“ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน” ภูมิภาคนี้เป็นบริเวณที่มีความหลายและซับซ้อนที่สุดของประเทศไทย แค่จะจำกัดความว่าควรตั้งอยู่ภาคไหนกันแน่ยังเป็นที่ถกเถียง เพราะถ้าแบ่งตามเขตพื้นที่การปกครองบางหน่วยงานราชการยังรวมพิษณุโลก และนครสวรรค์ ไว้ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ บางหน่วยงานก็ให้ดูแลครอบคลุมจังหวัดในภาคกลาง
.
แต่ถ้าแบ่งตามพื้นที่ทางภูมิศาตร์ ก็จะถูดจัดอยู่ในเขตภาคกลาง เพราะมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ และผู้คนก็มีความรู้สึกเป็นคนภาคกลางมากกว่าเป็นคนเหนือ
.
ดังนั้นพิษณุโลก และนครสวรค์จึงมีความก้ำกึ่งกันอยู่ในหลายมิติ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองต่างเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ทั้งในด้านของขนาดเมือง ขนาดเศรษฐกิจ และการเป็นศูนย์กลางการปกครอง ระบบราชการ การศึกษา การแพทย์ การค้า และการคมนาคม
.
แน่นอนว่าระดับความเป็นเมืองใหญ่อาจเปรียบเทียบไม่ได้กับเชียงใหม่ หัวเมืองล้านนาที่ยืนหนึ่งเรื่องความเจริญที่สุดของภาคเหนือตอนบน แต่ทั้งเมืองสองแคว และเมืองปากน้ำโพก็เติบโตภาคใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ทำให้ทั้งสองเมืองกลายเป็นทั้งคู่แฝด และเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อในปัจจุบัน
.
🔵 พิษณุโลก อดีตราชธานี ดงมหาลัยและข้าราชการ
.
เริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 10,815 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของประเทศ และมีประชากร 834,317 คน (ปี 2567) โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 282,157 คน
.
แต่จากจำนวนดังกล่าวมีประชากรในเขตเทศบาลนครราวๆ 62,000 คน ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทังจังหวัด
.
พิษณุโลก เคยเป็นที่ตั้งของราชธานีในสมัยกรุงศรีอยุธยาช่วงสั้นๆ เป็นเวลา 25 ปี ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หลังจากนั้นก็ดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่สำคัญเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบันที่กลายเป็นหัวเมืองหลักของภาค ส่งผลให้พิษณุโลกยังคงเติบโตต่อเนื่องจากพื้นฐานการเป็นเมืองหลักของไทยมาตั้งแต่อดีต
.
จนทุกวันนี้พิษณุโลกถูกวางตำแหน่งให้เป็น "ศูนย์กลางราชการและการบริการ" ของภูมิภาค เป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานราชการระดับภูมิภาคจำนวนมาก รวมถึงศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้มีเม็ดเงินจากงบประมาณภาครัฐและกำลังซื้อจากกลุ่มข้าราชการเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
.
ในมิติด้านการคมนาคมและทำเลที่ตั้ง พิษณุโลกมีความได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ "Indochina Intersection" หรือ สี่แยกอินโดจีน ซึ่งเป็นจุดตัดของระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) และแนวเหนือ-ใต้ ทำให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญ
.
ถ้าการเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นสู่ภาคเหนือก็มีทางหลวงแผ่นดินหมาลเลข 117 และหมายเลข 11 ที่ถูกยกระดับให้เป็น 4 เลนและ 6 เลน
.
ส่วนการเดินทางจากตะวันตก สู่ตะวันออกก็มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 จาก อ.แม่สอด จ.ตาก ที่เชื่อมต่อชายแดนไทย-เมียนมา สู่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่เชื่อมต่อกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
.
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถไฟสายเหนือผ่านกลางตัวเมือง ซึ่งในอนาคตจะถูกยกระดับเป็นระบบรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ เฟส 1 ก็จะสร้างถึงพิษณุโลกก่อน
.
และยังมีสนามบินพาณิชย์ ที่มีเที่ยวบินหนาแน่นเป็นอันดับที่ 3 ของเขตภาคเหนือและภาคกลาง (สนามบินพาณิชย์แห่งเดียวในภาคกลางที่มีเที่ยวบิน) ต่อวันมีเที่ยวบินเฉลี่ย 6-7 เที่ยวขึ้นลงจากกรุงเทพฯ ให้บริการครอบคลุมจังหวัดข้างเคียงทั้งสุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพิจิตร
.
ส่วนมิติด้านการศึกษาและการแพทย์ พิษณุโลกนับว่ากินขาดในด้านนี้ เป็นรองเพียงแค่ จ.เชียงใหม่ โดยเป็น "เมืองมหาวิทยาลัย" มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลาง และมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกหลายแห่ง ทำให้มีประชากรแฝงที่เป็นนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจหอพัก ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์แบบเมืองเติบโตสูง
.
รวมถึงเป็นศูนย์กลางการแพทย์ที่มีโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยรองรับคนทั้งภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งการเมืองแห่งการศึกษาที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนหนังสือ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่หลายเมืองในภูมิภาคนี้ไม่มี และอาจกล่าวได้ว่าพิษณุโลกโตได้ด้วยการจับจ่ายของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นประชากรแฝงรวมกันหลายหมื่นคน
.
แค่มหาวิทยาลัยนเรศวรเพียงแห่งเดียวก็มีจำนวนนักศึกษาและบุคลากรราว 30,000 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกระชากรในเขตเทศบาลนคร
.
และถ้านำประชากรตามทะเบียนราษฎร์รวมกับระชากรแฝงในเขตตัวเมืองพิษณุโลกอาจมีประชากรสูงถึง 120,000 - 150,000 คน นับว่าเป็นเขตเมืองที่มีประชากรจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบในระดับภูมิภาครองจากตัวเมืองเชียงใหม่ และเชียงราย ใกล้เคียงหรือมากกว่าประชากรรวมในเขตตัวเมืองลำปางเล็กน้อย
.
ด้วยการเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยข้าราชการ ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ และกลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ เศรษฐกิจของพิษณุโลกจึงค่อนข้างใหญ่และหลากหลาย โดยมีห้างสรรพสินค้าจากส่วนกลางอย่าง Central Phitsanolok ซึ่งเข้ามาลงทุนตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และ Community Mall มากมายกระจายตัวอยู่หลายแห่ง ธุรกิจ การค้า จึงค่อนข้างคึกคักกว่าจังหวัดโดยรอบ
.
พิษณุโลกมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 1.0 - 1.1 แสนล้านบาท โดยมีโครงสร้างเศรษฐกิที่ภาคบริการ โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข และการขนส่ง ซึ่งมีความเสถียรสูงกว่าในสัดส่วน 65% ขณะที่ภาคเกษตรมีเพียง 25%
.
รายได้ต่อหัวเฉลี่ย 113,000 - 115,000 บาทต่อปี โดยมีสัดส่วนมาจากมนุษย์เงินเดือนและข้าราชการจำนวนมาก ทำให้มีกำลังซื้อสม่ำเสมอ จากการเป็น Hub ค้าปลีกและบริการครอบคลุมจังหวัดข้างเคียง ซึ่งทำให้ผู้คนเดินทางเข้ามาเพื่อใช้จ่าย หรือรับบริการเฉพาะทางโดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่มีความครบครัน
.
🔵 นครสวรรค์ เมืองเศรษฐีเก่าที่กำลังเร่งพัฒนา
.
สำหรับเมืองแห่งจุดเริ่มต้นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่ 9,597 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 19 แต่จำนวนประชากรรวมสูงถึง 1,010,238 คน (ปี 2567) มากกว่าพิษณุโลก
.
ขณะที่จำนวนประชากรในเขตเทศบาลนครอยู่ที่ราว 76,600 คน แต่จากการเก็บข้อมูลของหน่วยงานในพื้นที่พบว่านครสวรรค์มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงรวมกันสูงถึง 160,000 คนซึ่งมากกว่าและหนาแน่นกว่าพิษณุโลก
.
ด้วยการที่นครสวรรค์มีรากฐานจากการเป็นเมืองแห่งการค้าและเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นจุดรวมของแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ที้ปากน้ำโพ ทำให้เป็นศูนย์กลางการค้าข้าวและพืชไร่ที่สำคัญของประเทศ มีตระกูลเศรษฐีเก่าและพ่อค้าคหบดีจำนวนมากเป็นชาวนครสวรรค์ และไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ใน อ.เมือง ยังค่อนข้างกระจายตัวไปยังอำเภออื่นๆ เช่น ตาคลี ชุมแสง พยุหะคีรี เป็นต้น ทำให้ตัวเลข GPP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ในภาคพาณิชย์มักจะอยู่ในระดับสูง
.
ข้อได้เปรียบของนครสวรรค์คือ "ประตูสู่ภาคเหนือ" ที่รถทุกคันที่ขึ้นเหนือต้องผ่าน ความเจริญทางกายภาพจึงเกาะไปตามเส้นทางสายเอเชีย ความคึกคักใจกลางเมืองจึงเห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันกำลังพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-นครสวรรค์ (สายเหนือ) และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (สายใหม่) ช่วงสถานีนครสวรรค์ - สถานีบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงแม่สอด-นครสวรรค์ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะพลิกให้นครสรรค์กลายเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์แข่งกับพิษณุโลกอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ ช่วยเสริมศักยภาพในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานให้แข็งแกร่งขึ้น
.
สำหรับนครสวรรค์อาจจะไม่ได้โดดเด่นในด้านการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการแพทย์เหมือนกับพิษณุโลก แต่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนขนาดใหญ่ จากเดิมที่อยู่กันเรื่อยๆ ค้าขายกันเอง ลงทุนกันเองภายในจังหวัด ไม่ได้มีโครงการใหญ่ๆ จากส่วนกลางมาลงทุนเป็นเวลานาน
.
แต่ล่าสุดมีการลงทุนระดับหมื่นล้านจากส่วนกลางที่เล็งเห็นศักยภาพของเมืองปากน้ำโพ ทั้งการเปิดตัว Central Nakhon Sawan ซึ่งมาในรูปแบบ Mixed-use และการขยายตัวของโรงงานน้ำตาลและพลังงานชีวภาพ รวมถึงแผนการลงทุนใน Bio-Complex ซึ่งปลุกให้เมืองที่เคยเป็นแค่ทางผ่านกลายเป็นเมืองในสปอตไลท์ในการลงทุนและการค้า
.
ด้วยโครงสร้างของเมืองนครสวรรค์แต่ดั้งเดิมมีความหนาแน่นสูงมาก ซึ่งในเขตเมืองเก่ามีตึกแถวพาณิชย์จำนวนมากให้ความรู้สึกถึง "เมืองคนจีน" ที่มีความคึกคักทางการค้า
.
ถ้าพิษณุโลกเป็น Hub การค้าปลีก นครสวรรค์ก็มีความเป็น Hub ค้าส่ง เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าเกษตรที่สำคัญคือ ข้าว และอ้อย เพื่อส่งต่อไปยังภาคกลางและส่งออก มูลค่าการค้าขายในตัวเมืองนครสวรรค์จะดูคึกคักและมีเงินหมุนเวียนในระบบพ่อค้าสูงกว่า ซึ่งภาคการค้าและอุตสาหกรรมเกษตรคิดเป็น 70% ของโครงสร้างเศรษฐกิจ
.
โดยประชากรมีรายได้ต่อหัวประมาณ 119,000 - 120,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้สูงกว่าพิษณุโลกเล็กน้อยเนื่องจากมีกลุ่มเจ้าของกิจการและคหบดีขนาดใหญ่ในตัวเมืองสะสมอยู่มาก มูลค่าการค้าขายในเชิงธุรกิจ (Business-to-Business) มีความคึกคักสูง
.
บทสรุป เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง พิษณุโลก VS นครสวรรค์ จังหวัดไหนเจริญกว่ากัน?
.
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณมองหา "ความเจริญ" ในรูปแบบใด
.
หากความเจริญหมายถึง ศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ก็คงเป็นนครสวรรค์ ที่เป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับพ่อค้า นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม เป็นเมืองที่มีเงินสดหมุนเวียนสูง และกำลังจะก้าวกระโดดด้วยโครงสร้างพื้นฐานระบบราง
.
แต่ถ้าหากความเจริญหมายถึง คุณภาพชีวิต สาธารณูปโภค และความทันสมัย และความเป็นเมืองของคนรุ่นใหม่ ก็คงต้องเป็นพิษณุโลก ที่มีลักษณะเมืองที่ "พร้อมอยู่อาศัย” (Liveable City) มากกว่า มีความพร้อมทางการแพทย์ การศึกษา และการคมนาคมทางอากาศที่ดีที่สุดในภูมิภาค เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว
.
ภาพรวมสุดท้าย ปัจจุบัน พิษณุโลก ยังคงครองตำแหน่งศูนย์กลางการบริหารและบริการของภาคเหนือตอนล่างได้เหนียวแน่น แต่นครสวรรค์กำลังเร่งเครื่องไล่ตามมาอย่างน่ากลัวด้วยพลังของภาคเอกชนและโปรเจกต์คมนาคมยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะทำให้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทั้งสองเมืองนี้จะกลายเป็น Twin Cities ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในโซนเหนือคู่กันอย่างแยกไม่ออก
https://www.facebook.com/share/p/14TJA2rgZU6/
🏞️ พิษณุโลก VS นครสวรรค์ ศึกชิงเจ้าแห่งสายน้ำ
.
แต่ถ้าแบ่งตามพื้นที่ทางภูมิศาตร์ ก็จะถูดจัดอยู่ในเขตภาคกลาง เพราะมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ และผู้คนก็มีความรู้สึกเป็นคนภาคกลางมากกว่าเป็นคนเหนือ
.
ดังนั้นพิษณุโลก และนครสวรค์จึงมีความก้ำกึ่งกันอยู่ในหลายมิติ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองต่างเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ทั้งในด้านของขนาดเมือง ขนาดเศรษฐกิจ และการเป็นศูนย์กลางการปกครอง ระบบราชการ การศึกษา การแพทย์ การค้า และการคมนาคม
.
แน่นอนว่าระดับความเป็นเมืองใหญ่อาจเปรียบเทียบไม่ได้กับเชียงใหม่ หัวเมืองล้านนาที่ยืนหนึ่งเรื่องความเจริญที่สุดของภาคเหนือตอนบน แต่ทั้งเมืองสองแคว และเมืองปากน้ำโพก็เติบโตภาคใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ทำให้ทั้งสองเมืองกลายเป็นทั้งคู่แฝด และเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อในปัจจุบัน
.
🔵 พิษณุโลก อดีตราชธานี ดงมหาลัยและข้าราชการ
.
เริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ 10,815 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของประเทศ และมีประชากร 834,317 คน (ปี 2567) โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 282,157 คน
.
แต่จากจำนวนดังกล่าวมีประชากรในเขตเทศบาลนครราวๆ 62,000 คน ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรทังจังหวัด
.
พิษณุโลก เคยเป็นที่ตั้งของราชธานีในสมัยกรุงศรีอยุธยาช่วงสั้นๆ เป็นเวลา 25 ปี ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หลังจากนั้นก็ดำรงสถานะเป็นเมืองลูกหลวงที่สำคัญเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบันที่กลายเป็นหัวเมืองหลักของภาค ส่งผลให้พิษณุโลกยังคงเติบโตต่อเนื่องจากพื้นฐานการเป็นเมืองหลักของไทยมาตั้งแต่อดีต
.
จนทุกวันนี้พิษณุโลกถูกวางตำแหน่งให้เป็น "ศูนย์กลางราชการและการบริการ" ของภูมิภาค เป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานราชการระดับภูมิภาคจำนวนมาก รวมถึงศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้มีเม็ดเงินจากงบประมาณภาครัฐและกำลังซื้อจากกลุ่มข้าราชการเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
.
ในมิติด้านการคมนาคมและทำเลที่ตั้ง พิษณุโลกมีความได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ "Indochina Intersection" หรือ สี่แยกอินโดจีน ซึ่งเป็นจุดตัดของระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) และแนวเหนือ-ใต้ ทำให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่สำคัญ
.
ถ้าการเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นสู่ภาคเหนือก็มีทางหลวงแผ่นดินหมาลเลข 117 และหมายเลข 11 ที่ถูกยกระดับให้เป็น 4 เลนและ 6 เลน
.
ส่วนการเดินทางจากตะวันตก สู่ตะวันออกก็มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 จาก อ.แม่สอด จ.ตาก ที่เชื่อมต่อชายแดนไทย-เมียนมา สู่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่เชื่อมต่อกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
.
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถไฟสายเหนือผ่านกลางตัวเมือง ซึ่งในอนาคตจะถูกยกระดับเป็นระบบรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ เฟส 1 ก็จะสร้างถึงพิษณุโลกก่อน
.
และยังมีสนามบินพาณิชย์ ที่มีเที่ยวบินหนาแน่นเป็นอันดับที่ 3 ของเขตภาคเหนือและภาคกลาง (สนามบินพาณิชย์แห่งเดียวในภาคกลางที่มีเที่ยวบิน) ต่อวันมีเที่ยวบินเฉลี่ย 6-7 เที่ยวขึ้นลงจากกรุงเทพฯ ให้บริการครอบคลุมจังหวัดข้างเคียงทั้งสุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพิจิตร
.
ส่วนมิติด้านการศึกษาและการแพทย์ พิษณุโลกนับว่ากินขาดในด้านนี้ เป็นรองเพียงแค่ จ.เชียงใหม่ โดยเป็น "เมืองมหาวิทยาลัย" มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลาง และมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกหลายแห่ง ทำให้มีประชากรแฝงที่เป็นนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจหอพัก ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์แบบเมืองเติบโตสูง
.
รวมถึงเป็นศูนย์กลางการแพทย์ที่มีโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยรองรับคนทั้งภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งการเมืองแห่งการศึกษาที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนหนังสือ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่หลายเมืองในภูมิภาคนี้ไม่มี และอาจกล่าวได้ว่าพิษณุโลกโตได้ด้วยการจับจ่ายของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นประชากรแฝงรวมกันหลายหมื่นคน
.
แค่มหาวิทยาลัยนเรศวรเพียงแห่งเดียวก็มีจำนวนนักศึกษาและบุคลากรราว 30,000 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกระชากรในเขตเทศบาลนคร
.
และถ้านำประชากรตามทะเบียนราษฎร์รวมกับระชากรแฝงในเขตตัวเมืองพิษณุโลกอาจมีประชากรสูงถึง 120,000 - 150,000 คน นับว่าเป็นเขตเมืองที่มีประชากรจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบในระดับภูมิภาครองจากตัวเมืองเชียงใหม่ และเชียงราย ใกล้เคียงหรือมากกว่าประชากรรวมในเขตตัวเมืองลำปางเล็กน้อย
.
ด้วยการเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยข้าราชการ ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ และกลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ เศรษฐกิจของพิษณุโลกจึงค่อนข้างใหญ่และหลากหลาย โดยมีห้างสรรพสินค้าจากส่วนกลางอย่าง Central Phitsanolok ซึ่งเข้ามาลงทุนตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และ Community Mall มากมายกระจายตัวอยู่หลายแห่ง ธุรกิจ การค้า จึงค่อนข้างคึกคักกว่าจังหวัดโดยรอบ
.
พิษณุโลกมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 1.0 - 1.1 แสนล้านบาท โดยมีโครงสร้างเศรษฐกิที่ภาคบริการ โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข และการขนส่ง ซึ่งมีความเสถียรสูงกว่าในสัดส่วน 65% ขณะที่ภาคเกษตรมีเพียง 25%
.
รายได้ต่อหัวเฉลี่ย 113,000 - 115,000 บาทต่อปี โดยมีสัดส่วนมาจากมนุษย์เงินเดือนและข้าราชการจำนวนมาก ทำให้มีกำลังซื้อสม่ำเสมอ จากการเป็น Hub ค้าปลีกและบริการครอบคลุมจังหวัดข้างเคียง ซึ่งทำให้ผู้คนเดินทางเข้ามาเพื่อใช้จ่าย หรือรับบริการเฉพาะทางโดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่มีความครบครัน
.
🔵 นครสวรรค์ เมืองเศรษฐีเก่าที่กำลังเร่งพัฒนา
.
สำหรับเมืองแห่งจุดเริ่มต้นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่ 9,597 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 19 แต่จำนวนประชากรรวมสูงถึง 1,010,238 คน (ปี 2567) มากกว่าพิษณุโลก
.
ขณะที่จำนวนประชากรในเขตเทศบาลนครอยู่ที่ราว 76,600 คน แต่จากการเก็บข้อมูลของหน่วยงานในพื้นที่พบว่านครสวรรค์มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงรวมกันสูงถึง 160,000 คนซึ่งมากกว่าและหนาแน่นกว่าพิษณุโลก
.
ด้วยการที่นครสวรรค์มีรากฐานจากการเป็นเมืองแห่งการค้าและเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นจุดรวมของแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ที้ปากน้ำโพ ทำให้เป็นศูนย์กลางการค้าข้าวและพืชไร่ที่สำคัญของประเทศ มีตระกูลเศรษฐีเก่าและพ่อค้าคหบดีจำนวนมากเป็นชาวนครสวรรค์ และไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ใน อ.เมือง ยังค่อนข้างกระจายตัวไปยังอำเภออื่นๆ เช่น ตาคลี ชุมแสง พยุหะคีรี เป็นต้น ทำให้ตัวเลข GPP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ในภาคพาณิชย์มักจะอยู่ในระดับสูง
.
ข้อได้เปรียบของนครสวรรค์คือ "ประตูสู่ภาคเหนือ" ที่รถทุกคันที่ขึ้นเหนือต้องผ่าน ความเจริญทางกายภาพจึงเกาะไปตามเส้นทางสายเอเชีย ความคึกคักใจกลางเมืองจึงเห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันกำลังพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-นครสวรรค์ (สายเหนือ) และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (สายใหม่) ช่วงสถานีนครสวรรค์ - สถานีบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงแม่สอด-นครสวรรค์ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะพลิกให้นครสรรค์กลายเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์แข่งกับพิษณุโลกอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ ช่วยเสริมศักยภาพในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานให้แข็งแกร่งขึ้น
.
สำหรับนครสวรรค์อาจจะไม่ได้โดดเด่นในด้านการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการแพทย์เหมือนกับพิษณุโลก แต่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนขนาดใหญ่ จากเดิมที่อยู่กันเรื่อยๆ ค้าขายกันเอง ลงทุนกันเองภายในจังหวัด ไม่ได้มีโครงการใหญ่ๆ จากส่วนกลางมาลงทุนเป็นเวลานาน
.
แต่ล่าสุดมีการลงทุนระดับหมื่นล้านจากส่วนกลางที่เล็งเห็นศักยภาพของเมืองปากน้ำโพ ทั้งการเปิดตัว Central Nakhon Sawan ซึ่งมาในรูปแบบ Mixed-use และการขยายตัวของโรงงานน้ำตาลและพลังงานชีวภาพ รวมถึงแผนการลงทุนใน Bio-Complex ซึ่งปลุกให้เมืองที่เคยเป็นแค่ทางผ่านกลายเป็นเมืองในสปอตไลท์ในการลงทุนและการค้า
.
ด้วยโครงสร้างของเมืองนครสวรรค์แต่ดั้งเดิมมีความหนาแน่นสูงมาก ซึ่งในเขตเมืองเก่ามีตึกแถวพาณิชย์จำนวนมากให้ความรู้สึกถึง "เมืองคนจีน" ที่มีความคึกคักทางการค้า
.
ถ้าพิษณุโลกเป็น Hub การค้าปลีก นครสวรรค์ก็มีความเป็น Hub ค้าส่ง เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าเกษตรที่สำคัญคือ ข้าว และอ้อย เพื่อส่งต่อไปยังภาคกลางและส่งออก มูลค่าการค้าขายในตัวเมืองนครสวรรค์จะดูคึกคักและมีเงินหมุนเวียนในระบบพ่อค้าสูงกว่า ซึ่งภาคการค้าและอุตสาหกรรมเกษตรคิดเป็น 70% ของโครงสร้างเศรษฐกิจ
.
โดยประชากรมีรายได้ต่อหัวประมาณ 119,000 - 120,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้สูงกว่าพิษณุโลกเล็กน้อยเนื่องจากมีกลุ่มเจ้าของกิจการและคหบดีขนาดใหญ่ในตัวเมืองสะสมอยู่มาก มูลค่าการค้าขายในเชิงธุรกิจ (Business-to-Business) มีความคึกคักสูง
.
บทสรุป เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง พิษณุโลก VS นครสวรรค์ จังหวัดไหนเจริญกว่ากัน?
.
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณมองหา "ความเจริญ" ในรูปแบบใด
.
หากความเจริญหมายถึง ศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า และเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ก็คงเป็นนครสวรรค์ ที่เป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับพ่อค้า นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม เป็นเมืองที่มีเงินสดหมุนเวียนสูง และกำลังจะก้าวกระโดดด้วยโครงสร้างพื้นฐานระบบราง
.
แต่ถ้าหากความเจริญหมายถึง คุณภาพชีวิต สาธารณูปโภค และความทันสมัย และความเป็นเมืองของคนรุ่นใหม่ ก็คงต้องเป็นพิษณุโลก ที่มีลักษณะเมืองที่ "พร้อมอยู่อาศัย” (Liveable City) มากกว่า มีความพร้อมทางการแพทย์ การศึกษา และการคมนาคมทางอากาศที่ดีที่สุดในภูมิภาค เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว
.
ภาพรวมสุดท้าย ปัจจุบัน พิษณุโลก ยังคงครองตำแหน่งศูนย์กลางการบริหารและบริการของภาคเหนือตอนล่างได้เหนียวแน่น แต่นครสวรรค์กำลังเร่งเครื่องไล่ตามมาอย่างน่ากลัวด้วยพลังของภาคเอกชนและโปรเจกต์คมนาคมยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะทำให้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทั้งสองเมืองนี้จะกลายเป็น Twin Cities ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในโซนเหนือคู่กันอย่างแยกไม่ออก
https://www.facebook.com/share/p/14TJA2rgZU6/