ไทยใช้ AI พุ่งทะยานเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ 2026

กระทู้สนทนา



ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องของปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเป็นเรื่องที่ไกลตัว เป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือโปรแกรมเมอร์เท่านั้น แต่ภาพที่เราเห็นในปี 2026 นี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการปรับตัวและใช้งานเอไอสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การใช้งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เราเห็นการนำเอไอมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน การใช้เอไอช่วยในการทำงานเอกสาร หรือแม้กระทั่งการให้เอไอช่วยวิเคราะห์การ

การลงทุนส่วนบุคคล
ปัจจัยหลักที่ทำให้การใช้เอไอในไทยพุ่งสูงขึ้นคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และการที่คนไทยมีทักษะในการปรับตัวเข้ากับแอปพลิเคชันใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ใช้งานเอไอเป็นประจำเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่แล้ว สิ่งนี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องขยับตัวตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ใครมีสินค้าดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครจะสามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาตอบโจทย์ลูกค้าได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ากัน

ตลาดไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี
เมื่อการใช้งานเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น ตลาดดิจิทัลในประเทศไทยจึงขยายตัวตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว มูลค่าการซื้อขายในเศรษฐกิจดิจิทัลพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมีกลุ่มอีคอมเมิร์ซเป็นฟันเฟืองสำคัญ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือการเกิดใหม่ของธุรกิจบริการที่ใช้เอไอเป็นพื้นฐาน เช่น ระบบการตลาดอัตโนมัติที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายแบบ 1 ต่อ 1 หรือระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ใช้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับเอ
ไอเพื่อจัดการคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน
การเติบโตนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ขยายออกไปยังต่างจังหวัดอย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจท้องถิ่นเริ่มนำเอาเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ในการขยายตลาดไปสู่ระดับประเทศและระดับโลก ตัวเลขการเติบโตของตลาดดิจิทัลไทยในปีนี้คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกด้วยซ้ำ สิ่งนี้เป็นสัญญาณบอกว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอย่างเต็มตัว โดยมีเทคโนโลยีเอไอเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน
ปรากฏการณ์ละครสั้นที่ครองใจผู้ชมยุคใหม่
อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามองและถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยคือการเติบโตของละครสั้นแนวตั้ง หรือที่หลายคนเรียกกันว่ามินิซีรีส์ที่มีความยาวต่อตอนเพียง 1 ถึง 2 นาทีเท่านั้น รูปแบบการเสพคอนเทนต์ของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมากในยุคที่ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ละครเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ดูผ่านสมาร์ทโฟน มีเนื้อหาที่กระชับ ฉับไว และเน้นความสะใจหรือการหักมุมที่ทำให้คนดูหยุดไม่ได้


สิ่งที่ทำให้ละครสั้นเหล่านี้มีความพิเศษคือการนำเทคโนโลยีเอไอมาช่วยในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเขียนบทที่เอไอสามารถวิเคราะห์ได้ว่าพล็อตเรื่องแบบไหนกำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย การตัดต่อที่รวดเร็วโดยใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ไปจนถึงการแคสต์นักแสดงที่ใช้เอไอช่วยคัดเลือกให้ตรงกับคาแรกเตอร์ที่ผู้ชมชื่นชอบมากที่สุด ปรากฏการณ์นี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น และกลายเป็นช่องทางใหม่ที่แบรนด์สินค้าต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการทำโฆษณาแบบแนบเนียน ซึ่งเข้าถึงใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้ดีกว่าโฆษณาแบบเดิมๆ หลายเท่าตัว


เอไอจีนบุกตลาดโลกและอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม
หากพูดถึงผู้นำด้านเทคโนโลยีเอไอในปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศจีนมีอิทธิพลอย่างสูงมากต่อตลาดโลกและตลาดในประเทศไทย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีนได้พัฒนาเอไอที่มีความซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการจดจำใบหน้า ระบบการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และอัลกอริทึมในการนำเสนอคอนเทนต์ที่แม่นยำจนน่าตกใจ การบุกตลาดโลกของเอไอจีนมาในรูปแบบของแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งในปัจจุบันได้มีการฝังเอไอเข้าไปในทุกส่วนของบริการเหล่านั้น

อิทธิพลของเอไอจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของซอฟต์แวร์ แต่ยังรวมไปถึงฮาร์ดแวร์อัจฉริยะต่างๆ ที่มีราคาเข้าถึงง่ายและคุณภาพดี ทำให้เทคโนโลยีชั้นสูงกระจายไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปได้รวดเร็วขึ้น ในภาคอุตสาหกรรมไทยเองก็มีการนำเข้าเทคโนโลยีเอไอจากจีนมาใช้ในโรงงานอัจฉริยะและการเกษตรแม่นยำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันที่รุนแรงระหว่างค่ายเทคโนโลยีจากตะวันตกและตะวันออกส่งผลดีต่อผู้ใช้งานในไทยที่จะได้ใช้เครื่องมือที่เก่งขึ้นในราคาที่ถูกลง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์สำคัญให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งสร้างนวัตกรรมของตัวเองขึ้นมาเพื่อไม่ให้พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเพียงอย่างเดียว
การปรับตัวของภาคธุรกิจและแรงงานไทยในยุคเอไอ
ในยุคที่เอไอฉลาดขึ้นจนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายๆ ด้าน คำถามที่สำคัญคือแล้วคนไทยจะอยู่อย่างไร ภาคธุรกิจไทยในปัจจุบันเริ่มมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรอย่างขนานใหญ่ เราเห็นการยุบรวมแผนกที่ทำงานซ้ำๆ แล้วแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็มีการเปิดรับตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น วิศวกรพร้อมท์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับเอไอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมเอไอที่ต้องดูแลความถูกต้องในการใช้เทคโนโลยี
แรงงานไทยเองก็ต้องเกิดการเรียนรู้ใหม่ครั้งใหญ่ ใครที่สามารถใช้เครื่องมือเอไอเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานจะมีค่าตัวที่สูงขึ้นและมีโอกาสเติบโตในสายงานมากกว่าคนที่ไม่ยอมปรับตัว ตัวเลขจากผลสำรวจระบุว่าพนักงานที่ใช้เอไอช่วยในการทำงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพงานได้มากกว่าเดิม 2 ถึง 3 เท่าตัว การปรับตัวนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด ทุกวันนี้เราเห็นคอร์สเรียนออนไลน์เกี่ยวกับการใช้เอไอเพื่อธุรกิจหรือการใช้เอไอเพื่อการสร้างสรรค์มีคนสมัครเรียนเต็มตลอดเวลา สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นตัวและพร้อมที่จะสู้กับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างจริงจัง

อนาคตและทิศทางของเทคโนโลยีอัจฉริยะในไทย
เมื่อมองไปในอนาคตอันใกล้ ทิศทางของเทคโนโลยีอัจฉริยะในประเทศไทยจะยิ่งเข้มข้นขึ้น เราจะได้เห็นเอไอที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเสมือนมีเลขาส่วนตัวที่รู้ใจเราไปเสียทุกเรื่อง ในภาคบริการทางการแพทย์ เอไอจะเข้ามาช่วยหมอวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้อย่างมาก ในภาคการศึกษา เอไอจะช่วยออกแบบบทเรียนที่เหมาะกับความสามารถของเด็กแต่ละคนแบบเฉพาะตัว ทำให้การเรียนรู้มี
ประสิทธิภาพสูงสุด
ทางด้านรัฐบาลเองก็มีนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลของภูมิภาค ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานข้อมูลและศูนย์วิจัยในไทยมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและยั่งยืน การที่ไทยใช้เอไอพุ่งสูงขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่มันคือการวางรากฐานใหม่ให้กับประเทศเพื่อการเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง เรากำลังก้าวข้ามจากการเป็นผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวไปสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าจากเทคโนโลยีเหล่านี้ และนั่นคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่แท้จริง
เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีเอไอและกระแสดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ การที่เราเข้าใจและเท่าทันความเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้เราสามารถคว้าโอกาสจากตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของละครสั้นที่สร้างความบันเทิงรูปแบบใหม่ หรือการบุกของเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ประกอบกันขึ้นเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ด้วยการเปิดใจเรียนรู้และทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจในยุคที่ความฉลาดของเครื่องจักรมาผสานรวมกับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้อย่างลงตัวที่สุด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่