เพราะชีวิตติดกับดักกับการไข่าขว้าที่มากเกินไป ใน America



เส้นทางของชีวิตคนเรามักจะถูกถักทอด้วยความเชื่อที่ว่าความสำเร็จคือจุดหมายปลายทางที่หอมหวานที่สุด เราถูกสอนให้เรียนให้ดี ทำงานให้หนัก และเดินตามเส้นทางที่สังคมขีดเส้นใต้ไว้ให้ว่าถูกต้อง หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไล่ล่าสิ่งนี้โดยไม่เคยหยุดพักแต่พอถึงวันหนึ่งที่ลองหยุดวิ่งดูจริงๆกลับพบความว่างเปล่าที่น่าตกใจ สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายคนเรียกว่าวิกฤตวัยกลางคนหรือที่ฝรั่งชอบพูดกันว่าวิกฤตในวัย 40 ปีนั่นเอง เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเป็นวิศวกรในเมืองไทยก่อนจะตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกาเป็นตัวอย่างที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีเยี่ยม เธอเริ่มต้นจากการเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นเชฟ จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในสายตาคนรอบข้าง แต่ลึกๆแล้วเธอกลับพบว่าการไล่ล่าเหล่านั้นเป็นเพียงการพยายามอุดรอยรั่วในใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก


ในช่วงแรกที่เธอเปลี่ยนบทบาทจากวิศวกรมาเป็นเด็กเสิร์ฟในต่างแดน ความรู้สึกสบายใจเกิดขึ้นเพราะไม่ต้องแบกรับความเครียดมหาศาลเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องเจอกับปัญหารถติดและภาระหน้าที่ทางสังคมที่หนักอึ้ง เงินที่หาได้จากการเสิร์ฟอาหารก็เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพและใช้ชีวิตได้แบบไม่ขัดสน แต่นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ความสงบเข้าครอบงำ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มสังเกตเห็นเพื่อนฝูงรอบกายที่ขยับขยายไปเป็นผู้จัดการ มีบ้าน มีรถ และมีสถานะทางสังคมที่ดูสูงส่งกว่า การเป็นเด็กเสิร์ฟที่แม้จะมีเงินพอกินพอใช้กลับทำให้เธอรู้สึกสูญเสียตัวตนบางอย่างไป สิ่งที่ขาดหายไปไม่ใช่เงินทองแต่คือการยอมรับจากคนอื่นและการมีเกียรติในสายตาเพื่อนมนุษย์ นี่คือกับดักแรกที่สมองของคนเรามักจะขุดขึ้นมาเพื่อเตือนว่าเรายังดีไม่พอ


แรงขับเคลื่อนลึกๆในใจของเธอมาจากปมในอดีตที่เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนและเคยถูกดูถูกมาก่อน สมองจึงสั่งการว่าความปลอดภัยเท่ากับการได้รับการยอมรับจากสังคม เธอจึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่ที่คิดว่าจะมอบเกียรติยศนั้นให้ได้ ซึ่งนั่นก็คือการเป็นเชฟที่ดูเท่และน่าชื่นชมเหมือนในรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อไปเรียนทำอาหารจนจบและก้าวเข้าสู่ครัวมืออาชีพ ในโลกของความเป็นจริงชีวิตเชฟไม่ได้สวยหรูเหมือนในหน้าจอโทรทัศน์ เธอต้องทำงานหนักท่ามกลางความกดดันและความร้อนระอุ ต้องดื่มน้ำอัดลมวันละ 3 ถึง 4 แก้วใหญ่เพื่อกระตุ้นให้อะดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลาเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็วตามมาตรฐาน แม้จะได้รับการยอมรับมากขึ้นแต่ความรู้สึกไม่พอก็ยังคงวนเวียนกลับมาหาเธอเสมอ เพราะความสำเร็จในอาชีพเชฟไม่ได้การันตีเรื่องรายได้ที่มากพอจะทำให้คนในสังคมก้มหัวให้


ความพยายามครั้งต่อมาคือการขยับตัวมาเป็นเจ้าของกิจการฟู้ดทรัคขายเครป ซึ่งในช่วงแรกก็ประสบกับความล้มเหลวอย่างหนักจนทำให้เธอสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปเกือบหมดสิ้น แต่ด้วยความพยายามเธอก็สามารถพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาทำกำไรได้อย่างงดงาม มีเงินทองไหลมาเทมาจนดูเหมือนว่าน่าจะพอได้แล้ว ทว่าความต้องการลึกๆกลับไม่เคยหยุดยั้ง เธอรู้สึกว่าการเป็นเจ้าของรถขายอาหารริมทางยังไม่ได้รับเกียรติเท่ากับการเป็นเจ้าของร้านอาหารหรูหรา เธอจึงตัดสินใจลงทะเบียนเรียนต่อระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจหรือเอ็มบีเอด้วยเงินจำนวนมากกว่า 400000 บาท ทั้งที่จริงๆแล้วความรู้เรื่องธุรกิจเธอก็หาได้จากประสบการณ์และการเรียนฟรีที่มีอยู่มากมาย แต่สิ่งที่เธอโหยหาจริงๆคือใบปริญญาที่จะเอามาเป็นตราประทับให้คนอื่นมองว่าเธอเป็นคนเก่งและมีคุณค่า


การวิ่งตามความสำเร็จอย่างไม่ลดละนี้คือการพยายามใช้ชีวิตปัจจุบันเพื่อชดเชยอดีตที่ขาดหายไป เธอเริ่มตระหนักได้ว่าสมองของเธอเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่าต้องเก่งและต้องได้รับคำชมถึงจะได้รับความรักและความใส่ใจ การใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นเป็นเรื่องที่เสียเวลาและน่าเหนื่อยหน่ายอย่างยิ่ง ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นหลังจากการมีเงินและสถานะคือสัญญาณเตือนว่าสิ่งที่เธอตามหาไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงแต่เป็นการวิ่งหนีความกลัวในใจต่างหาก เมื่อความกดดันเริ่มถึงขีดสุดและร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน เธอจึงเริ่มฉุกคิดถึงคำพูดของคนรักที่ชวนให้หยุดพักและเลิกทำธุรกิจที่เหนื่อยยากนี้เสียที ในตอนแรกเธอต่อต้านเพราะรู้สึกว่าถ้าไม่มีธุรกิจนี้แล้วเธอจะกลายเป็นใครและจะมีคุณค่าเหลืออยู่ตรงไหน แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะลดบทบาทตัวเองลง


จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือการเลิกพิสูจน์ตัวเองกับใครทั้งสิ้น เธอตัดสินใจลดความต้องการของตัวเองลงก่อนที่จะคิดเรื่องการเพิ่มรายได้ การลดค่าใช้จ่ายและใช้ชีวิตให้เรียบง่ายขึ้นทำให้สมองไม่ต้องอยู่ในโหมดของการเอาตัวรอดหรือโหมดแห่งความกลัวอีกต่อไป เมื่อใจสงบลงการตัดสินใจในเรื่องต่างๆก็ชัดเจนและเฉียบคมมากขึ้น วันนี้เธออาจจะไม่ได้รวยขึ้นจากการทำงานที่หนักกว่าเดิมแต่เธอรวยขึ้นเพราะเธอหยุดใช้เงินเพื่อซื้อการยอมรับจากคนอื่นและหยุดใช้เงินเพื่ออุดช่องว่างของความรู้สึกที่ไม่พอใจในตัวเอง ชีวิตในวัยเกือบ 40 ปีของเธอจึงได้เริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงท่ามกลางความเรียบง่ายและการเดินป่าที่สงบเงียบ


ในโลกที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยการเปรียบเทียบนี้ การที่เราจะกล้าบอกว่าพอแล้วเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เรามักจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่าต้องมีมากขึ้น ต้องไปให้ไกลกว่าเดิม และต้องดีกว่าคนอื่นอยู่เสมอ แต่ถ้าเราลองย้อนกลับมาดูต้นตอของความต้องการเหล่านั้นเราอาจจะพบว่ามันมาจากความเจ็บปวดบางอย่างในอดีตที่เรายังไม่ได้รักษา การที่ใครคนหนึ่งเลือกจะหยุดวิ่งและหันมามองความงามของชีวิตที่อยู่ตรงหน้าคือการมอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดให้กับตัวเอง การมีอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการมีเงินกองโตจนใช้ไม่หมดแต่มันคือการที่เรามีความต้องการที่สมดุลกับสิ่งที่เรามีอยู่และสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องวิ่งตามเสียงปรบมือของใคร


บทเรียนจากการเป็นวิศวกรที่ผันตัวมาทำทุกอย่างเพื่อการยอมรับสอนให้รู้ว่า ความสำเร็จที่ปราศจากความสุขภายในคือคุกที่สวยงามที่เราสร้างขึ้นมาขังตัวเองไว้เอง การถอดหน้ากากแห่งสถานะและตำแหน่งทิ้งไปอาจจะทำให้เราดูเป็นคนธรรมดาในสายตาโลกแต่กลับทำให้เรามีน้ำหนักและตัวตนที่ชัดเจนที่สุดในใจเราเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุ 40 หรือรอให้เกิดวิกฤตชีวิตก่อนถึงจะเริ่มเข้าใจความจริงข้อนี้ เราทุกคนสามารถเริ่มสำรวจใจตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นเราทำเพื่อตัวเองหรือทำเพื่อให้คนอื่นมาชื่นชมเรากันแน่ หากเราพบว่าเรากำลังวิ่งบนสายพานที่ไม่มีทางจบสิ้น การก้าวลงมาเดินบนพื้นหญ้าที่นุ่มนวลอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


การใช้ชีวิตในต่างแดนที่ดูเหมือนจะเป็นฝันของใครหลายคนอาจจะมีความทุกข์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพถ่ายที่สวยงาม ความจริงที่เธอต้องเผชิญคือการต่อสู้กับจิตใจตัวเองทุกวัน ความโดดเดี่ยวและการโหยหาที่พึ่งทางใจทำให้เธอต้องยึดเหนี่ยวกับวัตถุและคำชมจากคนแปลกหน้า แต่เมื่อเธอกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัวและยอมรับว่าความผิดพลาดในอดีตไม่ใช่ตัวตัดสินอนาคต เธอก็พบกับความสว่างไสวที่เงิน 400000 บาทก็ซื้อไม่ได้ การลดความคาดหวังจากโลกภายนอกและเพิ่มความรักให้ตัวเองคือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความหมายอย่างแท้จริง


สุดท้ายนี้ชีวิตไม่ใช่เกมที่เราต้องชนะทุกคนเสมอไปแต่เป็นพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้และเติบโตในแบบที่เราต้องการ การมีรายได้จากหลายทางหรือที่เรียกว่าพาสซีฟอินคัมอาจจะเป็นเครื่องมือช่วยให้เรามีเวลามากขึ้นแต่ถ้าใจเรายังไม่หยุดวิ่งหาความสำเร็จใหม่ๆเวลานั้นก็จะมีค่าเท่ากับศูนย์ ความสงบที่ได้จากการเดินป่าและการดูแลเด็กๆที่เธอรักกลายเป็นความสุขรูปแบบใหม่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังยิ่งกว่าการได้เป็นเชฟชื่อดังหรือเจ้าของธุรกิจที่มั่งคั่ง เพราะความพอเพียงไม่ได้หมายถึงการมีน้อยแต่หมายถึงการรู้ว่าแค่ไหนคือจุดที่ใจเราจะสัมผัสได้ถึงคำว่าความสุขที่แท้จริงโดยไม่ต้องรอคำยืนยันจากใครคนไหนในโลกใบนี้อีกเลย

เมื่อเราเริ่มลดการใช้เงินเพื่อชดเชยความรู้สึกไม่พอในใจ เราจะพบว่าเราไม่ได้ต้องการเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อที่จะมีความสุข กุญแจสำคัญคือการทำความเข้าใจกับบาดแผลในใจและให้อภัยตัวเองในวันที่เคยล้มเหลว การเป็นเจ้าของธุรกิจที่ล้มลุกคลุกคลานสอนให้เธอรู้ว่าตัวตนของเธอไม่ได้ผูกติดอยู่กับกำไรหรือขาดทุนในบัญชีธนาคาร แต่คุณค่าของเธออยู่ที่ความสามารถในการลุกขึ้นมาใหม่และความเมตตาที่มีต่อตัวเอง การมีชีวิตที่พอแล้วจึงเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมีได้ในโลกที่วุ่นวายใบนี้และเป็นจุดเริ่มต้นของอิสรภาพที่แท้จริงที่ไม่มีใครสามารถพรากไปจากเราได้ตราบเท่าที่เรายังคงรักษาความสงบในใจไว้อย่างมั่นคง

การที่เราได้เห็นใครสักคนกล้าหาญพอที่จะเล่าถึงความล้มเหลวและปมด้อยของตนเองเพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้เป็นเรื่องที่น่านับถือมาก เพราะในโลกโซเชียลมีเดียที่ทุกคนต่างแสดงออกแต่ด้านที่ประสบความสำเร็จ การพูดถึงความว่างเปล่าหลังความมั่งคั่งกลับเป็นสิ่งที่คนต้องการฟังมากที่สุด เพื่อเตือนสติว่าอย่าให้การไล่ล่าความสำเร็จทำให้เราลืมดูแลหัวใจของตัวเองและคนรอบข้างที่รักเราจริงๆ ความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบที่สุดอาจจะเป็นเพียงการได้ตื่นมาในตอนเช้าแล้วรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีโดยที่ไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่นที่ดีกว่าเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว

ท่ามกลางธรรมชาติที่กว้างใหญ่เราเป็นเพียงจุดเล็กๆในจักรวาล ความทุกข์และความต้องการของเราก็เล็กลงไปด้วยเมื่อเรามองเห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ การพาชีวิตกลับมาสู่ความเรียบง่ายคือการคืนสมดุลให้กับจิตวิญญาณของเราเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นวิศวกร เป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นเชฟ หรือเป็นใครก็ตาม คุณมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงเงื่อนไขของความสำเร็จที่โลกตั้งไว้ เพราะหัวใจที่รู้จักพอคือหัวใจที่รวยที่สุดและมีความสุขที่สุดอย่างไม่อาจหาอะไรมาเปรียบเทียบได้เลยในชีวิตนี้
ความเข้าใจในหลักวิทยาศาสตร์ทางสมองที่เธอเล่าถึงเรื่องอะดรีนาลีนและความต้องการความปลอดภัยจากการยอมรับของสังคมช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่ามนุษย์เราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลเสมอไปแต่อารมณ์และปมในอดีตมีอิทธิพลอย่างมากในการเลือกทางเดินชีวิต การรู้ทันกลไกของสมองจะช่วยให้เราหยุดยั้งพฤติกรรมที่เป็นพิษต่อตัวเองได้ทันท่วงที การใช้ชีวิตแบบมีสติและรู้เท่าทันตัณหาความทะยานอยากจะทำให้เราไม่ตกเป็นทาสของความสำเร็จจอมปลอมที่สังคมสร้างขึ้นมาล่อหลอกเราในทุกวัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่