ที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้คือ "ราคาที่เห็น ไม่ใช่ราคาที่ต้องจ่ายเสมอไป" ครับ หลายคนยอมเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็นเพียงเพราะคำว่า "เกรงใจ" หรือ "อาย" ที่จะต่อรอง ทั้งที่ความจริงแล้ว บริษัทส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะธนาคารและผู้ให้บริการเครือข่าย) เขามีงบ "รักษาลูกค้าเก่า" เตรียมไว้ให้คุณอยู่แล้ว ถ้าคุณกล้าถาม!
วันนี้ผมเลยอยากมัดรวมเทคนิคการต่อรองที่ผมใช้แล้วได้ผลจริง ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาลมาฝากครับ
การ "Retention" ดอกเบี้ยบ้าน
นี่คือจุดที่ประหยัดเงินได้หลักแสนถึงหลักล้านครับ เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี อย่าก้มหน้าก้มตาผ่อนดอกเบี้ยแพงๆ ต่อไป
เทคนิค: เดินไปธนาคารเดิมแล้วบอกว่า "พอดีเห็นโปรโมชั่น Refinance ของธนาคารอื่นน่าสนใจมาก ทางนี้มีส่วนลดดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าประวัติเดิมดีๆ บ้างไหมครับ?" เชื่อไหมครับว่า แค่ประโยคเดียว อาจลดดอกเบี้ยให้คุณได้ทันที 1-2%
ค่าสมาชิกและค่าบริการรายเดือน (Subscription)
ไม่ว่าจะเป็นค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน, ค่าโทรศัพท์, หรือแม้แต่ค่าสมาชิกฟิตเนส
เทคนิค: ใช้ประโยค "ช่วงนี้งบประมาณจำกัด อาจจะต้องขอยกเลิกบริการครับ" ทันทีที่ฝ่ายขายได้ยินคำว่า "ยกเลิก" เขาจะเสนอโปรโมชั่นลับที่ไม่มีในโบรชัวร์มาให้คุณทันที เช่น ลด 50% นาน 6 เดือน เพื่อรักษาคุณไว้
การขอส่วนลด "เงินสด" หรือ "ไม่เอาของแถม"
เวลาซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เรามักจะได้ของแถมที่เราไม่ได้ใช้
เทคนิค: ลองเปลี่ยนเป็นการต่อรองว่า "ถ้าไม่รับของแถมชิ้นนี้ (เช่น หม้อหุงข้าวหรือชุดจาน) ลดราคาตัวสินค้าลงอีกได้ไหมครับ?" หรือ "ถ้าจ่ายเงินสด/โอนสด ไม่รูดบัตร ลดได้อีกเท่าไหร่?"
กฎทองของการต่อรอง:
"สุภาพแต่แน่วแน่": ไม่ต้องไปหาเรื่องหรือทะเลาะครับ แค่แจ้งความต้องการของเราด้วยรอยยิ้ม
"เตรียมข้อมูลคู่แข่ง": การมีตัวเลขจากเจ้าอื่นในมือ จะทำให้คำพูดของคุณมีน้ำหนักขึ้น 10 เท่า
"Win-Win": ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เสียลูกค้า และเราก็ได้ความคุ้มค่ากลับมา
"เงินที่ประหยัดได้จากการต่อรอง คือกำไรที่ได้มาโดยไม่ต้องทำงานเพิ่มครับ"
มีเพื่อนๆ คนไหนเคยต่อรองอะไรแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจบ้างไหมครับ? หรือใครมีเทคนิค "ไม้ตาย" ในการคุยกับ Call Center ให้ได้โปรฯ ลับ มาแชร์กันได้นะ กระทู้นี้จะเป็นตำราการประหยัดเงินฉบับทางลัดให้หลายคนเลยครับ!
"ประหยัดเงินได้เป็นแสน แค่กล้าอ้าปาก" ... รวมเทคนิคเจรจาต่อรองฉบับคนขี้เกรงใจ (ตั้งแต่ค่าดอกเบี้ยบ้าน ยันค่าเน็ตมือถือ)
วันนี้ผมเลยอยากมัดรวมเทคนิคการต่อรองที่ผมใช้แล้วได้ผลจริง ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาลมาฝากครับ
การ "Retention" ดอกเบี้ยบ้าน
นี่คือจุดที่ประหยัดเงินได้หลักแสนถึงหลักล้านครับ เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี อย่าก้มหน้าก้มตาผ่อนดอกเบี้ยแพงๆ ต่อไป
เทคนิค: เดินไปธนาคารเดิมแล้วบอกว่า "พอดีเห็นโปรโมชั่น Refinance ของธนาคารอื่นน่าสนใจมาก ทางนี้มีส่วนลดดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าประวัติเดิมดีๆ บ้างไหมครับ?" เชื่อไหมครับว่า แค่ประโยคเดียว อาจลดดอกเบี้ยให้คุณได้ทันที 1-2%
ค่าสมาชิกและค่าบริการรายเดือน (Subscription)
ไม่ว่าจะเป็นค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน, ค่าโทรศัพท์, หรือแม้แต่ค่าสมาชิกฟิตเนส
เทคนิค: ใช้ประโยค "ช่วงนี้งบประมาณจำกัด อาจจะต้องขอยกเลิกบริการครับ" ทันทีที่ฝ่ายขายได้ยินคำว่า "ยกเลิก" เขาจะเสนอโปรโมชั่นลับที่ไม่มีในโบรชัวร์มาให้คุณทันที เช่น ลด 50% นาน 6 เดือน เพื่อรักษาคุณไว้
การขอส่วนลด "เงินสด" หรือ "ไม่เอาของแถม"
เวลาซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เรามักจะได้ของแถมที่เราไม่ได้ใช้
เทคนิค: ลองเปลี่ยนเป็นการต่อรองว่า "ถ้าไม่รับของแถมชิ้นนี้ (เช่น หม้อหุงข้าวหรือชุดจาน) ลดราคาตัวสินค้าลงอีกได้ไหมครับ?" หรือ "ถ้าจ่ายเงินสด/โอนสด ไม่รูดบัตร ลดได้อีกเท่าไหร่?"
กฎทองของการต่อรอง:
"สุภาพแต่แน่วแน่": ไม่ต้องไปหาเรื่องหรือทะเลาะครับ แค่แจ้งความต้องการของเราด้วยรอยยิ้ม
"เตรียมข้อมูลคู่แข่ง": การมีตัวเลขจากเจ้าอื่นในมือ จะทำให้คำพูดของคุณมีน้ำหนักขึ้น 10 เท่า
"Win-Win": ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เสียลูกค้า และเราก็ได้ความคุ้มค่ากลับมา
"เงินที่ประหยัดได้จากการต่อรอง คือกำไรที่ได้มาโดยไม่ต้องทำงานเพิ่มครับ"
มีเพื่อนๆ คนไหนเคยต่อรองอะไรแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจบ้างไหมครับ? หรือใครมีเทคนิค "ไม้ตาย" ในการคุยกับ Call Center ให้ได้โปรฯ ลับ มาแชร์กันได้นะ กระทู้นี้จะเป็นตำราการประหยัดเงินฉบับทางลัดให้หลายคนเลยครับ!