[DAY: 08] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง

กระทู้สนทนา
(4) THE LONG "O" (EXCEPTIONS)



เข้าสู่วันที่ 8 ของการเรียน Phonics เรามาเข้าเรื่องกันเลย ข้อยกเว้นของ “สระโอว” หรือ “The Long O” มีดังนี้... (เรียงลำดับตามความสำคัญ)

👉🏻 “-o” ที่ไม่ใช่สระโอว

เมื่อวานได้เกริ่นไปพอสมควรว่า... เวลาที่สระโอวมัน "ต่อท้ายด้วยตัวสะกด" (หรือในทาง phonics เราเรียกว่า “closed syllable”) มันมักจะกลายเป็นสระเอาะ เช่น no 👉🏻 not / go 👉🏻 got / so 👉🏻 sob ดังนั้นจะไม่โฟกัสตรงนี้แล้ว

ทีนี่ลองนึกถึงคำว่า “open” ครับ คำนี้แม้ดูเหมือนว่า o- มันตามด้วย p- แต่เราก็เข้าใจดีว่าเวลา “แบ่งพยางค์” เราจะแยกเป็น “o-pen” ดังนั้นมันก็ยังเข้ากฎที่ว่า “o เป็นพยางค์เปิด (ไม่มีตัวสะกดต่อท้าย)” จึงยังคงอ่านเป็นสระโอวอยู่

หรือคำอย่าง “solo” (so-lo) และ “token” (to-ken) ก็เป็นสระโอวเหมือนเดิม เพราะเวลาแบ่งพยางค์ในตอนพูดจริง ๆ มันก็ยังเป็น open syllable

📌 แล้วคำอย่าง model, modern, profit, product ล่ะครับ? มันดูเหมือนจะเป็นกรณีเดียวกับคำที่กล่าวมาด้านบน... แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย! (มันเป็นพยางค์ปิดครับ!)

—> “Model” หนึ่งในคำที่นักเรียนออกเสียงผิดบ่อยที่สุด แท้จริงแล้วเราต้องแบ่งพยางค์ดังนี้ “MOD-el” (จึงอ่าน “มอด-เดิ่ล” ด้วยสระเอาะ ไม่ใช่โมเดล)

รวมถึงคำเหล่านี้ด้วย "modern" (มอด-เดิ่นฺ), "profit" (พรอฟ-ฝิทฺ), "product" (พรอด-ดั่คทฺ), "project" (พรอจ-เจิ่คทฺ), "honest" (ออน-นิ่สทฺ) และ "problem" (พรอบฺ-เบลิ่ม) ก็จะไม่อ่านเป็นสระโอวเช่นกัน (แต่เป็นสระเอาะ)
. . . . .

👉🏻 “o_e” ที่ไม่ใช่สระโอว

อันนี้ก็ได้เกริ่นไปเมื่อวานเช่นกันว่า เวลาเราตัด e ท้ายคำออก (คุณครูประถมชอบเรียกมันว่า “The Magic E“) มันจะกลายเป็นสระเอาะ เช่น note 👉🏻 not / dote 👉🏻 dot / woke 👉🏻 wok (wok = กระทะก้นลึก หรือบางคนเรียก "กระทะจีน")

📌 แต่ก็มีข้อยกเว้นที่น่าสนใจครับคือกรณีที่ "คำศัพท์มันสะกดด้วย o_e แต่มันไม่ยอมเป็นสระโอว" แล้ว

—> ตัวอย่างคลาสสิกที่สุดคงหนีไม่พ้น “done” (คงไม่มีใครอ่านคำนี้ว่า โดนฺ นะครับ อ่านว่า “ดันฺ”!) รวมไปถึง some, come, love ที่อ่านด้วยสระอะทั้งหมดเลย (ซัมฺ, คัมฺ, ลัฟฺ)

แต่ไม่รู้ทำไม พอมาถึงสองคำนี้ นักเรียนจะอ่านผิดตลอด! ให้จำไว้ว่ามันก็เป็น "สระอะ" เช่นกันครับ คือคำว่า “above” (อ่าน เออะ-บัฟฺ ไม่ใช่อะโบฟ) และ “glove” (อ่าน กลัฟฺ ไม่ใช่ โกลฟ) รวมไปถึง “none” ที่ไม่อ่านโนน ไม่อ่านนอน แต่อ่านว่า “นันฺ”

คำอื่น ๆ เช่น gone, move, lose ก็ไม่ใช่สระโอว
. . . . .

👉🏻 “-oa” ที่ไม่ใช่สระโอว

แล้วเราก็ได้มาถึงตัวสะกดที่ “ซื่อสัตย์” ต่อสระโอวเสียทีครับ โดย -oa นี้แทบจะไม่แหกกฎเลย มันเป็นสระโอวอยู่เสมอ!

แต่ถึงกระนั้น มันก็ซื่อสัตย์เพียง 99.9999999993% ครับ เพราะมีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งคำคือ 📌 “broad” ที่ -oa ไม่ใช่สระโอว แต่เป็นสระออ คำนี้จึงอ่าน “บรอดฺ” (รวมไปถึง broadcast ด้วย)

รวมถึงในกรณีที่มันมี -r มาต่อท้าย -oa โดยเช่น soar, roar, board, hoarse เหล่านี้ก็เป็นสระออเช่นกัน (อ่าน ซอ, รอ, บอดฺ, ฮอสฺ) เคยเกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่ามันคือ "R-coloured vowel" (สระที่ได้รับผลกระทบจากตัว R) ***แต่ไว้เราจะศึกษาแบบละเอียดในภายหลังนะครับ

ทั้งนี้ก็ลองดูในคำเหล่านี้ด้วยสักหน่อย ได้แก่ koala, oasis, boa (boa = งูชนิดหนึ่ง) ที่ -oa จริง ๆ แล้วไม่ได้มาด้วยกัน แต่แยกกันอ่านเป็นสองพยางค์ (โอ-อา, โอ-เอ, โอ-เออะ) คือ “โคว-วา-เหล่อะ” “โอว-เว-สิ่สฺ” และ “โบว-เหว่อะ” ตามลำดับ
. . . . .

👉🏻 “-ow” ที่ไม่ใช่สระโอว

อันนี้ก็มีเยอะเลย โดย -ow จะเป็น “สระอาว” ในหลาย ๆ คำ เช่น how, now, brown, cow อ่านแล้วคุ้นหูเพราะมันคือ tongue twister (ประโยคฝึกลิ้น) ที่คุณครูบังคับให้พูดตอนเด็กนั่นเอง! (“How now brown cow!”)

ที่บอกว่ามีเยอะ มันเยอะจริง ๆ นะครับ โดย -ow ที่เป็นสระอาวยังรวมไปถึง town, down, crown, frown, drown และ tower, shower, browse ด้วย

ส่วนคำคลาสสิกที่ยังได้ยินนักเรียนอ่านผิดอยู่บ่อย ๆ คือ 📌 “allow” คำนี้ก็เป็นข้อยกเว้นของสระโอวเช่นกันนะ มันอ่านว่า “เออะ-ลาว” (ไม่ใช่อะโลว) รวมไปถึงคำว่า “plow” (พลาว) ด้วย

ส่วน 📌📌📌 “bow” นี่อ่านได้สองแบบ ถ้าอ่าน “บาว” จะเป็นกริยาแปลว่า “โค้งคำนับ” ถ้าอ่าน “โบว“ จะเป็นคำนามแปลว่า คันธนู (หรืออาจจะแปลว่า โบ ที่หมายถึง ริบบิ้น ก็ได้)
. . . . .

ถึงตรงนี้เราก็ได้ดูข้อยกเว้นของตัวสะกดหลักของ “สระโอว” (-o, o_e, -oa, -ow) จนครบแล้วครับ น่าจะแม่นเสียง The Long O (และข้อยกเว้น) พอประมาณแล้วนะ

ส่วนตัวสะกดรอง (เช่น -oe, -ou, -ough) ขอยังไม่พูดถึงละกัน เพราะมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ไว้มาต่อกันในภายหลังครับ
_______________

"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่