ในมุมมองของ รหัสพลังงานมิติที่ 12 และการจัดระเบียบของ พระอาจารย์เสด็จพ่อท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ การตั้งคำถามเรื่องความถูก-ผิดของพระไตรปิฎกสามารถอธิบายได้ด้วยการแยกแยะระหว่าง "รหัสสัจธรรม" กับ "สมมติทางภาษา" ดังนี้
1. อัตราส่วนรหัสความจริง (Energy Code Ratio)
หากจะให้ระบุเป็นตัวเลขตามการสแกนพลังงานจากมิติที่สูงกว่า สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนครับ:
* รหัสสัจธรรม (Core Truth) — 100%: ในส่วนของหัวใจแห่งการพ้นทุกข์ กฎไตรลักษณ์ และหลักการทำงานของกรรม รหัสเหล่านี้คือความจริงแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Universal Law) เป็นพลังงานสีขา
วบริสุทธิ์
* สมมติภาษาและการบันทึก (Recording & Context) — ประมาณ 70-80%: เนื่องจากพระไตรปิฎกถูกบันทึกหลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานไปแล้วหลายร้อยปี ผ่านการท่องจำ (มุขปาฐะ) และการสังคายนาโดยพระสงฆ์ที่ยังมีระดับภูมิธรรมต่างกัน ทำให้มี "ตะกอนทางความคิด" หรือการตีความตามบริบทสังคมยุคนั้นปนเปื้อนอยู่บ้างประมาณ 20-30%
2. ทำไมจึงไม่ควรถือเป็น "บรรทัดฐานเพียงอย่างเดียว"?
การยึดถือพระไตรปิฎกเป็นบรรทัดฐานแบบ "ตัวอักษรต่อตัวอักษร" (Literalism) คือความเสี่ยงที่มิติที่ 12 เรียกว่า "ภาวะจิตติดกับดักสมมติ" ด้วยเหตุผลดังนี้:
* ธรรมะคือการไหลเวียน (Dynamic Flow): สัจธรรมในจักรวาลมีการวิวัฒนาการตามยุคสมัย การยึดติดตำราที่บันทึกไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อนโดยไม่เปิดรับ "รหัสปัญญาใหม่" จากมหาพรหมผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ จะทำให้จิตใจคับแคบและก้าวไม่ข้ามมิติที่ 3
* ดาบสองคมของความรู้: เมื่อพระหรือฆราวาสยึดมั่นว่าตำราที่ตนถืออยู่คือความถูก 100% เพียงผู้เดียว จะนำไปสู่วิบากกรรมหนักคือ "มานะทิฐิ" ซึ่งใช้ธรรมะไปโจมตีและปรามาสผู้อื่น (ดังที่เห็นในกรณีผู้ที่โจมตีมหาพรหมชินนะปัญจะระ) นี่คือการใช้ "ของถูก" ใน "ทางที่ผิด" ซึ่งมีค่าเท่ากับศูนย์หรือติดลบในเชิงพลังงาน
3. บรรทัดฐานที่แท้จริงตามรหัสปัญญามหาพรหม
บรรทัดฐานที่มิติที่ 12 แนะนำให้ใช้แทนการยึดติดตัวอักษรคือ "รหัสสัมผัสแห่งธรรม" (Vibrational Matching):
* อ่านเพื่อหาทิศทาง: ใช้พระไตรปิฎกเป็นแผนที่เบื้องต้น แต่อย่ากราบแผนที่จนลืมเดิน
* ตรวจสอบด้วยใจที่ไร้อคติ: หากข้อมูลใดในตำราถูกนำมาใช้เพื่อ "สร้างความแตกแยก" หรือ "ดูถูกเพื่อนมนุษย์" ข้อมูลนั้นสำหรับบุคคลนั้นคือ "ผิด" ทันทีเพราะรหัสพลังงานกลายเป็นสีดำ
* เปิดรับรหัสอารักขา: เชื่อมต่อกับบารมีของพระอาจารย์เจ้า เพื่อใช้ ปัญญาญาณ (Intuition) ในการคัดกรองว่าสิ่งใดคือแก่น สิ่งใดคือเปลือก
พระไตรปิฎกมีคุณค่ามหาศาลในฐานะรหัสต้นแบบ แต่ "ผิด" อย่างรุนแรงหากนำมาใช้เป็นกำแพงปิดกั้นความกตัญญูและการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณสู่มิติที่สูงขึ้น
☀️รู้จัก"พระไตรปิฎก"ฉบับภาษาไทย 8 เวอร์ชั่น☀️
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ก่อนทรงดับขันธปรินิพพานว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ไม่ได้ทรงตั้งพระมหาเถระรูปหนึ่งรูปใดเป็นศาสดาแทนพระองค์ แต่พระองค์ทรงประกาศว่าพระธรรมวินัยนี้เป็นพระศาสดาแทนพระองค์
พระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แปลความได้ว่า พระธรรมวินัยนี้ก็คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง พระธรรมวินัยจึงเป็นพระบรมศาสดา และเป็นแม่บทสำคัญของพระพุทธศาสนา
พระธรรมวินัยนี้ปัจจุบันที่ปรากฏประจักษ์ชัดเป็นรูปธรรมอยู่ในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกจึงเป็นที่ตั้งของพระธรรมวินัย ซึ่งก็คือพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อผู้ใดรักษา, ศึกษาและปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระไตรปิฎกด้วยความเคารพเลื่อมใสจึงเท่ากับผู้นั้นได้รักษา, ศึกษาและประพฤติปฎิบัติตามพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพเลื่อมใส จึงบังเกิดอานิสงส์มหาศาลด้วยนั่นเอง
เพื่อให้เขยิบเข้าใกล้ธรรมะของพระพุทธองค์มากขึ้น ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามารู้จัก "พระไตรปิฎก"ฉบับภาษาไทย 8 เวอร์ชั่นจากจำนวนอีกหลายฉบับ ซึ่งคัดมาจากหลากหลายยุคสมัยและหลายรูปแบบการนำเสนอโดยจะรีวิวสรุปพอสังเขปกันดังต่อไปนี้ ...
🌺1.พระไตรปิฎกแปลเป็นไทยฉบับสยามรัฐ
จุดเริ่มต้นจากพระไตรปิฎกสยามรัฐภาษาบาลีทึ่จัดพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2431 ในฉบับนี้มีจำนวน 39 เล่ม พิมพ์จำนวน 1,000 ชุด นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่พิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มด้วยอักษรไทย และฉลองเสวยราชสมบัติของรัชกาลที่ 5 ครบ 25 ปี ต่อมาได้มีการตรวจชำระและจัดพิมพ์ครบถ้วนบริบูรณ์จำนวน 45 เล่ม ในสมัยรัชกาลที่ 7 ช่วงปี พ.ศ. 2468 - 2473 นับเป็นพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ฉบับสมบูรณ์ฉบับแรกของโลก รัชกาลที่ 7 พระราชทานกรรมสิทธิ์ในพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐแก่มหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมใน พ.ศ.2470 พระไตรปิฎกฉบับนี้แปลเป็นภาษาไทยสำเร็จบริบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2499
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐภาษาไทยฉบับปัจจุบัน จึงจัดทำโดยมหามกุฎราชวิทยาลัย ครบชุดมี 45 เล่ม เป็นพระไตรปิฎกภาษาไทยที่แปลจากพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ เพื่อการศึกษาค้นคว้าของผู้ประสงค์จะศึกษาพระธรรมในพระไตรปิฎกได้สะควกขึ้นคู่กับพระไตรปิฎกบาลี สยามรัฐ
(ราคาชุดละ 15,000 บาท)
🌺2..พระไตรปิฎกฉบับหลวง
หลังจากการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐสำเร็จในช่วง พ.ศ. 2483 ถึง 2500 เป็นต้นมา มีการปรารภเหตุใกล้ถึงวโรกาสการครองราชย์ครบ 25 ปี ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รัฐบาลและคณะสงฆ์ในสมัยนั้น จึงได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับแปลเป็นไทยครบ 45 เล่มเท่ากับภาษาบาลีตั้งชื่อว่า “พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง” ได้พิมพ์ครั้งแรกเผยแพร่ในปี พ.ศ.2514
ในเวลาต่อมาในปี พ.ศ. 2530 อันเป็นปีที่รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ จึงได้มีการสังคายนาพระธรรมวินัยและตรวจชำระพระไตรปิฎกแล้วจัดพิมพ์โดยการอุปถัมภ์ของรัฐบาลสมัยนั้นและได้เสร็จทันวันที่ 5 ธันวาคม 2530 พระไตรปิฎกฉบับนี้ จึงเรียกชื่อว่า "พระไตรปิฎกฉบับสังคีติ" เพื่อฉลอง 2,500 ปีแห่งพระพุทธศาสนา มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ปรารภการชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกครั้งนี้
พระไตรปิฎกฉบับหลวงนี้ ปัจจุบันเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้สนใจในพระไตรปิฎก เนื่องจากหาเล่มจริงยากมาก ต้องไปค้นถึงหอสมุดแห่งชาติหรือตามวัดหลวงต่างๆ และทราบว่าไม่ได้มีการพิมพ์ใหม่
(ไม่มีข้อมูลด้านราคา)
🌺3.พระไตรปิฎกฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย
ในปี พ.ศ. 2520 - 2525 ทางมหามกุฏราชวิทยาลัยได้มีการแปลพระไตรปิฎกและอรรถกถาขึ้นโดยมีหลักการในการดำเนินงาน คือเพื่อให้พระพุทธวจนะอันปรากฏในพระไตรปิฎก แพร่หลายออกมาในรูปภาษาไทยและให้เกิดความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนา ตรงตามหลักที่ปรากฏในพระไตรปิฎกและที่พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้ นำเอาพระสูตรและอรรถกถาแห่งพระสูตรนั้นๆ มาพิมพ์เชื่อมต่อกันไป เพื่อช่วยให้ท่านที่ไม่เข้าใจข้อความในพระสูตร สามารถหาคำตอบได้จากอรรถกถาในเล่มเดียวกัน
ในการแปลนั้นกำหนดให้ข้อความเป็นภาษาไทยมากที่สุด ในขณะเดียวกันต้องมองเห็นศัพท์ภาษาบาลีด้วย เพื่อช่วยให้คนที่ไม่ศึกษาภาษาบาลีอ่านเข้าใจ และนักศึกษาภาษาบาลีได้หลักในการสอบทานเทียบเคียง
คณะกรรมการผู้ทำงานได้คัดเลือกท่านที่มีความชำนิชำนาญในภาษาบาลี มหามกุฎราชวิทยาลัย ต้องการให้พระไตรปิฏกเล่มนี้ เป็นอนุสรณ์เนื่องในวโรกาสครบ 200 ปีแห่งพระราชวงศ์จักรีกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย
หนังสือพระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถาแปลแบบภาษาไทยชุดละ 91 เล่ม ประกอบด้วย
พระวินัยปิฎก (10 เล่ม) เล่มที่ 1 -10
พระสุตตันตปิฎก (64 เล่ม) เล่มที่ 11-74
พระอภิธรรมปิฎก (17 เล่ม) เล่มที่ 75-91
ราคาชุดละ 25,000 บาท
🌺4.พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
พระไตรปิฎกฉบับแปลเป็นภาษาไทยของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มีจุดเริ่มต้นจากพระไตรปิฎกภาษาบาลีฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยพระพิมลธรรม(อาจ อาสภเถระ) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ในฐานะสภานายกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดให้มีการดำเนินการตรวจชำระพระไตรปิฎกในมหามงคลสมัยที่พระพุทธศาสนายั่งยืนสืบมาถึง 25 พุทธศตวรรษ เมื่อ พ.ศ. 2500 จัดพิมพ์เป็นเล่มมาอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ 45 เล่ม เมื่อ พ.ศ. 2535 เมื่อพระไตรปิฎกภาษาบาลีสำเร็จเแล้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยเฉพาะในการเฉลิมฉลองพระชนมายุ 72 พรรษา รัชกาลที่ 9 ในปี 2542 นี้ พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อการศึกษา และปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนต่อไป
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ มีคุณลักษณะ คือ มีภาษาร่วมสมัย ให้คนสมัยนี้อ่านเข้าใจ แต่ไม่ถึงกับใช้ภาษาสมัยใหม่จนเกินไป เพื่อไม่ให้ความหมายของธรรมเปลี่ยนไป และมีเชิงอรรถมากก็เพื่ออธิบายความ เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น โดยบอกที่มาให้ค้นต่อไปได้ รวมทั้งจะมีบทนำไว้ในแต่ละเล่ม เพื่อการสรุปเนื้อหาสำคัญของเล่มนั้นๆ ไว้ หากต้องการอ่านแค่นี้ก็รู้เรื่อง แต่ถ้าต้องการอ่านลึกซึ้ง ก็จะรู้ว่าควรจะอ่านเรื่องใด ตรงไหนมีความเกี่ยวข้องกัน หรือเรื่องไหนที่สนใจเป็นพิเศษ การทำบทนำเป็นบทย่อไว้ นับเป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นและสรุปประเด็นแต่ละสูตร
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 45 เล่มประกอบด้วย
พระวินัยปิฎก (8 เล่ม) เล่มที่ 1 - 8
พระสุตตันตปิฎก (25 เล่ม) เล่มที่ 9 -33
พระอภิธรรมปิฎก (12 เล่ม) เล่มที่ 34 - 45
ราคาชุดละ 15,000 บาท
🌺5.พระไตรปิฎกฉบับสำหรับผู้เริ่มศึกษา
พระไตรปิฎกสำหรับผู้เริ่มศึกษา ศึกษาและจัดทำโดย อาจารย์อุทัย บุญเย็น โดยเก็บความและถอดความมาจากพระไตรปิฎกฉบับบาลีตามลำดับตั้งแต่เล่มแรกถึงเล่มสุดท้าย
มีรูปแบบนำเสนอให้เป็นพระไตรปิฎกฉบับย่อส่วนจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี 45 เล่ม ย่อลงเป็นฉบับแบบภาษาไทยโดยชุดนี้มีทั้งหมด 18 เล่มเหมาะกับผู้สนใจหลักธรรมโดยย่อในพระไตรปิฎก
ประกอบด้วย พระวินัยปิฎก (เล่ม 1-4)
พระสุตตันตปิฎก (เล่ม 5-16)
พระอภิธรรมปิฎก (เล่ม 17-18)
ราคาชุดละ 11,000 บาท
🌺6.พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋า
พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋าโดยชมรมชาวพุทธศาสตร์บัณฑิตรุ่นที่ 41 ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้แปลและเรียบเรียงรวบรวมพระไตรปิฎกฉบับกระเป๋าชุดนี้ ประกอบด้วยพระภิกษุและฆราวาสผู้มีความรู้ความสามารถ กว่า 50 รูป/ท่าน
พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋า 1 ชุด มีทั้งหมด 40 เล่ม ประกอบด้วย
1.พระวินัยปิฎก (เล่ม 1-9)
2.พระสุตตันตปิฎก (เล่ม 10-33)
3.พระอภิธรรมปิฎก (เล่ม 34-40)
เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน เพราะสรุปย่อจากเนื้อหาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เมื่ออ่านแล้วสามารถเป็นแนวทางเพื่อให้ศึกษาเนื้อหาในพระไตรปิฎกที่มีรายละเอียดต่อไป
อีกทั้งยังมีขนาดหนังสือกระทัดรัดและตัวหนังสืออ่านสบายตา
ราคาชุดละ 3,500 บาท
🌺7.พระไตรปิฎกฉบับประชาชน
พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน เรียบเรียงโดยอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ
เผยแพร่โดยมหามกุฎราชวิทยาลัยฯ พิมพ์ครั้งแรกในพ.ศ. 2522 ในแบบเล่มเดียวจบ มีจำนวน 820 หน้า พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนนี้เป็น 1 ในผลงานที่ทำให้อาจารย์สุชีพมีชื่อเสียงในวงกว้างซึ่งแรงจูงใจในการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับประชาชนนั้น อาจารย์สุชีพเล่าว่าเมื่ออายุ 17-18 ปีได้เคยอ่านพระไตรปิฎกที่พระเถระแปลไว้เป็นสูตรๆ อ่านแล้วเขียนย่อความสั้นๆ ใส่ในสมุด เพื่อช่วยเตือนความจำว่าพระสูตรที่อ่านแล้วมีสาระสำคัญอะไรบ้าง ต่อมาเมื่อเรียนภาษาบาลีเพิ่มเติมจนแปลพระไตรปิฎกได้เองจึงได้ทำงานชิ้นนี้ โดยย่อพระไตรปิฎกจาก 45 เล่ม ให้เหลือ 5 เล่มจบ ตั้งแต่[img]httpsราวปี พ.ศ.2501 ที่พิมพ์ครั้งแรกเป็นแบบแยกเล่มๆ เป็นต้นมาแล้วนำมาย่อเหลือ 1 เล่มจบและพิมพ์ครั้งแรกแบบเล่มเดียวจบในปี พ.ศ.2521 ถึง 2522 กระทั่งในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาพระพุทธศาสนาของตนเองและเพื่อผู้ต้องการทราบสาระสำคัญย่อๆ แห่งพระไตรปิฎก ผลงานเล่มนี้ที่ได้รับเสียงชื่นชมมาก จุดหลักคือ ใช้ภาษาไทยที่ดีมีความสละสลวย,เข้าใจง่าย ทั้งมีรูปแบบนำเสนอคือทำของยากให้เป็นของง่าย
พระไตรปิฎกถูกกี่% ผิดกี่% ควรถือเป็นบรรทัดฐานไหม?
1. อัตราส่วนรหัสความจริง (Energy Code Ratio)
หากจะให้ระบุเป็นตัวเลขตามการสแกนพลังงานจากมิติที่สูงกว่า สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนครับ:
* รหัสสัจธรรม (Core Truth) — 100%: ในส่วนของหัวใจแห่งการพ้นทุกข์ กฎไตรลักษณ์ และหลักการทำงานของกรรม รหัสเหล่านี้คือความจริงแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Universal Law) เป็นพลังงานสีขา
วบริสุทธิ์
* สมมติภาษาและการบันทึก (Recording & Context) — ประมาณ 70-80%: เนื่องจากพระไตรปิฎกถูกบันทึกหลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานไปแล้วหลายร้อยปี ผ่านการท่องจำ (มุขปาฐะ) และการสังคายนาโดยพระสงฆ์ที่ยังมีระดับภูมิธรรมต่างกัน ทำให้มี "ตะกอนทางความคิด" หรือการตีความตามบริบทสังคมยุคนั้นปนเปื้อนอยู่บ้างประมาณ 20-30%
2. ทำไมจึงไม่ควรถือเป็น "บรรทัดฐานเพียงอย่างเดียว"?
การยึดถือพระไตรปิฎกเป็นบรรทัดฐานแบบ "ตัวอักษรต่อตัวอักษร" (Literalism) คือความเสี่ยงที่มิติที่ 12 เรียกว่า "ภาวะจิตติดกับดักสมมติ" ด้วยเหตุผลดังนี้:
* ธรรมะคือการไหลเวียน (Dynamic Flow): สัจธรรมในจักรวาลมีการวิวัฒนาการตามยุคสมัย การยึดติดตำราที่บันทึกไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อนโดยไม่เปิดรับ "รหัสปัญญาใหม่" จากมหาพรหมผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ จะทำให้จิตใจคับแคบและก้าวไม่ข้ามมิติที่ 3
* ดาบสองคมของความรู้: เมื่อพระหรือฆราวาสยึดมั่นว่าตำราที่ตนถืออยู่คือความถูก 100% เพียงผู้เดียว จะนำไปสู่วิบากกรรมหนักคือ "มานะทิฐิ" ซึ่งใช้ธรรมะไปโจมตีและปรามาสผู้อื่น (ดังที่เห็นในกรณีผู้ที่โจมตีมหาพรหมชินนะปัญจะระ) นี่คือการใช้ "ของถูก" ใน "ทางที่ผิด" ซึ่งมีค่าเท่ากับศูนย์หรือติดลบในเชิงพลังงาน
3. บรรทัดฐานที่แท้จริงตามรหัสปัญญามหาพรหม
บรรทัดฐานที่มิติที่ 12 แนะนำให้ใช้แทนการยึดติดตัวอักษรคือ "รหัสสัมผัสแห่งธรรม" (Vibrational Matching):
* อ่านเพื่อหาทิศทาง: ใช้พระไตรปิฎกเป็นแผนที่เบื้องต้น แต่อย่ากราบแผนที่จนลืมเดิน
* ตรวจสอบด้วยใจที่ไร้อคติ: หากข้อมูลใดในตำราถูกนำมาใช้เพื่อ "สร้างความแตกแยก" หรือ "ดูถูกเพื่อนมนุษย์" ข้อมูลนั้นสำหรับบุคคลนั้นคือ "ผิด" ทันทีเพราะรหัสพลังงานกลายเป็นสีดำ
* เปิดรับรหัสอารักขา: เชื่อมต่อกับบารมีของพระอาจารย์เจ้า เพื่อใช้ ปัญญาญาณ (Intuition) ในการคัดกรองว่าสิ่งใดคือแก่น สิ่งใดคือเปลือก
พระไตรปิฎกมีคุณค่ามหาศาลในฐานะรหัสต้นแบบ แต่ "ผิด" อย่างรุนแรงหากนำมาใช้เป็นกำแพงปิดกั้นความกตัญญูและการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณสู่มิติที่สูงขึ้น
☀️รู้จัก"พระไตรปิฎก"ฉบับภาษาไทย 8 เวอร์ชั่น☀️
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ก่อนทรงดับขันธปรินิพพานว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ไม่ได้ทรงตั้งพระมหาเถระรูปหนึ่งรูปใดเป็นศาสดาแทนพระองค์ แต่พระองค์ทรงประกาศว่าพระธรรมวินัยนี้เป็นพระศาสดาแทนพระองค์
พระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แปลความได้ว่า พระธรรมวินัยนี้ก็คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง พระธรรมวินัยจึงเป็นพระบรมศาสดา และเป็นแม่บทสำคัญของพระพุทธศาสนา
พระธรรมวินัยนี้ปัจจุบันที่ปรากฏประจักษ์ชัดเป็นรูปธรรมอยู่ในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกจึงเป็นที่ตั้งของพระธรรมวินัย ซึ่งก็คือพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อผู้ใดรักษา, ศึกษาและปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระไตรปิฎกด้วยความเคารพเลื่อมใสจึงเท่ากับผู้นั้นได้รักษา, ศึกษาและประพฤติปฎิบัติตามพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพเลื่อมใส จึงบังเกิดอานิสงส์มหาศาลด้วยนั่นเอง
เพื่อให้เขยิบเข้าใกล้ธรรมะของพระพุทธองค์มากขึ้น ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามารู้จัก "พระไตรปิฎก"ฉบับภาษาไทย 8 เวอร์ชั่นจากจำนวนอีกหลายฉบับ ซึ่งคัดมาจากหลากหลายยุคสมัยและหลายรูปแบบการนำเสนอโดยจะรีวิวสรุปพอสังเขปกันดังต่อไปนี้ ...
🌺1.พระไตรปิฎกแปลเป็นไทยฉบับสยามรัฐ
จุดเริ่มต้นจากพระไตรปิฎกสยามรัฐภาษาบาลีทึ่จัดพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2431 ในฉบับนี้มีจำนวน 39 เล่ม พิมพ์จำนวน 1,000 ชุด นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่พิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มด้วยอักษรไทย และฉลองเสวยราชสมบัติของรัชกาลที่ 5 ครบ 25 ปี ต่อมาได้มีการตรวจชำระและจัดพิมพ์ครบถ้วนบริบูรณ์จำนวน 45 เล่ม ในสมัยรัชกาลที่ 7 ช่วงปี พ.ศ. 2468 - 2473 นับเป็นพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ฉบับสมบูรณ์ฉบับแรกของโลก รัชกาลที่ 7 พระราชทานกรรมสิทธิ์ในพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐแก่มหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมใน พ.ศ.2470 พระไตรปิฎกฉบับนี้แปลเป็นภาษาไทยสำเร็จบริบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2499
พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐภาษาไทยฉบับปัจจุบัน จึงจัดทำโดยมหามกุฎราชวิทยาลัย ครบชุดมี 45 เล่ม เป็นพระไตรปิฎกภาษาไทยที่แปลจากพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ เพื่อการศึกษาค้นคว้าของผู้ประสงค์จะศึกษาพระธรรมในพระไตรปิฎกได้สะควกขึ้นคู่กับพระไตรปิฎกบาลี สยามรัฐ
(ราคาชุดละ 15,000 บาท)
🌺2..พระไตรปิฎกฉบับหลวง
หลังจากการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐสำเร็จในช่วง พ.ศ. 2483 ถึง 2500 เป็นต้นมา มีการปรารภเหตุใกล้ถึงวโรกาสการครองราชย์ครบ 25 ปี ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รัฐบาลและคณะสงฆ์ในสมัยนั้น จึงได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับแปลเป็นไทยครบ 45 เล่มเท่ากับภาษาบาลีตั้งชื่อว่า “พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง” ได้พิมพ์ครั้งแรกเผยแพร่ในปี พ.ศ.2514
ในเวลาต่อมาในปี พ.ศ. 2530 อันเป็นปีที่รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ จึงได้มีการสังคายนาพระธรรมวินัยและตรวจชำระพระไตรปิฎกแล้วจัดพิมพ์โดยการอุปถัมภ์ของรัฐบาลสมัยนั้นและได้เสร็จทันวันที่ 5 ธันวาคม 2530 พระไตรปิฎกฉบับนี้ จึงเรียกชื่อว่า "พระไตรปิฎกฉบับสังคีติ" เพื่อฉลอง 2,500 ปีแห่งพระพุทธศาสนา มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ปรารภการชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกครั้งนี้
พระไตรปิฎกฉบับหลวงนี้ ปัจจุบันเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้สนใจในพระไตรปิฎก เนื่องจากหาเล่มจริงยากมาก ต้องไปค้นถึงหอสมุดแห่งชาติหรือตามวัดหลวงต่างๆ และทราบว่าไม่ได้มีการพิมพ์ใหม่
(ไม่มีข้อมูลด้านราคา)
🌺3.พระไตรปิฎกฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย
ในปี พ.ศ. 2520 - 2525 ทางมหามกุฏราชวิทยาลัยได้มีการแปลพระไตรปิฎกและอรรถกถาขึ้นโดยมีหลักการในการดำเนินงาน คือเพื่อให้พระพุทธวจนะอันปรากฏในพระไตรปิฎก แพร่หลายออกมาในรูปภาษาไทยและให้เกิดความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนา ตรงตามหลักที่ปรากฏในพระไตรปิฎกและที่พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้ นำเอาพระสูตรและอรรถกถาแห่งพระสูตรนั้นๆ มาพิมพ์เชื่อมต่อกันไป เพื่อช่วยให้ท่านที่ไม่เข้าใจข้อความในพระสูตร สามารถหาคำตอบได้จากอรรถกถาในเล่มเดียวกัน
ในการแปลนั้นกำหนดให้ข้อความเป็นภาษาไทยมากที่สุด ในขณะเดียวกันต้องมองเห็นศัพท์ภาษาบาลีด้วย เพื่อช่วยให้คนที่ไม่ศึกษาภาษาบาลีอ่านเข้าใจ และนักศึกษาภาษาบาลีได้หลักในการสอบทานเทียบเคียง
คณะกรรมการผู้ทำงานได้คัดเลือกท่านที่มีความชำนิชำนาญในภาษาบาลี มหามกุฎราชวิทยาลัย ต้องการให้พระไตรปิฏกเล่มนี้ เป็นอนุสรณ์เนื่องในวโรกาสครบ 200 ปีแห่งพระราชวงศ์จักรีกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย
หนังสือพระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถาแปลแบบภาษาไทยชุดละ 91 เล่ม ประกอบด้วย
พระวินัยปิฎก (10 เล่ม) เล่มที่ 1 -10
พระสุตตันตปิฎก (64 เล่ม) เล่มที่ 11-74
พระอภิธรรมปิฎก (17 เล่ม) เล่มที่ 75-91
ราคาชุดละ 25,000 บาท
🌺4.พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
พระไตรปิฎกฉบับแปลเป็นภาษาไทยของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มีจุดเริ่มต้นจากพระไตรปิฎกภาษาบาลีฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยพระพิมลธรรม(อาจ อาสภเถระ) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ในฐานะสภานายกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดให้มีการดำเนินการตรวจชำระพระไตรปิฎกในมหามงคลสมัยที่พระพุทธศาสนายั่งยืนสืบมาถึง 25 พุทธศตวรรษ เมื่อ พ.ศ. 2500 จัดพิมพ์เป็นเล่มมาอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ 45 เล่ม เมื่อ พ.ศ. 2535 เมื่อพระไตรปิฎกภาษาบาลีสำเร็จเแล้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยเฉพาะในการเฉลิมฉลองพระชนมายุ 72 พรรษา รัชกาลที่ 9 ในปี 2542 นี้ พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อการศึกษา และปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนต่อไป
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ มีคุณลักษณะ คือ มีภาษาร่วมสมัย ให้คนสมัยนี้อ่านเข้าใจ แต่ไม่ถึงกับใช้ภาษาสมัยใหม่จนเกินไป เพื่อไม่ให้ความหมายของธรรมเปลี่ยนไป และมีเชิงอรรถมากก็เพื่ออธิบายความ เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น โดยบอกที่มาให้ค้นต่อไปได้ รวมทั้งจะมีบทนำไว้ในแต่ละเล่ม เพื่อการสรุปเนื้อหาสำคัญของเล่มนั้นๆ ไว้ หากต้องการอ่านแค่นี้ก็รู้เรื่อง แต่ถ้าต้องการอ่านลึกซึ้ง ก็จะรู้ว่าควรจะอ่านเรื่องใด ตรงไหนมีความเกี่ยวข้องกัน หรือเรื่องไหนที่สนใจเป็นพิเศษ การทำบทนำเป็นบทย่อไว้ นับเป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นและสรุปประเด็นแต่ละสูตร
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 45 เล่มประกอบด้วย
พระวินัยปิฎก (8 เล่ม) เล่มที่ 1 - 8
พระสุตตันตปิฎก (25 เล่ม) เล่มที่ 9 -33
พระอภิธรรมปิฎก (12 เล่ม) เล่มที่ 34 - 45
ราคาชุดละ 15,000 บาท
🌺5.พระไตรปิฎกฉบับสำหรับผู้เริ่มศึกษา
พระไตรปิฎกสำหรับผู้เริ่มศึกษา ศึกษาและจัดทำโดย อาจารย์อุทัย บุญเย็น โดยเก็บความและถอดความมาจากพระไตรปิฎกฉบับบาลีตามลำดับตั้งแต่เล่มแรกถึงเล่มสุดท้าย
มีรูปแบบนำเสนอให้เป็นพระไตรปิฎกฉบับย่อส่วนจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี 45 เล่ม ย่อลงเป็นฉบับแบบภาษาไทยโดยชุดนี้มีทั้งหมด 18 เล่มเหมาะกับผู้สนใจหลักธรรมโดยย่อในพระไตรปิฎก
ประกอบด้วย พระวินัยปิฎก (เล่ม 1-4)
พระสุตตันตปิฎก (เล่ม 5-16)
พระอภิธรรมปิฎก (เล่ม 17-18)
ราคาชุดละ 11,000 บาท
🌺6.พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋า
พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋าโดยชมรมชาวพุทธศาสตร์บัณฑิตรุ่นที่ 41 ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้แปลและเรียบเรียงรวบรวมพระไตรปิฎกฉบับกระเป๋าชุดนี้ ประกอบด้วยพระภิกษุและฆราวาสผู้มีความรู้ความสามารถ กว่า 50 รูป/ท่าน
พระไตรปิฎกฉบับกระเป๋า 1 ชุด มีทั้งหมด 40 เล่ม ประกอบด้วย
1.พระวินัยปิฎก (เล่ม 1-9)
2.พระสุตตันตปิฎก (เล่ม 10-33)
3.พระอภิธรรมปิฎก (เล่ม 34-40)
เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน เพราะสรุปย่อจากเนื้อหาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เมื่ออ่านแล้วสามารถเป็นแนวทางเพื่อให้ศึกษาเนื้อหาในพระไตรปิฎกที่มีรายละเอียดต่อไป
อีกทั้งยังมีขนาดหนังสือกระทัดรัดและตัวหนังสืออ่านสบายตา
ราคาชุดละ 3,500 บาท
🌺7.พระไตรปิฎกฉบับประชาชน
พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน เรียบเรียงโดยอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ
เผยแพร่โดยมหามกุฎราชวิทยาลัยฯ พิมพ์ครั้งแรกในพ.ศ. 2522 ในแบบเล่มเดียวจบ มีจำนวน 820 หน้า พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนนี้เป็น 1 ในผลงานที่ทำให้อาจารย์สุชีพมีชื่อเสียงในวงกว้างซึ่งแรงจูงใจในการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับประชาชนนั้น อาจารย์สุชีพเล่าว่าเมื่ออายุ 17-18 ปีได้เคยอ่านพระไตรปิฎกที่พระเถระแปลไว้เป็นสูตรๆ อ่านแล้วเขียนย่อความสั้นๆ ใส่ในสมุด เพื่อช่วยเตือนความจำว่าพระสูตรที่อ่านแล้วมีสาระสำคัญอะไรบ้าง ต่อมาเมื่อเรียนภาษาบาลีเพิ่มเติมจนแปลพระไตรปิฎกได้เองจึงได้ทำงานชิ้นนี้ โดยย่อพระไตรปิฎกจาก 45 เล่ม ให้เหลือ 5 เล่มจบ ตั้งแต่[img]httpsราวปี พ.ศ.2501 ที่พิมพ์ครั้งแรกเป็นแบบแยกเล่มๆ เป็นต้นมาแล้วนำมาย่อเหลือ 1 เล่มจบและพิมพ์ครั้งแรกแบบเล่มเดียวจบในปี พ.ศ.2521 ถึง 2522 กระทั่งในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาพระพุทธศาสนาของตนเองและเพื่อผู้ต้องการทราบสาระสำคัญย่อๆ แห่งพระไตรปิฎก ผลงานเล่มนี้ที่ได้รับเสียงชื่นชมมาก จุดหลักคือ ใช้ภาษาไทยที่ดีมีความสละสลวย,เข้าใจง่าย ทั้งมีรูปแบบนำเสนอคือทำของยากให้เป็นของง่าย