สรุปการเติบโต Sushiro ในไทย เปิดมา 5 ปี รายได้ 4,731 ล้าน กำไร 728 ล้าน | BrandCase
-ผลประกอบการย้อนหลังของบริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจร้านซูชิสายพาน Sushiro ในประเทศไทย
ปี 2564 รายได้ 79 ล้านบาท ขาดทุน 65 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 1,000 ล้านบาท กำไร 63 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 1,892 ล้านบาท กำไร 172 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 2,902 ล้านบาท กำไร 369 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 4,731 ล้านบาท กำไร 728 ล้านบาท
(หมายเหตุ : บริษัทปิดรอบปีบัญชี ณ สิ้นเดือนกันยายน ของทุกปี)
Sushiro เป็นแฟรนไชส์ร้านซูชิจากญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นคือบริการเน้นเสิร์ฟบนสายพาน
เปิดสาขาแรกในไทยเมื่อปี 2564 ที่ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และปัจจุบันในไทยมีทั้งหมด 41 สาขา
ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่า Sushiro นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะไปสาขาไหน ก็มีคิวหน้าร้าน โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมีคนแน่นเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ Sushiro ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ก็น่าจะเพราะ
- รสชาติของอาหารที่ถูกปากคนไทย ซึ่งไม่ได้มีแค่ปลาดิบ แต่มีทั้งของทอด เมนูของสุก เป็นทางเลือกให้คนที่ไม่ทานดิบด้วย
- ความสะดวก สามารถจองคิวได้เลยผ่านแอปพลิเคชัน ซูชิโร่
- แต่ละเดือนจะมีเมนูพิเศษใหม่ ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกเดือน ทำให้คนอยากกลับไปทานซ้ำอีกเรื่อย ๆ
- ระบบสะสมแต้ม แลกของรางวัลสำหรับลูกค้าประจำ
- ตัวร้านสะอาด พนักงานบริการรวดเร็ว
- ระบบสั่งอาหารง่าย ๆ ผ่าน Tablet หรือหยิบเอาจากบนสายพาน
- ระบบร้านเหมาะกับพฤติกรรมการทานคนเดียว มีเคาน์เตอร์บาร์ รับเทรนด์ชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ รีบทาน รีบไปทำอย่างอื่นต่อ
- จานซูชิจะมีชิปอยู่ใต้จาน หากซูชิอยู่บนสายพานนานเกินไป ระบบก็จะนำซูชิจานนั้นออกโดยอัตโนมัติ ทำให้อาหารบนสายพานสดใหม่เสมอ
สำหรับราคาของ Sushiro ในปีที่ผ่านมา ทางร้านก็ได้มีการปรับราคาบางเมนู และมีการเพิ่มเมนูจานสีขาวราคา 30 บาทขึ้นมาใหม่ เช่น เมนูไข่หวาน
ส่วนจานสีอื่น ๆ ก็เช่น
- สีแดง ราคา 40 บาท
- สีเงิน ราคา 60 บาท
- สีทอง ราคา 80 บาท
- สีดำ ราคา 100 บาท
โดยจานสีดำ เพิ่งลดราคาลงจาก 120 บาท เหลือ 100 บาท
Sushiro ถือว่าเป็นหนึ่งใน Success case ของโมเดลธุรกิจในไทย ในช่วงสามสี่ปีมานี้
และทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วโอกาสธุรกิจในไทย ก็น่าจะยังมีอีกเยอะ
ถ้ามีโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ก็มีโอกาสสำเร็จได้เหมือนกัน
Sushiroโตสวนเสดกิจรายได้4731กำไร728ลบ
สรุปการเติบโต Sushiro ในไทย เปิดมา 5 ปี รายได้ 4,731 ล้าน กำไร 728 ล้าน | BrandCase
-ผลประกอบการย้อนหลังของบริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจร้านซูชิสายพาน Sushiro ในประเทศไทย
ปี 2564 รายได้ 79 ล้านบาท ขาดทุน 65 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 1,000 ล้านบาท กำไร 63 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 1,892 ล้านบาท กำไร 172 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 2,902 ล้านบาท กำไร 369 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 4,731 ล้านบาท กำไร 728 ล้านบาท
(หมายเหตุ : บริษัทปิดรอบปีบัญชี ณ สิ้นเดือนกันยายน ของทุกปี)
Sushiro เป็นแฟรนไชส์ร้านซูชิจากญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นคือบริการเน้นเสิร์ฟบนสายพาน
เปิดสาขาแรกในไทยเมื่อปี 2564 ที่ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และปัจจุบันในไทยมีทั้งหมด 41 สาขา
ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่า Sushiro นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะไปสาขาไหน ก็มีคิวหน้าร้าน โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะมีคนแน่นเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ Sushiro ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ก็น่าจะเพราะ
- รสชาติของอาหารที่ถูกปากคนไทย ซึ่งไม่ได้มีแค่ปลาดิบ แต่มีทั้งของทอด เมนูของสุก เป็นทางเลือกให้คนที่ไม่ทานดิบด้วย
- ความสะดวก สามารถจองคิวได้เลยผ่านแอปพลิเคชัน ซูชิโร่
- แต่ละเดือนจะมีเมนูพิเศษใหม่ ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกเดือน ทำให้คนอยากกลับไปทานซ้ำอีกเรื่อย ๆ
- ระบบสะสมแต้ม แลกของรางวัลสำหรับลูกค้าประจำ
- ตัวร้านสะอาด พนักงานบริการรวดเร็ว
- ระบบสั่งอาหารง่าย ๆ ผ่าน Tablet หรือหยิบเอาจากบนสายพาน
- ระบบร้านเหมาะกับพฤติกรรมการทานคนเดียว มีเคาน์เตอร์บาร์ รับเทรนด์ชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ รีบทาน รีบไปทำอย่างอื่นต่อ
- จานซูชิจะมีชิปอยู่ใต้จาน หากซูชิอยู่บนสายพานนานเกินไป ระบบก็จะนำซูชิจานนั้นออกโดยอัตโนมัติ ทำให้อาหารบนสายพานสดใหม่เสมอ
สำหรับราคาของ Sushiro ในปีที่ผ่านมา ทางร้านก็ได้มีการปรับราคาบางเมนู และมีการเพิ่มเมนูจานสีขาวราคา 30 บาทขึ้นมาใหม่ เช่น เมนูไข่หวาน
ส่วนจานสีอื่น ๆ ก็เช่น
- สีแดง ราคา 40 บาท
- สีเงิน ราคา 60 บาท
- สีทอง ราคา 80 บาท
- สีดำ ราคา 100 บาท
โดยจานสีดำ เพิ่งลดราคาลงจาก 120 บาท เหลือ 100 บาท
Sushiro ถือว่าเป็นหนึ่งใน Success case ของโมเดลธุรกิจในไทย ในช่วงสามสี่ปีมานี้
และทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วโอกาสธุรกิจในไทย ก็น่าจะยังมีอีกเยอะ
ถ้ามีโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ก็มีโอกาสสำเร็จได้เหมือนกัน