวทีปราศรัย สามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.นี้ พร้อมช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำหาเสียงต่อช่วงค่ำ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557296
.
กางตาราง พิธา รับงานแน่น ขึ้นเวทีปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.นี้ พร้อมช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำหาเสียงต่อช่วงค่ำ
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน ถึงความเคลื่อนไหวการหาเสียงว่า ในวันที่ 25 มกราคม นี้ นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเข้าร่วมเวทีปราศรัย เชื่อในประชาชน ที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.
.
จากนั้น เวลา 17.00 น. นาย
พิธาจะไปที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต BTS แพรกษา เพื่อไปปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการหาเสียง
.
.
เชตวัน ผิดหวัง พท.ปราศรัย ‘ณัฐวุฒิ-ศึกษิษฏ์-อนุสรณ์’ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนปทุม
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557055
.
เชตวัน ผิดหวัง พท.ปราศรัย ‘ณัฐวุฒิ-ศึกษิษฏ์-อนุสรณ์’ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนปทุม
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม นาย
เชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี พื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา และ ต.หลักหก ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี โพสต์ข้อความในหัวข้อ “
ปราศรัยแบบนี้ไม่ให้เกียรติ และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนปทุมธานี” โดยอ้างถึงเวทีการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งแกนนำหลายคน อาทิ
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ และ
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้กล่าวพาดพิงไปถึงผลการเลือกตั้งใน จ.ปทุมธานี ครั้งที่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยชนะได้เพียง 1 เขต ขณะที่อดีตพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน ชนะได้มากถึง 6 เขต โดยกล่าวในท่วงทำนองที่ว่าคนปทุมธานีเลือกผิด
.
เชตวันระบุว่า
จากที่ได้รับชมเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ จ.ปทุมธานี เมื่อวานนี้ ผมรู้สึกผิดหวัง และไม่สบายใจอย่างยิ่งกับคำปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทย ผมในฐานะอดีต ส.ส.ปทุมธานี เป็นตัวแทนที่พี่น้องชาวปทุมธานีเลือกเข้ามา รู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่ผู้ปราศรัยหลัก 2 ท่าน คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ พูดนั้น กำลังจะสื่อว่าคนปทุมธานีโง่ ใช่หรือไม่? จากที่ผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คนปทุมธานีเลือกพรรคประชาชนชนะไปถึง 6 เขต และเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเพียงเขตเดียวเท่านั้น โดยคุณณัฐวุฒิใช้คำว่า ‘ตอนเข้าคูหาเลือกตั้ง คนปทุมเลือดตกหัว น้ำส้มดีดเข้าตา มึน เลยกาผิดช่อง’ ขณะที่คุณศึกษิษฏ์ใช้คำว่า ‘อย่าให้ฝุ่นสีส้มบังตาเหมือนคราวที่แล้ว’ ซึ่งคำพูดแบบนี้ ตีความเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากการสื่อว่าคนปทุมธานีโง่ใช่หรือไม่? เลือกตั้งครั้งที่เลือกด้วยความหน้ามืดตามัวใช่หรือไม่?
.
“ผมเข้าใจดีว่าการปราศรัยก็ต้องปลุกให้ผู้ฟังฮึกเหิม สร้างบรรยากาศที่มันสนุกสนานข่มขวัญ แต่จากการรับชมถ่ายทอดสด นั้นทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง และไม่สบายใจแทนคนปทุมธานีอย่างยิ่ง ทำราวกับว่าครั้งที่แล้วที่คนปทุมธานีเลือกอดีตพรรคก้าวไกล เลือกพวกเราชนะเข้าไปเป็น ส.ส.นั้น เป็นการเลือกอย่างขาดสติ ขาดการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ยิ่งคำว่า ‘ฝุ่นสีส้มเข้าตา” ของคุณศึกษิษฎ์ ซึ่งเป็นถึงโฆษกพรรคเพื่อไทย ท่านกำลังจะบอกว่าคนปทุมธานีเลือกตั้งครั้งที่แล้วด้วยความมืดบอด ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่คนปทุมธานียอมรับไม่ได้ และจะร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า คนปทุมธานีเลือกตั้งทุกครั้งอย่างมี
สติสัมปชัญญะ พิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน ไม่ได้มืดบอด ครั้งนี้ปทุมธานีทั้งหมดจะเป็นสีส้ม พรรคประชาชนจะชนะทั้ง 8 เขต ทำให้พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ในปทุมธานี จะได้หยุดตีกินกับการขายของเก่าเล่าเรื่องอดีตเสียที” เชตวันระบุ
.
เชตวันระบุด้วยว่า
ทั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เพียงคุณณัฐวุฒิ และคุณศึกษิษฏ์ที่ดูถูกคนปทุมธานี ในส่วนของพิธีกรอย่างคุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ก็ใช้คำในท่วงทำนองเดียวกัน อาทิ คำว่า ‘หลงไปกับกระแสพระเอกเกาหลี’ เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่าคนปทุมธานีไม่สบายใจ และจากการที่ได้ดูถ่ายทอดสดตอนที่ทั้ง 3 ท่านพูดประโยคทำนองนี้ ผมก็เห็นว่าสีหน้าคนปทุมธานีที่มาฟังการปราศรัยก็ไม่ได้สบายใจ ไม่ได้ยินดีปรีดาหรือสนุกสนานไปด้วยเลย เวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยในหลายๆ ครั้ง ผมได้ยินแกนนำมักพูดคำว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่การปราศรัยแบบนี้ คือไม่ให้เกียรติและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนปทุมธานีอย่างยิ่ง
.
https://www.facebook.com/ChetawanPPLE/posts/pfbid02tBhrkuav1nnX2uv67twxQS1b3MSGTddpbMPEd77T14wtYdHQgRDqYmewGhayrgUhl
.
.
ศุภฤกษ์ หอบหลักฐานร้อง กกต. ผู้สมัครสส.กระบี่ ภูมิใจไทย ส่งเฟกนิวส์ป้ายสี ปชน.
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10105015
.
ศุภฤกษ์ อดีตผู้สมัครกระบี่ หอบหลักฐานร้อง กกต. หลังผู้สมัคร สส.เขต 1 ภูมิใจไทย ส่งข่าวเฟกนิวส์ หวังทำลายความเชื่อมั่นพรรคประชาชน
.
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.กระบี่ นาย
ศุภฤกษ์ มีล่าม อดีตผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคก้าวไกล เข้าร้องเรียนต่อกกต.กระบี่ โดยนำหนังสือร้องเรียนและหลักฐานทางแอปพลิเคชันไลน์ มายื่น.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
.
กรณี นาย
กิตติ กิตติธรกุล หรือโกหนึ่ง ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งลิงก์ข่าวเฟกนิวส์ ใส่ร้ายพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งในพื้นที่ โดยมีข้อความเป็นเท็จ เช่น “
เดือนหน้าผมเป็นนายกผมขอ รื้อรั้วออกให้หมด” “
ถ้า พิธาเป็นนายก บ้านเมืองลุกเป็นไฟ”
.
นาย
ศุภฤกษ์ กล่าวว่า ผู้สมัคร สส.รายนี้ ได้แชร์ลิงก์และข่าวเฟกนิวส์ไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ ในท้องถิ่น เพื่อหวังลดทอนความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่กระบี่ ที่มีต่อพรรคประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้สมัครรายดังกล่าวเคยเป็นอดีต สส.ในสมัยที่แล้ว ควรมีวิจารณญาณมากกว่าบุคคลทั่วไป รวมทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างการลงสมัครเลือกตั้งและหาเสียง ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนกำลังตัดสินใจ
.
การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการหวังทำลายความเชื่อมั่นคู่แข่ง จึงต้องการให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหาเสียงในพื้นที่ จ.กระบี่ ถือว่าดุเดือด โดยเฉพาะเขต 1 (อ.เมือง-อ.เหนือคลอง) ที่มีตัวเต็งของทั้ง 2 พรรค คือ นาย
ธนวัช ภูเก้าล้วน (เคี่ยง) จากพรรคประชาชน และ นาย
กิตติ กิตติธรกุล (หนึ่ง) จากพรรคภูมิใจไทย
JJNY : พิธา-กุลธิดาเยือนปารีส│กางตาราง พิธาขึ้นเวทีปราศรัย│เชตวันผิดหวังพท.ปราศรัย│ศุภฤกษ์ร้อง กกต.│พายุหิมะถล่มรัสเซีย
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557166
.
.
“พิธา-กุลธิดา” เยือนปารีส รับฟังเสียงแรงงาน-นักเรียนไทย เปรียบเทียบนโยบายวัฒนธรรมไทยกับฝรั่งเศส
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไทยในต่างแดน ณ ศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ (Centre International de Culture Populaire – CICP) ท่ามกลางบรรยากาศการตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยในยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
.
จากการพบปะครั้งนี้ นายพิธาได้ทราบข้อมูลสถิติการลงทะเบียนเลือกตั้งของคนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 2,900 คน เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 สะท้อนถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในต่างแดนในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศอย่างต่อเนื่อง
.
ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปนับที่ประเทศไทย ขณะที่คะแนนประชามติจะนับที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนประชามติ
.
ในกิจกรรมนี้ นายพิธาและ น.ส.กุลธิดา ได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากแรงงานไทยในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมแฟชั่น ช่างเย็บผ้า พนักงานร้านอาหาร และหมอนวดแผนไทย โดยแรงงานได้สะท้อนถึงความท้าทายในการดำรงชีวิตและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐไทยจากต่างแดน
.
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอนโยบาย “ศูนย์ดูแลแรงงานไทยทั่วโลก” ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะพำนักหรือทำงานอยู่ที่ใด
.
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับนักเรียนไทยและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการวัฒนธรรม (Cultural Management) ในฝรั่งเศส โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ แม้ขนาดเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะใหญ่กว่าไทยประมาณ 5-6 เท่า แต่ฝรั่งเศสกลับจัดสรรงบประมาณด้านวัฒนธรรมสูงกว่าไทยถึง 18 เท่า โดยแบ่งการลงทุนเป็น Heritage 45% การสร้างสรรค์ (Creation) 25% และการสนับสนุนสื่อ 30% สะท้อนแนวคิดการพัฒนาวัฒนธรรมที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์อดีตและการสร้างสรรค์อนาคต
.
อีกจุดแข็งสำคัญคือการกระจายอำนาจด้านวัฒนธรรม โดยงบประมาณส่วนใหญ่ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่รัฐบาลกลาง แต่ถูกถ่ายโอนไปยังรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้การกำหนดนโยบายและการจัดการด้านวัฒนธรรมมีความหลากหลายและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
.
ด้าน น.ส.กุลธิดาได้.อธิบายโมเดลอุตสาหกรรมหนังสือของฝรั่งเศส ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการอ่านที่ยั่งยืน ผ่าน Loi Lang หรือ “กฎหมายราคาหนังสือเดียว” ที่กำหนดให้หนังสือใหม่จำหน่ายในราคาเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองร้านหนังสืออิสระจากการแข่งขันของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ควบคู่กับมาตรการลดภาษีให้สำนักพิมพ์ และการมีห้องสมุดชุมชนกระจายอยู่จำนวนมาก
.
นายพิธากล่าวย้ำว่า การเยือนยุโรปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะผู้สนับสนุน หากแต่เป็นการรับฟังและเก็บข้อมูลเชิงประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนานโยบายที่ปรับบทบาทของรัฐจากการดูแลเป็นครั้งคราวไปสู่การเชื่อมต่ออย่างยั่งยืน เพื่อดึงศักยภาพของคนไทยทั่วโลกกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศร่วมกันในระยะยาว
.
.
กางตาราง พิธา ขึ้นเวทีปราศรัย สามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.นี้ พร้อมช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำหาเสียงต่อช่วงค่ำ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557296
.
กางตาราง พิธา รับงานแน่น ขึ้นเวทีปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.นี้ พร้อมช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำหาเสียงต่อช่วงค่ำ
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน ถึงความเคลื่อนไหวการหาเสียงว่า ในวันที่ 25 มกราคม นี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเข้าร่วมเวทีปราศรัย เชื่อในประชาชน ที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.
.
จากนั้น เวลา 17.00 น. นายพิธาจะไปที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต BTS แพรกษา เพื่อไปปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการหาเสียง
.
.
เชตวัน ผิดหวัง พท.ปราศรัย ‘ณัฐวุฒิ-ศึกษิษฏ์-อนุสรณ์’ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนปทุม
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5557055
.
เชตวัน ผิดหวัง พท.ปราศรัย ‘ณัฐวุฒิ-ศึกษิษฏ์-อนุสรณ์’ เหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนปทุม
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี พื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา และ ต.หลักหก ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี โพสต์ข้อความในหัวข้อ “ปราศรัยแบบนี้ไม่ให้เกียรติ และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนปทุมธานี” โดยอ้างถึงเวทีการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งแกนนำหลายคน อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ และอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้กล่าวพาดพิงไปถึงผลการเลือกตั้งใน จ.ปทุมธานี ครั้งที่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยชนะได้เพียง 1 เขต ขณะที่อดีตพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน ชนะได้มากถึง 6 เขต โดยกล่าวในท่วงทำนองที่ว่าคนปทุมธานีเลือกผิด
.
เชตวันระบุว่า จากที่ได้รับชมเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ จ.ปทุมธานี เมื่อวานนี้ ผมรู้สึกผิดหวัง และไม่สบายใจอย่างยิ่งกับคำปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทย ผมในฐานะอดีต ส.ส.ปทุมธานี เป็นตัวแทนที่พี่น้องชาวปทุมธานีเลือกเข้ามา รู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่ผู้ปราศรัยหลัก 2 ท่าน คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ พูดนั้น กำลังจะสื่อว่าคนปทุมธานีโง่ ใช่หรือไม่? จากที่ผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คนปทุมธานีเลือกพรรคประชาชนชนะไปถึง 6 เขต และเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเพียงเขตเดียวเท่านั้น โดยคุณณัฐวุฒิใช้คำว่า ‘ตอนเข้าคูหาเลือกตั้ง คนปทุมเลือดตกหัว น้ำส้มดีดเข้าตา มึน เลยกาผิดช่อง’ ขณะที่คุณศึกษิษฏ์ใช้คำว่า ‘อย่าให้ฝุ่นสีส้มบังตาเหมือนคราวที่แล้ว’ ซึ่งคำพูดแบบนี้ ตีความเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากการสื่อว่าคนปทุมธานีโง่ใช่หรือไม่? เลือกตั้งครั้งที่เลือกด้วยความหน้ามืดตามัวใช่หรือไม่?
.
“ผมเข้าใจดีว่าการปราศรัยก็ต้องปลุกให้ผู้ฟังฮึกเหิม สร้างบรรยากาศที่มันสนุกสนานข่มขวัญ แต่จากการรับชมถ่ายทอดสด นั้นทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง และไม่สบายใจแทนคนปทุมธานีอย่างยิ่ง ทำราวกับว่าครั้งที่แล้วที่คนปทุมธานีเลือกอดีตพรรคก้าวไกล เลือกพวกเราชนะเข้าไปเป็น ส.ส.นั้น เป็นการเลือกอย่างขาดสติ ขาดการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ยิ่งคำว่า ‘ฝุ่นสีส้มเข้าตา” ของคุณศึกษิษฎ์ ซึ่งเป็นถึงโฆษกพรรคเพื่อไทย ท่านกำลังจะบอกว่าคนปทุมธานีเลือกตั้งครั้งที่แล้วด้วยความมืดบอด ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่คนปทุมธานียอมรับไม่ได้ และจะร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า คนปทุมธานีเลือกตั้งทุกครั้งอย่างมี
สติสัมปชัญญะ พิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน ไม่ได้มืดบอด ครั้งนี้ปทุมธานีทั้งหมดจะเป็นสีส้ม พรรคประชาชนจะชนะทั้ง 8 เขต ทำให้พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ในปทุมธานี จะได้หยุดตีกินกับการขายของเก่าเล่าเรื่องอดีตเสียที” เชตวันระบุ
.
เชตวันระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เพียงคุณณัฐวุฒิ และคุณศึกษิษฏ์ที่ดูถูกคนปทุมธานี ในส่วนของพิธีกรอย่างคุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ก็ใช้คำในท่วงทำนองเดียวกัน อาทิ คำว่า ‘หลงไปกับกระแสพระเอกเกาหลี’ เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่าคนปทุมธานีไม่สบายใจ และจากการที่ได้ดูถ่ายทอดสดตอนที่ทั้ง 3 ท่านพูดประโยคทำนองนี้ ผมก็เห็นว่าสีหน้าคนปทุมธานีที่มาฟังการปราศรัยก็ไม่ได้สบายใจ ไม่ได้ยินดีปรีดาหรือสนุกสนานไปด้วยเลย เวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยในหลายๆ ครั้ง ผมได้ยินแกนนำมักพูดคำว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่การปราศรัยแบบนี้ คือไม่ให้เกียรติและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนปทุมธานีอย่างยิ่ง
.
https://www.facebook.com/ChetawanPPLE/posts/pfbid02tBhrkuav1nnX2uv67twxQS1b3MSGTddpbMPEd77T14wtYdHQgRDqYmewGhayrgUhl
.
.
ศุภฤกษ์ หอบหลักฐานร้อง กกต. ผู้สมัครสส.กระบี่ ภูมิใจไทย ส่งเฟกนิวส์ป้ายสี ปชน.
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10105015
.
ศุภฤกษ์ อดีตผู้สมัครกระบี่ หอบหลักฐานร้อง กกต. หลังผู้สมัคร สส.เขต 1 ภูมิใจไทย ส่งข่าวเฟกนิวส์ หวังทำลายความเชื่อมั่นพรรคประชาชน
.
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.กระบี่ นายศุภฤกษ์ มีล่าม อดีตผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคก้าวไกล เข้าร้องเรียนต่อกกต.กระบี่ โดยนำหนังสือร้องเรียนและหลักฐานทางแอปพลิเคชันไลน์ มายื่น.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
.
กรณี นายกิตติ กิตติธรกุล หรือโกหนึ่ง ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งลิงก์ข่าวเฟกนิวส์ ใส่ร้ายพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งในพื้นที่ โดยมีข้อความเป็นเท็จ เช่น “เดือนหน้าผมเป็นนายกผมขอ รื้อรั้วออกให้หมด” “ถ้า พิธาเป็นนายก บ้านเมืองลุกเป็นไฟ”
.
นายศุภฤกษ์ กล่าวว่า ผู้สมัคร สส.รายนี้ ได้แชร์ลิงก์และข่าวเฟกนิวส์ไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ ในท้องถิ่น เพื่อหวังลดทอนความเชื่อมั่นของคนในพื้นที่กระบี่ ที่มีต่อพรรคประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้สมัครรายดังกล่าวเคยเป็นอดีต สส.ในสมัยที่แล้ว ควรมีวิจารณญาณมากกว่าบุคคลทั่วไป รวมทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างการลงสมัครเลือกตั้งและหาเสียง ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนกำลังตัดสินใจ
.
การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการหวังทำลายความเชื่อมั่นคู่แข่ง จึงต้องการให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหาเสียงในพื้นที่ จ.กระบี่ ถือว่าดุเดือด โดยเฉพาะเขต 1 (อ.เมือง-อ.เหนือคลอง) ที่มีตัวเต็งของทั้ง 2 พรรค คือ นายธนวัช ภูเก้าล้วน (เคี่ยง) จากพรรคประชาชน และ นายกิตติ กิตติธรกุล (หนึ่ง) จากพรรคภูมิใจไทย