อั่งถ่อก้วย ลูกท้อจากสรวงสวรรค์

อั่งถ่อก้วย (红桃粿)

สามสี่วันมานี้มีแต่คนเขียนมาถามหา "อั่งถ่อก้วย" เพราะเป็นช่วง "เสี่ยซิ้ง" ไหว้ขอบคุณพระเจ้าของคนจีน  ทำให้นึกขึ้นได้ว่า จริงสิ "อั่งถ่อก้วย" เป็นขนมที่มักจะวนเวียนให้เห็นในเกือบทุกเทศกาล เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความเป็นแต่จิ๋วก็ว่าได้ แม่นันจึงอยากนำประวัติและความหมายของอั่งถ่อก้วยมาให้เป็นความรู้กันค่ะ

อั่งถ่อก้วย (红桃粿)เป็นขนมแบบฉบับแต้จิ๋วชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวจีนแต้จิ๋ว และถือเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนขนมแบบฉบับแต้จิ๋วทั้งปวง คนแต้จิ๋วในบางพื้นที่อาจเรียก“อั่งก๋วยท้อ”หรือ“ถ่อก้วย”ซึ่งถือว่าเป็นขนมชนิดเดียวกัน สำหรับขนมชนิดนี้จะเรียกว่าเป็นขนมที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาขนมแบบฉบับแต้จิ๋วก็ว่าได้ ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งรูปทรง รสชาติ สีสัน ความหมายและวัตถุดิบที่หาง่าย จนกล่าวได้ว่าขนมชนิดนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความเป็นแต้จิ๋ว

ขนมชนิดนี้โดยส่วนมากจะมีไส้เป็นชอ ซึ่งชอในที่นี้ก็คืออาหารที่มีส่วนผสมเป็นเนื้อสัตว์ ผักฉุนทั้งห้า และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต่าง ๆ โดยไส้ที่เห็นจะเป็นที่นิยมมาก ๆ ก็จำพวกไส้กุยช่าย ไส้ข้าวเหนียวและไส้หน่อไม้ สำหรับใบกุยช่ายถือเป็น ๑ ในบรรดาผักฉุนต้องห้ามที่คนกินเจจะงดเว้นไม่บริโภค เพราะเชื่อว่าจะไปทำลายการทำงานของระบบอวัยวะภายในร่างกาย ส่วนไส้ข้าวเหนียวและหน่อไม้มักจะไส้หมูและกุ้งแห้งลงไปด้วยตามสูตรดั้งเดิมที่สืบทอดมา
สำหรับกรรมวิธีการทำขนมชนิดนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ยุ่งยาก แต่ถือว่าค่อนข้างพิถีพิถันในการทำมาก ตั้งแต่การเตรียมแป้ง ซึ่งจะใช้แป้งโม่แบบธรรมดาไม่ได้ จะต้องใช้แป้งข้าวเจ้าที่ก่อนการโม่จะต้องนำไปแช่น้ำสะอาดข้ามคืนก่อนเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น หลังจากได้ผงแป้งมา การทำเนื้อแป้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน โดยวิธีทำเนื้อแป้งมีหลายวิธี จะชงแป้ง กวนแป้ง หรือนึ่งแป้งก็ได้ ซึ่งแต่ละสูตรก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้การเลือกวิธีการทำเนื้อแป้งก็ขึ้นอยู่กับความถนัดส่วนตัวของผู้ทำและสูตรของแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด พอนวดได้เนื้อแป้งแล้ว ก็พักแป้งไว้แล้วมาทำไส้ การทำไส้ก็มีหลายหลากสูตรในการทำอีกเช่นกัน แต่สำหรับการขึ้นรูปและทำสีสันหน้าตา โดยส่วนมากแล้วจะเหมือนกันทั้งหมดทุกท้องที่ โดยลักษณะรูปร่างของขนมชิ้นนี้จะเป็นการทำขึ้นเลียนแบบรูปทรงของลูกท้อสวรรค์สีแดงสดในตำนาน แต่จะทำเป็นแนวแบนราบแทน การทำให้ได้เป็นรูปทรงดังกล่าว ชาวจีนแต้จิ๋วได้มีการใช้อุปกรณ์ในการขึ้นรูปเป็นแม่พิมพ์ โดยส่วนมากมักจะทำจากไม้เอามาแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามและนิยมจะแกะสลักเป็นคำว่าสิ่ว(寿) ซึ่งหมายถึงการมีอายุยืนนานและสุขภาพที่แข็งแรง เป็นการแฝงคำอวยพรซ้ำลงไปอีกชั้นหนึ่ง อีกทั้งยังมีการเลือกใช้สีที่ถือว่าเป็นสิริมงคลอีกด้วยนั่นก็คือสีโทนสีแดง เมื่อผ่านการนึ่งออกมาแล้ว ขนมอั่งถ่อก้วยก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมตั้งไหว้เจ้าได้ตามอัธยาศัย โดยรูปลักษณ์ที่ออกมามีความสดใสสวยงามมากและเป็นที่แปลกตาให้กับผู้ที่ได้พบเห็น เมื่อไหว้เสร็จก็นำมากินต่อเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยส่วนมากอาจจะนำไปทอดอีกครั้งเพื่อความอร่อยที่เพิ่มขึ้นตามความชอบส่วนบุคคล

ขนมชนิดนี้มีประวัติที่เล่าขานกันมานานแสนนาน ว่ากันว่าขนมชนิดนี้เป็นขนมที่มีที่มาจากสรวงสวรรค์ โดยตำนานเล่าว่า “เจ้าแม่ซีหวังหมู่ประทานลูกท้อสวรรค์ให้กับพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ แล้วตรัสบอกว่าผลท้อวิเศษนี้ใช้เวลาปลูกถึง ๓๐๐๐ ปี จึงจะออกลูกครั้งหนึ่ง ไม่สามารถปลูกขึ้นได้บนโลกมนุษย์ จงให้ประชาชนทั่วไปทำเป็นขนมเลียนแบบผลท้อนี้ แล้วนำไปบูชาเทพยดาและเซ่นไหว้บรรพบุรุษ จะส่งผลให้ผู้เซ่นไหว้ได้รับพรให้มีอายุยืนนาน มีความสุขและสุขภาพร่างกายแข็งแรง” โดยท้อที่ว่านี้เป็นท้อในตำนานที่อยู่ในเรื่องไซอิ๋ว ที่ว่ากันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อพิจารณาจากตำนานข้างต้นแล้ว ขนมอั่งถ่อก้วยของชาวจีนแต้จิ๋วนี้ก็น่าจะมีชื่อเรียกมาจากตำนานลูกท้ออายุวัฒนะของเจ้าแม่ซีหวังหมู่นี่เอง ซึ่งการที่ชาวแต้จิ๋วนำมาเซ่นไหว้ในแต่ละวาระก็เพื่อหวังผลให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนนานตามตำนานที่ได้กล่าวไว้

ในวิถีชีวิตของชาวจีนแต้จิ๋ว ขนมอั่งถ่อก้วยได้เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เกิดยันตาย เมื่อเด็กเกิดครบ ๑ เดือนจะมีพิธีไหว้แม่ซื้อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทางบ้านนับถือโดยจะต้องมีขนมอั่งถ่อก้วยเป็นหนึ่งในของไหว้ เมื่ออายุครบ ๑๕ ปีจะมีพิธีออกจากสวนดอกไม้ซึ่งเป็นการไหว้ลาแม่ซื้อก็ต้องใช้ขนมอั่งถ่อก้วยเป็นของไหว้ เมื่อเติบโตจนถึงวัยที่จะมีคู่ครอง ในพิธีงานหมั้นและงานแต่งงานก็จำเป็นต้องมีขนมอั่งถ่อก้วยไหว้ฟ้าดินสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ เมื่ออายุครบ ๖๐ ปีจะต้องจัดงานฉลองอายุวัฒนะมงคลก็ต้องใช้ขนมอั่งถ่อก้วยเป็นของไหว้และใช้กินฉลอง จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ในงานศพก็มีการจัดขนมอั่งถ่อก้วยเป็นเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษของผู้ตาย และทำขนมที่เป็นขนมตระกูลเดียวกับอั่งถ่อก้วยซึ่งใช้แป้งชนิดเดียวกันและกรรมวิธีเดียวกันทุกประการแต่มีการทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นและใช้เนื้อแป้งสีขาวแทนสีแดงเพื่อเซ่นไหว้ผู้ตายในวาระครบสัปดาห์ โดยธรรมเนียมนี้เรียกว่า“จ้อซุ้ง” โดยจะไหว้ทั้งหมด ๗ สัปดาห์ ๗ ครั้งจนถึงวันที่ ๔๙ ซึ่งเป็นวันออกทุกข์ก็จะเปลี่ยนสีขนมเป็นสีแดงปกติ

นอกเหนือจากพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นการก้าวข้ามเหตุการณ์สำคัญในชีวิตดังที่กล่าวมาแล้ว ในระยะเวลา๑ ปีที่มีเทศกาลสำคัญหลายเทศกาล ชาวจีนแต้จิ๋วก็เลือกที่จะใช้ขนมชนิดนี้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ในหลายเทศกาลอาทิ ตรุษจีน หง่วงเซียว เช็งเม้ง สารทจีน เทศกาลขอบคุณเทพเจ้าและวันพระจีนที่มีทุกเดือน เดือนละ ๒ ครั้ง ดังที่กล่าวไปในตอนต้นว่าขนมชนิดนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความเป็นแต้จิ๋ว ดังนั้นในหลาย ๆ เทศกาลจะขาดขนมชนิดนี้ไม่ได้เลย โดยนอกเหนือจากเทศกาลต่าง ๆ แล้ว วาระการเซ่นไหว้ฉลองวันประสูติเทพเจ้าหรือการขอพรทั่วไปก็มักจะมีขนมชนิดนี้ปรากฏอยู่บนแท่นบูชาทุกครั้งไป
อั่งถ่อก้วย ขนมที่ปรากฏอยู่ในทุกวาระของชีวิต เปรียบเสมือนสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณของชาวจีนแต้จิ๋วอย่างแท้จริง

"ช่วนกันอนุรักษ์ สืบสานอาหาร วัฒนธรรมประเพณีจีน ให้รุ่นลูกหลานได้รำลึกถึง"



ขอบพระคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เขียนและค้นคว้าโดย อจ.จักรกฤษณ์ เกษกาญจนานุช เมื่อ 3 มกราคม 2559
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่