ครอบครัวเป็นแบบนี้?

คือ จากที่แล้วหนูได้เล่าเรื่องบุคล◌ิคออไป หนูอ่านทุกคอมเม้นเลยนะคะ และหนูจะหาเวลาและจังหวะออกไปพบจิตแพทย์ค่ะ คืออันนี้เรื่องนี้หนูก็จะมาเล่าอีก  คือ สมัยเรียนประถม อยู่โรงเรียนในบ้านนี่แหละ เป็นเด็กที่พ่อแม่และญาติๆ เอือมและอยากจะตบเด็กคนนี้ที่สุด เพราะ เป็นคนที่ยอมคนง่าย ไม่ยอมพูดด้วย ขี้อาย ชอบเล่นคนเดียว ซึ่งบอกก่อนเลยว่า ครอบครัวและญาติๆ เป็นบุคคลที่ มีภาวะผู้นำสูง และเผด็จการกับคำสั่งคำสอนขั้นสุด พอม◌ีลูกคนสุดท้อง ซึ่งออกตัวเลยว่า หนูไม่ได้เกิดมาด้วยความตั้งใจทำ แต่เกิดมาในตอนที่พ่อแม่ไม่อยากมีลูกแล้ว คือทะลุยาคุมมาเกิดค่ะ พอเห็นลูกเป็นแบบนี้จ◌ำได้ว่า พ่อเคยบอกกับหนูเองว่า ถ้าใครถามไม่พูดเนี่ยจะเป็นการที่ทำให้พ่อเสียหน้าหน้าเสียมากๆ ถ้ายังทำนิสัยแบบนี้อีก พ่อจะให้แม่ตีทุกวัน ไม่ต้องกินข้าวด้วย แต่ท่านก็ไม่เคยทำสำเร็จจริงๆ เพราะแม่รักลูกมากๆ และหนูก็ยังเป็นคนแบบนี้จนถึง ป.5 จำได้เลย เกรดแย่ที่สุด แย่ตั้งแต่ขึ้นป.1 ยัน ป.5 เป็นเด็กขี้อายและไม่กล้าตอบคำถามจากใครมากๆ  จรพี่สาวรุ้จากปากคุณครู พี่กลับบ้านมาบอกพ่อแม่ พอหนูกลับบ้านไปก็ถูกถามว่า ทำไม เกรดออกมาแบบนี้ แล้วจะต้องทำอะไร? และคำด่าสั่งสอนอีกมากมาย  พ่อและแม่ดับพี่เลยตัดสินใจให◌้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่ 1 เดือนเศษๆ เพราะเป็นช่วงปิดเทอม อยู่ที่นั่นได้พบธรรมชาติมากมายจนเกิดความชอบ พอกลับมาเรียน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเพราะ ใครจะไปเชื่อว่า ธรรมชาติช่วยให้สมองปี้ดเร็วขนาดนี้ เลยกลายเป็นคนหาความรู้เข้าตัวทั้งนอกกรอบและในกรอบ และมีทักษะความสามารถด้านภาษา ด้วยความดีใจ เลยกลับมาบอกพ่อแม่ ท่านก็ยิ้มภูมิใจ และท่านก็พูดว่า แบบนี้ก็ดี พ่อแม่ไม่ชอบคนโง่นะ เลยจำไว้ตั้งแต่นั้นมา พอขึ้นมัธยมต้นมา ในเมือง การใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลยโดยสิ้นเชิง ในเมืองมีหลายรร.แต่กลับเลือรร.ที่ พ่อแม่เคยบอกว่า รร.นี้ไม่ดี มีแต่คนแย่ๆ แต่ท่านดันส่งหนูไปเรียนที่นั่น มันผิดปกติตั้งแต่หนูก้าวเข้าไปวันแรก หนูจับความผิดปกตินี้ได้ หนูเลยรวบรวมข้อมูลในแต่ละอาทิตย์ที่เจอในรร.  พออยู่ม.1/2 ทุกอย่างเหมือนจะเริ่มขยับ พ่อแม่บอกทุกสิ่งเกี่ยวกับรร . ทั้งไม่ดีและดี ส่วนมากจะพูดเป็นเชิงตลกและสิ่งไม่ดีมากกว่า  ท่านหมือนจะให้หนูรู้ทุกซอกของรร.ทั้งหมด พอรู้ก็ไม่รู้จะรู้ทำไม ถามตัวเองทุกวัน แต่ใครจะไปคิดว่า การที่รู้เรื่องอะไรแบบนี้ จากการที่หนูคอยเก็บข้อมูลความเอาใจใส่ในแต่ละวันแล้ว พอรู้แบบนี้ก็เลยจับโป๊ะและความผิดปกติของรร.และผู้ใหญ่ใจดีรวมถึงคุณครูหลายท่าน แต่พอขึ้นม.2/2 ด◌ูเหมือนความเอาใจใส่ยิ่งเข้ามาใกล้ตัวหนูเรื่อยๆ ทั้งจากผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน คุณครูรอยต่อว่ารร.คู่แข่งเสมอ เลยทำให้หนูได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ซึ่งมันก็สนุกดีเลย    แต่ทุกวันนี้หนูกำลังจะจบม.3 เพื่อด◌ำเนินการเรียนต่อที่อื่น ซึ่งรร.ที่จะไปนั้น ฝั่งเหนือของรร. เป็นที่ทำงานหรือสำนักงานที่คุณพ่อและญาติๆผู้ใหญ่ใจดีเขาทำกัน และเมื่อ่ล่าสุด คนที่นั้นและพ่อท่านก็ได้ปรึกษาเรื่องการงานการฝากงานให้พี่ชายหนู ซึ่งรวมถึงการเข้าไปรร.ใหม่ของหนูด้วย ซึ่งให้เดาก็รู้แล้วว่า คุณพ่อท่านได้ว◌างแผนชีวิตหนูไว้แล้ว ซึ่งหนูไม่ติดตรงนี้เลยเพราะหนูชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่การเข้ารร.ใหม่ ท่านจะส่งเพื่อนมา1-2 คน อยู่ให้นานที่สุดและย้ายออกไป จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง 1 -2 ปี และการเข้าไปเรียนนี้ก็รู้สึกจะผิดปกติกว่ารร.มัธยมเดิมที่เคยเรียน หนูเรียนปวช.นะคะ ไม่ได้เรียนสายตรง เพราะหางานง่ายและสร้างงานเองได้ จากที่หนูเล่าทั้งหมด หนูแค่อยากรู้ว่า พ่อแม่ต้องการให้หนูทำสิ่งไหนกันแน่  แต่สาบานเลยว่า การเรียนหนูไม่เคยโกงหรือยัดใต้โต๊ะโกงเกรดเลย พ่อแม่ท่านบอกเสมอว่า สิ่งที่ทำผลประโยชน์และสร้างโอกาสดีๆ ทั้งเปิดทางและแก้ไข จะทำให้ตัวเรามั่นคงและมีความสุขที่สุด คือถ้าเรียนจบปวช.3 ไป แล้ว พ่อท่านจะให้ไปทำงานที่สำนักงานที่เคยทำและรับช่วงต่อของการเป็นไกด์นำเที่ยวป่าใหญ่และจุดชมวิว แต่คือ เล่ามาทั้งหมด ทุกคนบอกทีค่ะ ว่า พ่อแม่ของหนูท่านต้องการให้หนูเปึคนดีในสังคมหรือเป็นคนชั่วในพื้นที่ของตัวเอง หรือในสังคม ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่