
: Road House 2024: ของดีมีครบ! ดิบ เถื่อน มันส์ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม สมกับที่รอคอย!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปดู "Road House" เวอร์ชั่นปี 2024 มาครับ บอกเลยว่าใครที่คิดถึงหนังแอคชั่นดิบๆ ที่มีฉากบู๊แบบถึงพริกถึงขิง ไม่ต้องลังเลเลยครับ เรื่องนี้จัดให้เต็มๆ แน่นอน ผมดูจบแล้วอารมณ์ค้างเลยทีเดียว อยากจะหาอะไรมาต่อให้มันส์ๆ แบบนี้อีก
เอาจริงๆ นะครับ ตอนแรกผมก็แอบหวั่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นไง เพราะเวอร์ชั่นเก่าปี 1989 นี่มันระดับตำนานไปแล้ว การจะเอามาทำใหม่ให้ถูกใจแฟนเก่าๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พอได้ดูแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าผู้กำกับ Doug Liman เขาทำการบ้านมาดีมากครับ คือแกเข้าใจแก่นของเรื่องนี้เลยว่ามันคืออะไร แล้วก็เอามาปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
เรื่องย่อๆ ก็ประมาณว่า พระเอกของเรา Dalton (รับบทโดย Jake Gyllenhaal) เป็นอดีตนักสู้ UFC ที่ตอนนี้ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปเรื่อยๆ จนได้งานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ร้าน Road House ในฟลอริดา ซึ่งร้านนี้กำลังเจอปัญหาจากแก๊งค์มาเฟียที่คอยมาก่อกวนอยู่ตลอด แต่ Dalton นี่ไม่ใช่คนที่จะมานั่งก้มหน้าก้มตาโดนรังแกนะสิครับ พอโดนปุ๊บ ก็จัดไปปั๊บ!
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในเรื่องนี้เลยคือฉากแอคชั่นครับ คือมันดิบ มันเถื่อน มันส์แบบไม่ต้องมีอะไรมาบังเลยครับ ต่อย เตะ กระทืบ ทุบตี กันแบบเห็นจะๆ เลือดสาด กระดูกหัก เสียงดังสนั่นโรง นี่แหละครับที่ผมตามหา! Jake Gyllenhaal นี่แกแสดงได้ถึงมากครับ ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นนักสู้จริงๆ ร่างกายแกฟิตเปรี๊ยะมาก ฉากต่อสู้แต่ละทีนี่แทบจะทะลุจอออกมานอกโรงเลย
อีกอย่างที่ประทับใจคือการเดินเรื่องครับ ถึงแม้แก่นเรื่องจะอยู่ที่ฉากบู๊ แต่หนังก็ไม่ได้ปล่อยให้เน้นแต่ฉากต่อสู้อย่างเดียว มันมีการปูเรื่องราวของตัวละคร Dalton ที่มีอดีตอันเจ็บปวด ทำให้เรารู้สึกอินกับตัวละครมากขึ้น ว่าทำไมเขาถึงต้องมาทำแบบนี้ แล้วก็มีตัวละครอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายตัว เช่น Ellie (รับบทโดย Daniela Melchior) ที่เป็นเหมือนนางเอกของเรื่อง ถึงแม้บทอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว หรือจะเป็น Jimmy (รับบทโดย Lukas Gage) ตัวร้ายที่กวนประสาทได้ใจจริงๆ ดูแล้วอยากจะลุกไปต่อยแทน Dalton เลยครับ
แล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือตัวร้ายหลักอย่าง Brandt (รับบทโดย Conor McGregor) อันนี้ต้องยกนิ้วให้เลยครับ McGregor นี่เขาเป็นนักสู้จริงๆ ในสนามมวยอยู่แล้ว พอมาแสดงหนังก็เข้าถึงบทบาทได้ดีมากๆ ครับ ความโหด ความโรคจิต ดูแล้วขนลุกเลย เขาเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำจริงๆ ครับ ฉากที่เขากับ Dalton ปะทะกันนี่คือที่สุดของความมันส์เลยครับ
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกขึ้นเยอะเลยก็คือเพลงประกอบครับ เพลงมันเข้ากับบรรยากาศของเรื่องมากๆ ครับ ฟังแล้วรู้สึกอยากจะลุกขึ้นแดนซ์ หรือไม่ก็หาเรื่องต่อยสักยก! เพลงมันช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้ดีจริงๆ ครับ
ผมว่าหนังเรื่องนี้มันเหมือนเป็นยาชูกำลังชั้นดีเลยครับ ดูแล้วรู้สึกมีพลัง มีความฮึกเหิม อยากจะไปทำอะไรให้มันสุดๆ ไปเลย ใครที่กำลังรู้สึกเบื่อๆ ชีวิต ไม่มีอะไรทำ ผมแนะนำให้ไปดูเรื่องนี้เลยครับ รับรองว่าดูจบแล้วอารมณ์ดีขึ้นแน่นอน
แน่นอนครับว่าหนังแอคชั่นแบบนี้มันก็อาจจะมีบางจุดที่อาจจะดูไม่สมจริงไปบ้าง หรือบางบทสนทนาอาจจะไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักของหนังเรื่องนี้เลยครับ ประเด็นหลักคือความมันส์ ความดิบ ความบันเทิง และผมว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ถึงมากๆ ครับ
สำหรับใครที่เคยดูเวอร์ชั่นเก่าปี 1989 มาก่อน ผมว่าคุณจะไม่ผิดหวังครับ มันมีความเคารพต่อต้นฉบับอยู่ แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ก็เข้าถึงได้ด้วย ผมเองก็ชอบเวอร์ชั่นเก่ามากๆ แต่พอมาดูเวอร์ชั่นใหม่แล้ว ก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าทำออกมาได้ดีจริงๆ ครับ
สรุปแล้ว ผมให้ "Road House (2024)" ไปเลย 9/10 ครับ หักไป 1 คะแนนเล็กน้อยเพราะบางทีฉากบู๊อาจจะเยอะไปนิดนึงจนบางทีก็รู้สึกว่ามันโอเวอร์ไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วถือเป็นหนังแอคชั่นที่สนุก ครบรส และคุ้มค่าแก่การเสียเงินไปดูในโรงมากๆ ครับ ใครที่ชอบแนวนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ
หวังว่ารีวิวของผมจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ ใครไปดูมาแล้ว มาคุยกันได้นะครับ อยากรู้ว่ามีความเห็นเหมือนผมไหม!
Road House 2024: ของดีมีครบ! ดิบ เถื่อน มันส์ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม สมกับที่รอคอย!
: Road House 2024: ของดีมีครบ! ดิบ เถื่อน มันส์ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม สมกับที่รอคอย!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปดู "Road House" เวอร์ชั่นปี 2024 มาครับ บอกเลยว่าใครที่คิดถึงหนังแอคชั่นดิบๆ ที่มีฉากบู๊แบบถึงพริกถึงขิง ไม่ต้องลังเลเลยครับ เรื่องนี้จัดให้เต็มๆ แน่นอน ผมดูจบแล้วอารมณ์ค้างเลยทีเดียว อยากจะหาอะไรมาต่อให้มันส์ๆ แบบนี้อีก
เอาจริงๆ นะครับ ตอนแรกผมก็แอบหวั่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นไง เพราะเวอร์ชั่นเก่าปี 1989 นี่มันระดับตำนานไปแล้ว การจะเอามาทำใหม่ให้ถูกใจแฟนเก่าๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พอได้ดูแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าผู้กำกับ Doug Liman เขาทำการบ้านมาดีมากครับ คือแกเข้าใจแก่นของเรื่องนี้เลยว่ามันคืออะไร แล้วก็เอามาปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
เรื่องย่อๆ ก็ประมาณว่า พระเอกของเรา Dalton (รับบทโดย Jake Gyllenhaal) เป็นอดีตนักสู้ UFC ที่ตอนนี้ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปเรื่อยๆ จนได้งานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ร้าน Road House ในฟลอริดา ซึ่งร้านนี้กำลังเจอปัญหาจากแก๊งค์มาเฟียที่คอยมาก่อกวนอยู่ตลอด แต่ Dalton นี่ไม่ใช่คนที่จะมานั่งก้มหน้าก้มตาโดนรังแกนะสิครับ พอโดนปุ๊บ ก็จัดไปปั๊บ!
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในเรื่องนี้เลยคือฉากแอคชั่นครับ คือมันดิบ มันเถื่อน มันส์แบบไม่ต้องมีอะไรมาบังเลยครับ ต่อย เตะ กระทืบ ทุบตี กันแบบเห็นจะๆ เลือดสาด กระดูกหัก เสียงดังสนั่นโรง นี่แหละครับที่ผมตามหา! Jake Gyllenhaal นี่แกแสดงได้ถึงมากครับ ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นนักสู้จริงๆ ร่างกายแกฟิตเปรี๊ยะมาก ฉากต่อสู้แต่ละทีนี่แทบจะทะลุจอออกมานอกโรงเลย
อีกอย่างที่ประทับใจคือการเดินเรื่องครับ ถึงแม้แก่นเรื่องจะอยู่ที่ฉากบู๊ แต่หนังก็ไม่ได้ปล่อยให้เน้นแต่ฉากต่อสู้อย่างเดียว มันมีการปูเรื่องราวของตัวละคร Dalton ที่มีอดีตอันเจ็บปวด ทำให้เรารู้สึกอินกับตัวละครมากขึ้น ว่าทำไมเขาถึงต้องมาทำแบบนี้ แล้วก็มีตัวละครอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายตัว เช่น Ellie (รับบทโดย Daniela Melchior) ที่เป็นเหมือนนางเอกของเรื่อง ถึงแม้บทอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว หรือจะเป็น Jimmy (รับบทโดย Lukas Gage) ตัวร้ายที่กวนประสาทได้ใจจริงๆ ดูแล้วอยากจะลุกไปต่อยแทน Dalton เลยครับ
แล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือตัวร้ายหลักอย่าง Brandt (รับบทโดย Conor McGregor) อันนี้ต้องยกนิ้วให้เลยครับ McGregor นี่เขาเป็นนักสู้จริงๆ ในสนามมวยอยู่แล้ว พอมาแสดงหนังก็เข้าถึงบทบาทได้ดีมากๆ ครับ ความโหด ความโรคจิต ดูแล้วขนลุกเลย เขาเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำจริงๆ ครับ ฉากที่เขากับ Dalton ปะทะกันนี่คือที่สุดของความมันส์เลยครับ
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกขึ้นเยอะเลยก็คือเพลงประกอบครับ เพลงมันเข้ากับบรรยากาศของเรื่องมากๆ ครับ ฟังแล้วรู้สึกอยากจะลุกขึ้นแดนซ์ หรือไม่ก็หาเรื่องต่อยสักยก! เพลงมันช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้ดีจริงๆ ครับ
ผมว่าหนังเรื่องนี้มันเหมือนเป็นยาชูกำลังชั้นดีเลยครับ ดูแล้วรู้สึกมีพลัง มีความฮึกเหิม อยากจะไปทำอะไรให้มันสุดๆ ไปเลย ใครที่กำลังรู้สึกเบื่อๆ ชีวิต ไม่มีอะไรทำ ผมแนะนำให้ไปดูเรื่องนี้เลยครับ รับรองว่าดูจบแล้วอารมณ์ดีขึ้นแน่นอน
แน่นอนครับว่าหนังแอคชั่นแบบนี้มันก็อาจจะมีบางจุดที่อาจจะดูไม่สมจริงไปบ้าง หรือบางบทสนทนาอาจจะไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักของหนังเรื่องนี้เลยครับ ประเด็นหลักคือความมันส์ ความดิบ ความบันเทิง และผมว่าหนังเรื่องนี้ทำได้ถึงมากๆ ครับ
สำหรับใครที่เคยดูเวอร์ชั่นเก่าปี 1989 มาก่อน ผมว่าคุณจะไม่ผิดหวังครับ มันมีความเคารพต่อต้นฉบับอยู่ แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ก็เข้าถึงได้ด้วย ผมเองก็ชอบเวอร์ชั่นเก่ามากๆ แต่พอมาดูเวอร์ชั่นใหม่แล้ว ก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าทำออกมาได้ดีจริงๆ ครับ
สรุปแล้ว ผมให้ "Road House (2024)" ไปเลย 9/10 ครับ หักไป 1 คะแนนเล็กน้อยเพราะบางทีฉากบู๊อาจจะเยอะไปนิดนึงจนบางทีก็รู้สึกว่ามันโอเวอร์ไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วถือเป็นหนังแอคชั่นที่สนุก ครบรส และคุ้มค่าแก่การเสียเงินไปดูในโรงมากๆ ครับ ใครที่ชอบแนวนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ
หวังว่ารีวิวของผมจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ ใครไปดูมาแล้ว มาคุยกันได้นะครับ อยากรู้ว่ามีความเห็นเหมือนผมไหม!