อาการลิ้นหัวใจรั่วเป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจซึ่งทำหน้าที่คล้ายประตูเปิดปิดเพื่อควบคุมการไหลเวียนของเลือดภายในหัวใจทำงานผิดปกติ โดยลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท ทำให้เลือดไหลย้อนกลับในทิศทางที่ไม่ควรจะเป็น ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เพียงพอ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ภาวะลิ้นหัวใจรั่วเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย บางคนอาจเป็นมาแต่กำเนิดจากโครงสร้างลิ้นหัวใจที่ผิดปกติ หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังเมื่ออายุมากขึ้นเนื่องจากความเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อตามวัย นอกจากนี้การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ หรือความเสียหายจากโรคไข้รูมาติกในอดีตก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลิ้นหัวใจเสียรูปทรงจนปิดไม่สนิทได้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของลิ้นหัวใจเช่นกัน
อาการที่สังเกตได้
ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยจนกระทั่งภาวะรั่วเริ่มรุนแรงขึ้น อาการเด่นที่มักพบคืออาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ บางรายอาจรู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือรู้สึกแน่นหน้าอก หากปล่อยทิ้งไว้จนเริ่มมีภาวะหัวใจล้มเหลว อาจพบอาการเท้าบวม ขาบวม หรือนอนราบไม่ได้เพราะจะรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์มักเริ่มต้นการตรวจจากการฟังเสียงหัวใจด้วยสเตทโทสโคป หากพบเสียงฟู่ที่ผิดปกติจะส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตราซาวด์หัวใจหรือที่เรียกว่าเอคโค่ เพื่อดูลักษณะการรั่วและประเมินความรุนแรง ส่วนแนวทางการรักษามีตั้งแต่การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในกลุ่มที่รั่วน้อย การใช้ยาลดภาระการทำงานของหัวใจ ไปจนถึงการผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจในกรณีที่มีอาการรุนแรงเพื่อป้องกันภาวะหัวใจโตหรือหัวใจล้มเหลวในอนาคต
การดูแลตัวเองและการป้องกัน
สำหรับผู้ที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่ว สิ่งสำคัญคือการรักษาสุขภาพฟันและช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดที่อาจไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ รวมถึงการควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไปเพื่อลดแรงดันภายในหัวใจ และควรเข้ารับการตรวจติดตามอาการตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงของหัวใจอย่างต่อเนื่อง
ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ภาวะลิ้นหัวใจรั่วเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย บางคนอาจเป็นมาแต่กำเนิดจากโครงสร้างลิ้นหัวใจที่ผิดปกติ หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังเมื่ออายุมากขึ้นเนื่องจากความเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อตามวัย นอกจากนี้การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ หรือความเสียหายจากโรคไข้รูมาติกในอดีตก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลิ้นหัวใจเสียรูปทรงจนปิดไม่สนิทได้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของลิ้นหัวใจเช่นกัน
อาการที่สังเกตได้
ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยจนกระทั่งภาวะรั่วเริ่มรุนแรงขึ้น อาการเด่นที่มักพบคืออาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ บางรายอาจรู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือรู้สึกแน่นหน้าอก หากปล่อยทิ้งไว้จนเริ่มมีภาวะหัวใจล้มเหลว อาจพบอาการเท้าบวม ขาบวม หรือนอนราบไม่ได้เพราะจะรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์มักเริ่มต้นการตรวจจากการฟังเสียงหัวใจด้วยสเตทโทสโคป หากพบเสียงฟู่ที่ผิดปกติจะส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตราซาวด์หัวใจหรือที่เรียกว่าเอคโค่ เพื่อดูลักษณะการรั่วและประเมินความรุนแรง ส่วนแนวทางการรักษามีตั้งแต่การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในกลุ่มที่รั่วน้อย การใช้ยาลดภาระการทำงานของหัวใจ ไปจนถึงการผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจในกรณีที่มีอาการรุนแรงเพื่อป้องกันภาวะหัวใจโตหรือหัวใจล้มเหลวในอนาคต
การดูแลตัวเองและการป้องกัน
สำหรับผู้ที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่ว สิ่งสำคัญคือการรักษาสุขภาพฟันและช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดที่อาจไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ รวมถึงการควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไปเพื่อลดแรงดันภายในหัวใจ และควรเข้ารับการตรวจติดตามอาการตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงของหัวใจอย่างต่อเนื่อง