เที่ยวเอง...หนานหนิง น้ำตกเต๋อเทียน

พาทุกคนไปเที่ยว หนานหนิง เมืองทางตอนใต้ของประเทศจีนกันนะครับ

    ทริปนี้เราไปกันช่วงปีใหม่ อากาศดี เดินเที่ยวสบาย ๆก่อนออกเดินทาง เดี๋ยวขอพาไปเช็กของจำเป็นที่ต้องเตรียมกันก่อนนะครับ
   อย่างแรกเลย พาสปอร์ตนะคะ ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
ส่วน QR Code ตรวจคนเข้าเมืองจีน ถ้าทำล่วงหน้าไว้(เข้าไปกรอก China arrival card ที่ web  https://china.arrival.edocsllc.online  ก็จะได้ confirm emailที่จะส่ง QR code มาให้ ใช้สแกนเข้าจีนครับ)ก็จะสะดวกมาก แต่ถ้าไม่มีก็ไปกรอกที่หน้าด่าน ตม. ได้เลยค่ะ
   สอง :อินเทอร์เน็ตกับประกันการเดินทาง อันนี้ลืมไม่ได้นะครับ
สาม : แอปที่แนะนำให้โหลดไป ก็จะมี WeChat, Alipay, Amap แล้วก็ DiDi และแอปแปลภาษา แนะนำให้โหลดภาษาจีนไว้ตั้งแต่อยู่เมืองไทยเลยนะครับ ไปใช้จริงจะได้ไม่วุ่นวาย


  สี่: เงินสดจีน แนะนำให้พกแบงก์ย่อยไปนิดหน่อยนะคะ เพราะรถบัสในเมืองยังต้องใช้เงินสดอยู่ จริงๆก็จ่ายด้วย WeChatได้ แต่เราลงทะเบียนของรถบัสไม่ได้เพราะรับเฉพาะบัตรประชาชนและเบอร์โทรจีน ไม่เหมือนกับ เมโทร ที่รับลงทะเบียนกับพาสปอร์ตได้ เราจึงใช้ WeChat ได้อย่างสบายๆ
และสิ่งสุดท้าย สำคัญมากครับ…สองขาที่แข็งแรง เพราะ 5 วันที่เราไป เดินกันเยอะมาก เฉลี่ยวันละสองหมื่นกว่าก้าวเลยครับ


    แพลนทริปหนานหนิงในครั้งนี้ครับ
     Day 1 : ภูเขาชิงซิ่ว, หอ Yongzhou, ย่าน 3 ถนน 2 ตรอก
     Day 2 : น้ำตกเต๋อเทียน
     Day 3 : พิพิธภัณฑ์หนานหนิง, สวน Nanhu, ย่านตงซาน
      Day 4 :  เมืองเก่า Xiangxi Town, Changyou Pavilion, เมืองเก่าหนานหนิง และแม่น้ำ Yongjiangแล้วก็สำรวจบรรยากาศยามค่ำคืนของหนานหนิงกันค่ะ
     ทริปนี้เราใช้บริการสายการบิน Spring Airlines ครับเวลาดีเดินทางกลางวัน ราคาก็ถูกดีครับ
มีเรื่องแปลกนิดนึงตอนเครื่องจะแลนด์ เขาให้ปิดหน้าต่างหมดเลย เพราะสนามบินเป็นสนามบินทหาร ห้ามถ่ายภาพถึงสนามบินหนานหนิง วูซู่ ตรงเวลาเป๊ะ
     จากสนามบิน เราเดินทางเข้าเมืองด้วยรถบัสสนามบินสาย 5 ใช้ WeChat ซื้อตั๋วจากด้านในสนามบินแล้วมารอที่ท่ารถหน้าสนามบินได้เลย สะดวกมากครับ
นั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เข้ามาในเมืองแล้วค่ะ
    ลงที่ท่ารถปลายทาง จากนั้นก็เดินเข้าโรงแรม  เดินยาวเหมือนแข่ง Long March กันเลยครับเราพักกันที่ Borrman Hotel Jinhu Plaza ครับ ห้องพักคืนละ 1100 บาทได้ห้องใหญ่สะอาดสะอ้าน Hotel amenities ก็มีครบ ทั้งอุปกรณ์ห้องน้ำแต่ไม่มีกาแฟซองนะครับมีแต่ชา



   ถึงโรงแรมก็ประมาณหนึ่งทุ่ม ได้เวลากินทันที โรงแรมอยู่ใกล้ Langxi Food Street เดินแค่ 10 นาทีก็ถึง




      เป็นฟู้ดสตรีทที่ใหญ่มาก อาหารหลากหลายจริง ๆมื้อนี้เราเลือกกินก๋วยเตี๋ยวหลอดมิชลินแถวยาว กับหมี่เกี๊ยวน้ำครับ
กินอิ่มแล้วก็เดินย่อยกับอุณหภูมิประมาณ 15 องศา ฟินมากครับ
แล้วก็กลับไปนอนเก็บแรง เตรียมลุยวันพรุ่งนี้กันครับ
    เช้าวันแรกของการเที่ยว อากาศดีมากเลยค่ะ ประมาณ 12 องศา ฟ้าครึ้ม ๆ สว่างช้านิดหน่อย
เราเริ่มกันด้วยการขึ้นรถไฟฟ้า Line 3 สีม่วง จากสถานี Langzi หน้าโรงแรม ไปลงสถานี Qingxiushan  เพื่อจะไปเที่ยว
Yongzhou pavilion และ Qingxiushan mountain
รถไฟฟ้าที่นี่ใช้ง่ายมากนะคะ ก่อนเข้าก็สแกนกระเป๋า แล้วใช้ QR Code ของ Nanning Metro แตะเข้าได้เลย ตอนออกก็สแกนอีกที เงินจะตัดจากบัตรอัตโนมัติค่ะขึ้นมาจากสถานีรถไฟซ้ายมือก็จะเป็นYongzhou pavilion แต่ต้องข้ามถนนไปแนะนำให้ข้ามสะพานลอย เพราะวิวจากบนนั้นสวยมาก เช็คอินเสร็จก็ข้ามกลับมาก็จะเป็นทางเข้าอุทยาน




Qingxiushan ซึ่งก็เป็นอุทยานระดับ 5A  ครับ ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติอายุต่ำกว่า 65 ปี คนละ 20 หยวนเข้าไปแล้วต้องซื้อตั๋วรถ Miniature Train เพิ่ม คนละ 30 หยวน เป็นเที่ยวเดียวไปไกลสุดก่อน อุทยานนี้ใหญ่มาก ถ้าเดินอย่างเดียวคงต้องเดินเป็นวันๆครับ
    สวยไม่รู้จะบรรยายอย่างไร  ดูเอาเลยดีกว่าครับ





    เลยจากสวนดวกไม้ไปก็จะเป็นทะเลสาบก็สวยสะกดอีเหมือนกันครับ










      เลยไปท้ายสุดก็จะมีเป็นหอเพื่อขึ้นไปเดินชมวิวได้นะครับถ้าใครยังมีแรง ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสองกว่า เกือบบ่ายสามแล้ว เลยแวะกินอะไรกันก่อน
(ชาย) โดยนั่งรถไฟกลับมา แวะกินข้าวตรงจุดชมดอกเฟื่องฟ้าที่ปลูกเป็นเนิน สวยมากกก
ตระการตาจริงๆเลยครับ





แวะเดินเล่นที่ Qingxiushan อีกนิดนึง แล้วก็ออกมากันเกือบ 5 โมงเย็น
เราเลือกนั่งบัสไปลงที่แถวๆ Changyou stationแล้วไปลาดตระเวนหาของกินที่ ย่าน3 ถนน 2 ตรอกกันครับ ซึ่งจะเป็นย่านเมืองเก่าที่คึกคักของเมืองหนานหนิงเป็นย่านเมืองเก่าที่คึกคักมาก ของกินเพียบเลยเราได้ลองเต้าหู้ดำ หรือที่บางคนเรียกว่าเต้าหู้เหม็น รสชาติดีกว่าที่คิด และได้ลองไก่พองเป็นขาไก่ที่เขาเอาข้าวยัดเข้าไปข้างในทำให้ดูรูปร่างอ้วนขึ้นมาแล้วไปทอด อร่อยดี เราสำรวจกันอีกพักก็กลับไปพักผ่อนครับ
   เช้าที่สองเราออกเดินทางกันตั้งแต่6 โมงเช้าไปขึ้นรถ coach 14 ที่นั่งที่สถานี Longdong เพื่อออกเดินทางไปยังน้ำตกเต๋อเทียนใช้เวลานั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 90 หยวน ถ้าซื้อไปกลับจะถูกลงนิดนึง ต้องใช้พาสปอร์ตซื้อ วิวระหว่างทางที่นั่งรถเป็นสองข้างทางที่เพลิดเพลินสวยงาม บางช่วงจะผ่านส่วนที่เขาเรียกกันว่า little Guillin



พอเข้าใกล้น้ำตกก็ต้องผ่านด่านตรวจพาสปอร์ตกัน รถส่วเราที่
tourist center ของน้ำตกเราต้องซื้อตั๋วค่าเข้าอุทยานและค่ารถทรานสเฟอร์ไปยังน้ำตก รวมแล้วราคา 75 หยวนต่อคนนั่งรถเข้าไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงจุดแรก จุดนี้เป็นการนั่งแพเข้าไปถ่ายรูปกับน้ำตก คนละ 48 หยวน พอเข้าใกล้แล้วถึงรู้เลยว่าน้ำตกใหญ่มาก เสียงดังมาก สมกับเป็นน้ำตกข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียจริง ๆ  ขึ้นแพก็จะเป็นการเดินขึ้นสำรวจน้ำตกซึ่งมี 3 ชั้นเราเตรียมอาหารเที่ยงมาทานกันที่น้ำตกได้บรรยากาศดีครับและในชั้นที่สี่ที่สูงขึ้นไป จะเป็นทางถนนเชื่อมต่อระหว่างจีนกับเวียดนาม

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่