สาเหตุหลักๆ เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ผลิตกาแฟอันดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว
https://www.facebook.com/share/p/1A4spwcodS/?mibextid=wwXIfr
-ถ้าพูดถึงเชนร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย Café Amazon คงเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง
และไม่เพียงแต่มีสาขาในประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบัน Café Amazon ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ
จนเป็นเครือข่ายร้านกาแฟที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก เมื่อนับตามจำนวนสาขาร้านกาแฟที่เปิดให้บริการ
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเทศที่ Café Amazon เจอความท้าทายจนต้องถอนตัวออกก็คือ ประเทศเวียดนาม
ที่ล่าสุด ก็เพิ่งถอนตัวออกมา
เรื่องนี้เป็นเพราะอะไร ? BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 Café Amazon มีจำนวนสาขาทั้งหมด 4,613 สาขา โดยแบ่งเป็น
- สาขาในประเทศไทย 4,577 สาขา
- สาขาต่างประเทศ 36 สาขา
โดยปัจจุบัน สาขาในต่างประเทศที่ Café Amazon เข้าไปเปิดให้บริการประกอบไปด้วยประเทศญี่ปุ่น โอมาน เมียนมา มาเลเซีย และบาห์เรน
แต่ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน ไม่มีสาขาของ Café Amazon ในตลาดเวียดนามอีกต่อไปแล้ว จากที่เคยมีก่อนหน้านี้
Café Amazon เปิดสาขาแรกในเวียดนามเมื่อปี 2563 ที่นครโฮจิมินห์ ผ่านการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัทในเครือ CENTEL ถือหุ้น 40% และบริษัทในเครือ OR ที่ถือหุ้น 60%
เนื่องจาก ณ ตอนนั้นมองว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจ เพราะมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ส่งผลให้ตลาดกาแฟมีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพฤติกรรมการดื่มกาแฟของชาวเวียดนามที่นิยมดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว
อ้างอิงจาก รายงานประจำปี 2567 ของ OR ณ สิ้นปี 2567 มีจำนวนร้าน Café Amazon ในประเทศเวียดนาม ทั้งสิ้น 25 สาขา
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปประมาณ 5 ปี เครือ OR และ CENTEL ตัดสินใจยุติการร่วมลงทุน Café Amazon ในครั้งนี้ เนื่องจากตลาดกาแฟที่เวียดนามนั้น แข่งขันดุเดือด และมีความท้าทายมากกว่าที่คิด เริ่มตั้งแต่
- จำนวนคู่แข่งที่มาก และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยปัจจุบัน มีการประเมินกันว่า จำนวนร้านกาแฟทั้งหมดในเวียดนามนั้นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 500,000 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ไปจนถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ
ขณะที่ถ้ามองลึกลงไปในกลุ่มที่เป็นเชนเครือข่ายร้านกาแฟทั้งหมด ก็มีจำนวนที่เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกันจาก 816 สาขาในปี 2019 มาอยู่ที่ 2,067 สาขาในปี 2025
การแข่งขันที่ดุเดือดที่ Café Amazon เจอนั้น ไม่เพียงแค่มาจากแบรนด์กาแฟท้องถิ่นอย่างแบรนด์ Highlands Coffee, Phúc Long หรือ The Coffee House
แต่ยังมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศอย่าง Starbucks ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมราคาสูงกว่าแบรนด์กาแฟท้องถิ่น และเน้นเปิดสาขาในเมืองใหญ่อีกด้วย
-
วัฒนธรรมและรสนิยมคนท้องถิ่น ที่มีความเฉพาะมาก
แม้ว่าที่ผ่านมา Café Amazon ที่เวียดนามจะมีการปรับสไตล์เมนู เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมและดึงดูดผู้บริโภคกาแฟชาวเวียดนามให้เข้ามาใช้บริการ
เช่น พัฒนาเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุก ชาผลไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า การเข้าถึงวัฒนธรรม รสนิยมของคนท้องถิ่นในเรื่องการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กลิ่น ดีเทลอื่น ๆ ก็มีแบรนด์ท้องถิ่นอีกหลายแบรนด์ที่ทำได้ดี เช่น Highlands Coffee, Phúc Long หรือ The Coffee House
อีกทั้งยังมีร้านกาแฟหรือคาเฟที่ไม่ได้เป็นเชนใหญ่ แต่ก็ถูกจริตคนในพื้นที่นั้น ๆ และมีเมนูแปลก ๆ เช่น กาแฟไข่ ที่ตกไข่แดงสด ๆ ลงไป มีที่นั่งเตี้ย ๆ บรรยากาศร้าน แบบสไตล์ที่คนเวียดนามชอบ
ยังไม่รวมเรื่องของการลงทุนเปิดร้านกาแฟของ Café Amazon ที่เน้นรูปแบบร้านขนาดใหญ่ ทำให้มีการลงทุนด้านสถาปัตยกรรมอย่างมาก
ส่งผลทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลลบต่อผลประกอบการของธุรกิจที่เวียดนาม
ทำให้สุดท้าย เครือ CENTEL และ OR ตัดสินใจเลิกบริษัทร่วมทุน ที่ทำธุรกิจ Café Amazon ในเวียดนาม
Café Amazon แบรนด์ที่สำเร็จมาก ๆ ในไทย เจาะตลาดเวียดนามไม่ได้ เพราะอะไร ? | BrandCase
https://www.facebook.com/share/p/1A4spwcodS/?mibextid=wwXIfr
-ถ้าพูดถึงเชนร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย Café Amazon คงเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง
และไม่เพียงแต่มีสาขาในประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบัน Café Amazon ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ
จนเป็นเครือข่ายร้านกาแฟที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก เมื่อนับตามจำนวนสาขาร้านกาแฟที่เปิดให้บริการ
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเทศที่ Café Amazon เจอความท้าทายจนต้องถอนตัวออกก็คือ ประเทศเวียดนาม
ที่ล่าสุด ก็เพิ่งถอนตัวออกมา
เรื่องนี้เป็นเพราะอะไร ? BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 Café Amazon มีจำนวนสาขาทั้งหมด 4,613 สาขา โดยแบ่งเป็น
- สาขาในประเทศไทย 4,577 สาขา
- สาขาต่างประเทศ 36 สาขา
โดยปัจจุบัน สาขาในต่างประเทศที่ Café Amazon เข้าไปเปิดให้บริการประกอบไปด้วยประเทศญี่ปุ่น โอมาน เมียนมา มาเลเซีย และบาห์เรน
แต่ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน ไม่มีสาขาของ Café Amazon ในตลาดเวียดนามอีกต่อไปแล้ว จากที่เคยมีก่อนหน้านี้
Café Amazon เปิดสาขาแรกในเวียดนามเมื่อปี 2563 ที่นครโฮจิมินห์ ผ่านการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัทในเครือ CENTEL ถือหุ้น 40% และบริษัทในเครือ OR ที่ถือหุ้น 60%
เนื่องจาก ณ ตอนนั้นมองว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจ เพราะมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ส่งผลให้ตลาดกาแฟมีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพฤติกรรมการดื่มกาแฟของชาวเวียดนามที่นิยมดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว
อ้างอิงจาก รายงานประจำปี 2567 ของ OR ณ สิ้นปี 2567 มีจำนวนร้าน Café Amazon ในประเทศเวียดนาม ทั้งสิ้น 25 สาขา
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปประมาณ 5 ปี เครือ OR และ CENTEL ตัดสินใจยุติการร่วมลงทุน Café Amazon ในครั้งนี้ เนื่องจากตลาดกาแฟที่เวียดนามนั้น แข่งขันดุเดือด และมีความท้าทายมากกว่าที่คิด เริ่มตั้งแต่
- จำนวนคู่แข่งที่มาก และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยปัจจุบัน มีการประเมินกันว่า จำนวนร้านกาแฟทั้งหมดในเวียดนามนั้นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 500,000 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ไปจนถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ
ขณะที่ถ้ามองลึกลงไปในกลุ่มที่เป็นเชนเครือข่ายร้านกาแฟทั้งหมด ก็มีจำนวนที่เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกันจาก 816 สาขาในปี 2019 มาอยู่ที่ 2,067 สาขาในปี 2025
การแข่งขันที่ดุเดือดที่ Café Amazon เจอนั้น ไม่เพียงแค่มาจากแบรนด์กาแฟท้องถิ่นอย่างแบรนด์ Highlands Coffee, Phúc Long หรือ The Coffee House
แต่ยังมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศอย่าง Starbucks ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมราคาสูงกว่าแบรนด์กาแฟท้องถิ่น และเน้นเปิดสาขาในเมืองใหญ่อีกด้วย
- วัฒนธรรมและรสนิยมคนท้องถิ่น ที่มีความเฉพาะมาก
แม้ว่าที่ผ่านมา Café Amazon ที่เวียดนามจะมีการปรับสไตล์เมนู เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมและดึงดูดผู้บริโภคกาแฟชาวเวียดนามให้เข้ามาใช้บริการ
เช่น พัฒนาเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุก ชาผลไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า การเข้าถึงวัฒนธรรม รสนิยมของคนท้องถิ่นในเรื่องการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กลิ่น ดีเทลอื่น ๆ ก็มีแบรนด์ท้องถิ่นอีกหลายแบรนด์ที่ทำได้ดี เช่น Highlands Coffee, Phúc Long หรือ The Coffee House
อีกทั้งยังมีร้านกาแฟหรือคาเฟที่ไม่ได้เป็นเชนใหญ่ แต่ก็ถูกจริตคนในพื้นที่นั้น ๆ และมีเมนูแปลก ๆ เช่น กาแฟไข่ ที่ตกไข่แดงสด ๆ ลงไป มีที่นั่งเตี้ย ๆ บรรยากาศร้าน แบบสไตล์ที่คนเวียดนามชอบ
ยังไม่รวมเรื่องของการลงทุนเปิดร้านกาแฟของ Café Amazon ที่เน้นรูปแบบร้านขนาดใหญ่ ทำให้มีการลงทุนด้านสถาปัตยกรรมอย่างมาก
ส่งผลทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลลบต่อผลประกอบการของธุรกิจที่เวียดนาม
ทำให้สุดท้าย เครือ CENTEL และ OR ตัดสินใจเลิกบริษัทร่วมทุน ที่ทำธุรกิจ Café Amazon ในเวียดนาม