เรามีคนรู้จักเป็นแบบที่ว่าเลย
คนนึงขี้อวด อวดได้ทุกเรื่อง
อวดว่าเรียนเก่ง บ้านรวย สวย หุ่นดี งานดี เงินเดือนสูง มีบ้านหลายหลัง
วันดีคืนดีก็บอก ที่บ้านมีทองเป็นร้อยกิโล
มีบ้านพักตากอากาศจังหวัดโน้น นี้ นั้น
ใส่เสื้อผ้าต้องยี่ห้อราคาแพง เครื่องประดับท่วมตัว
อวดแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
อีกคนหนึ่ง ก็ถ่อมตัวหนักๆ
ด้อยค่าตัวเอง เหมือนในชีวิตไม่เคยมีอะไรดีเลย
เราเรียนไม่เก่ง เรามันห่วย
พ่อแม่ก็ไม่รัก พี่น้องก็ไม่เอา เพื่อนก็เมิน
งานก็ไม่ดี เจ้านายก็ไม่รัก ไม่มอบหมายงานดีๆ เด่นๆ
ไม่สวย หุ่นไม่ดี จน
แต่งตัวก็ไม่เป็น
เพื่อนคนนี้จะทำหน้าตาเศร้าหมองตลอด
คุยด้วยทีไร เล่าแต่ชีวิตรันทดไม่จบสิ้น
บางทีก็ซ้ำๆ วนๆ
เวลาคุยกับคนด้อยค่าตัวเองหนักๆ
เรายอมรับว่า เราจิตตกนะคะ
ระหว่างคุยกับคนสองคนนี้
กับคนขี้โม้ เรากลับรู้สึกผ่อนคลายกว่า
เหมือนกำลังดูละครสนุกๆ สักเรื่อง
บางครั้งกลั้นขำเลยทีเดียว
คุณคิดว่า คุยกับคนไหนน่าเบื่อ หรือ เครียดมากกว่ากันคะ
ระหว่างคนที่ขี้โม้ ขี้อวด กับคนด้อยค่าตัวเองตลอดเวลา คุยกับใครน่าเบื่อหรือเครียดกว่ากัน
คนนึงขี้อวด อวดได้ทุกเรื่อง
อวดว่าเรียนเก่ง บ้านรวย สวย หุ่นดี งานดี เงินเดือนสูง มีบ้านหลายหลัง
วันดีคืนดีก็บอก ที่บ้านมีทองเป็นร้อยกิโล
มีบ้านพักตากอากาศจังหวัดโน้น นี้ นั้น
ใส่เสื้อผ้าต้องยี่ห้อราคาแพง เครื่องประดับท่วมตัว
อวดแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
อีกคนหนึ่ง ก็ถ่อมตัวหนักๆ
ด้อยค่าตัวเอง เหมือนในชีวิตไม่เคยมีอะไรดีเลย
เราเรียนไม่เก่ง เรามันห่วย
พ่อแม่ก็ไม่รัก พี่น้องก็ไม่เอา เพื่อนก็เมิน
งานก็ไม่ดี เจ้านายก็ไม่รัก ไม่มอบหมายงานดีๆ เด่นๆ
ไม่สวย หุ่นไม่ดี จน
แต่งตัวก็ไม่เป็น
เพื่อนคนนี้จะทำหน้าตาเศร้าหมองตลอด
คุยด้วยทีไร เล่าแต่ชีวิตรันทดไม่จบสิ้น
บางทีก็ซ้ำๆ วนๆ
เวลาคุยกับคนด้อยค่าตัวเองหนักๆ
เรายอมรับว่า เราจิตตกนะคะ
ระหว่างคุยกับคนสองคนนี้
กับคนขี้โม้ เรากลับรู้สึกผ่อนคลายกว่า
เหมือนกำลังดูละครสนุกๆ สักเรื่อง
บางครั้งกลั้นขำเลยทีเดียว
คุณคิดว่า คุยกับคนไหนน่าเบื่อ หรือ เครียดมากกว่ากันคะ