JJNY : เกิดเหตุซ้ำ จุดเครนถล่ม│ชัชชาติจับมือ ปปช.-ปปท.ฟันขรก.ทุจริต│บาทแข็ง สหรัฐ-ยุโรปตึงเครียด│เดนมาร์กเสริมทหารซ้อมรบ

ด่วน เกิดเหตุซ้ำ จุดเกิดเหตุเครนถล่ม ไฟลุกไหม้ เร่งหาสาเหตุ
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10104538
.

.
ด่วน เกิดเหตุซ้ำ จุดเกิดเหตุเครนถล่ม ไฟลุกไหม้ คาดสาเหตุเบื้องต้น ก่อนทำไฟไหม้ลุกลาม ด้าน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด
.
วันช่วงสายวันที่ 20 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุซ้ำบริเวณจุดก่อสร้างที่เคยเกิดอุบัติเหตุเครนถล่ม ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยพบว่าเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ขึ้น 2 จุดใกล้เคียงบริเวณเดิม สร้างความแตกตื่นให้กับคนงานและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
.
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันสีดำลอยขึ้น และมีเปลวไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
.
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากมีวัสดุหรือสิ่งของตกลงมากระแทกเครื่องไฮดรอลิคที่อยู่ด้านล่าง ส่งผลให้น้ำมันไฮดรอลิครั่วไหลออกมา
.
เมื่อคราบน้ำมันดังกล่าวสัมผัสกับความร้อนจากโครงเหล็กและอุปกรณ์โลหะในบริเวณใกล้เคียง จึงทำให้เกิดประกายไฟและควัน ก่อนจะลุกลามเป็นเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา
.
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด และประเมินความปลอดภัยของโครงสร้าง
.

.
ชัชชาติจับมือ ปปช.-ปปท.ฟันข้าราชการทุจริต 28 ราย ย้ำใช้เทคโนโลยีลดช่องโหว่
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5557078
.
ชัชชาติ ลุยหนัก จับมือ ป.ป.ช.-ปปท.ฟันข้าราชการทุจริต 28 ราย ย้ำใช้เทคโนโลยีลดช่องโหว่
.
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวความคืบหน้าในการแก้ไขและป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นว่า ความโปร่งใสเป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ประชาชนยังคงไม่พอใจ ตามผลสำรวจล่าสุด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กทม.ได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น และหัวใจสำคัญของการกำจัดผู้ทุจริตคือการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก
.
นายชัชชาติเปิดเผยว่า กทม.ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ในการเข้าดำเนินการ เช่น การล่อซื้อ ซึ่งส่งผลให้มีการลงโทษไล่ข้าราชการออกไปแล้วถึง 28 ราย ทั้งนี้ แม้ว่าอำนาจของ กทม. ในการไล่เจ้าหน้าที่ออกโดยตรงจะทำได้ยาก เนื่องจากต้องเน้นความผิดทางวินัยเป็นหลัก แต่การอาศัยอำนาจของหน่วยงานอื่นมาช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ
.
นอกจากมาตรการลงโทษแล้ว กทม.ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทางผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส โดยมีการนำระบบขออนุญาตออนไลน์มาใช้ เช่น ระบบขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ ซึ่งทำให้กระบวนการลดลงอย่างมากจาก 45 วัน เหลือเพียง 14 วัน ระบบนี้ช่วยลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ลดช่องทางในการเรียกรับเงินทอง และถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสเกิดการทุจริตจากการขออนุญาต
.
ในด้านการเปิดเผยข้อมูล กทม.ได้เปิดเว็บไซต์ติดตามการทำงาน 2 แห่ง คือ Open Contract เพื่อติดตามการใช้งบประมาณและงบลงทุน และ Open Policy เพื่อติดตามความคืบหน้าของนโยบายต่างๆ ทำให้ประชาชนสามารถช่วยตรวจสอบได้ นอกจากนี้ กทม.ยังได้เข้าร่วมโครงการ Construction Sector Transparency Initiative (CoST) เพื่อเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้าง โดยจำนวนโครงการที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1-3 โครงการ เป็น 69 โครงการ นายชัชชาติเน้นย้ำว่า การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้คือการป้องกันการทุจริตในระยะยาว และเป็นรากฐานสู่การทำงานที่โปร่งใสยิ่งขึ้น
.
ด้านการบริหารจัดการงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง กทม.ได้ลดโอกาสการทุจริตผ่านการประมูลที่สร้างการแข่งขัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคาการฝังกลบขยะลดลงจาก 600 บาท เหลือ 500 บาทต่อตัน และราคาถังดับเพลิงลดลงจากกว่า 1,000 บาท เหลือ 800 บาทต่อถัง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี การลดการทุจริตในลักษณะนี้แม้จะไม่เห็นชัดเจนเท่ากับการไล่คนออก แต่ถือเป็นการลดการทุจริตอย่างจริงจัง
.
สำหรับการบริหารงานบุคคลนั้น ได้มุ่งเน้นการแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณภาพและความสามารถ โดยไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งเป็นต้นตอของการทุจริต และในอนาคต กทม. มีแผนพัฒนาแดชบอร์ดเพื่อติดตามกระบวนการตรวจสอบทางวินัย เนื่องจากปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวอาจมีความล่าช้าอยู่บ้าง โดยย้ำว่าความสำเร็จของผู้บริหารขึ้นอยู่กับคุณภาพของทีมงานที่เลือก และการจัดการคอร์รัปชั่นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและ Productivity ของเมือง
.

.
ค่าเงินบาทแข็งค่า 31.20 บาท สหรัฐ-ยุโรปตึงเครียด ทรัมป์จ้องฮุบกรีนแลนด์
https://www.dailynews.co.th/news/5517867/
.
ค่าเงินบาทวันนี้ 20 ม.ค. แข็งค่าขึ้น 31.20 บาทต่อดอลลาร์ สวนทางเงินดอลลาร์ที่มีแรงกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐกับหลายประเทศในยุโรป ประเด็นทรัมป์จ้องฮุบกรีนแลนด์
.
วันที่ 20 ม.ค. น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ใกล้แนว 31.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 31.21-31.23 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันนี้ (09.42 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 31.26 บาทต่อดอลลาร์
.
โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้น สวนทาง Sentiment ของเงินดอลลาร์ ที่ยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และหลายประเทศในยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน
.
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 31.15-31.40 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียโดยเฉพาะเงินเยน และราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่