⚠️ เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกเหยื่อไม่สำเร็จ สวมรอยแจ้ง "มือถือหาย" สั่งแบงก์อายัดแอปฯ ธนาคาร ทำลูกค้าตัวจริงวุ่น

กระทู้ข่าว
เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกเหยื่อไม่สำเร็จ สวมรอยแจ้ง "มือถือหาย" สั่งแบงก์อายัดแอปฯ ธนาคาร ทำลูกค้าตัวจริงวุ่น พร้อมตั้งคำถาม มิจฯ โทรล็อกง่ายนิดเดียว แต่ลูกค้าตัวจริงยืนยันตัวตนแสนยาก ขณะที่แบงก์ยันต้องทำตามระบบป้องกันลูกค้าโดนดูดเงิน
.
17 มกราคม 2569 กลายเป็นประเด็นไวรัลในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kieak Buca” ได้ออกมาโพสต์ประสบการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 หลังจากที่เขาได้รับสายจากมิจฉาชีพ (เบอร์ขึ้นต้นด้วย +69)
.
โดยเจ้าของโพสต์ได้ตัดสินใจพูดคุย กับมิจฉาชีพจนฝ่ายนั้นจนมุมและยอมแพ้ไป แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อมิจฉาชีพขู่ทิ้งท้ายว่าจะ "อายัดบัญชี" และสามารถทำได้สำเร็จจริงๆ โดยการโทรไปแจ้งธนาคารว่า "โทรศัพท์หาย" ทำให้แอปพลิเคชันธนาคารของเจ้าของโพสต์ถูกระงับการใช้งานทันที
.
เจ้าของโพสต์ระบุว่าเขารู้สึกท้อแท้กับระบบการยืนยันตัวตนของธนาคาร เนื่องจากมิจฉาชีพใช้เพียงข้อมูลพื้นฐานก็สามารถสั่งบล็อกแอปได้ แต่ในทางกลับกัน เมื่อตนเองซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริงโทรไปเพื่อขอปลดบล็อก กลับต้องเจอกับคำถามยืนยันตัวตนที่ยากลำบาก และสุดท้ายธนาคารยืนยันว่า "ต้องเดินทางไปที่สาขาพร้อมบัตรประชาชนเท่านั้น" จึงจะปลดล็อกได้ สร้างความลำบากและเสียเวลาให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก
.
ล่าสุดทางด้าน ธนาคาร ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เมื่อมีการแจ้งโทรศัพท์สูญหายหรือถูกขโมย ธนาคารจำเป็นต้องระงับแอปพลิเคชันทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เงินถูกโอนออก
.
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยอมรับว่ามิจฉาชีพอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนของลูกค้าทำให้ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นได้ แต่ธนาคารจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการระงับแอปฯ ทันที เพราะหากเกิดความล่าช้าจนเงินถูกดูดออกจากบัญชี จะส่งผลเสียต่อลูกค้ามากกว่า โดยระบบจะมีการส่ง SMS และอีเมลแจ้งเตือนเจ้าของบัญชีทันทีเพื่อให้ตรวจสอบและติดต่อกลับหากไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเอง
.
#มิจฉาชีพ #ธนาคาร #ลูกค้า #เตือนภัย #ไทยรัฐนิวส์โชว์
https://www.facebook.com/share/1L6qwxqMZt/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่