อยากให้ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เรื่องการตัดสินใจลาออก ช่วยแบ่งปันเรื่องราวของคุณ ว่าสุดท้ายมันไปในทิศทางที่ดีหรือแย่

สวัสดีครับ ทุกท่าน

ผมขออนุญาตเกริ่นเล่าเรื่องตัวเอง เพื่อประกอบบทความนะครับ
ผมเป็นพนักงานออฟฟิศมาครบ 10 ปีแล้วครับ ปัจจุบันอายุ 33 เริ่มงานครั้งแรกตอน 23 ครับ
ออฟฟิศปัจจุบันเป็นบริษัทที่ 3 ที่ย้ายมา และทำที่นี่มาเข้าปีที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยครับ (ทำไมเลข 3 เยอะจัง ^^")
พูดได้ว่า นี่น่าจะเป็นช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์ที่สุดของผมแล้วครับ เพราะว่ามีทั้งงานประจำ, งานฟรีแลนซ์ประจำ และงานฟรีแลนซ์ไม่ประจำครับ
รายได้ของผมรวมแล้วอยู่ที่ 70k+ ครับ ค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่อเดือนราวๆ 20k+ บาท
ถ้าบางเดือนมีฟรีแลนซ์ไม่ประจำเพิ่มก็อาจจะเพิ่มไปบ้าง แต่ยังไม่เคยแตะหลักแสนต่อเดือนครับ
เรียกว่ามีเก็บทุกเดือน ไม่ขัดสนเรื่องเงิน
มี Provident fund ที่ทางบริษัทสมทบต่อเดือน 10%+ นิดหน่อยด้วยครับ
ไม่มีภาระเรื่องการผ่อนบ้านและรถ เพราะเช่าห้องอยู่ และนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานสะดวกกว่าครับ แต่พื้นเพที่บ้านมีบ้านและรถซึ่งอยู่ต่างจังหวัดที่ติดกับกรุงเทพ ถ้าจะใช้ก็กลับไปเอาที่บ้านมาใช้ได้ครับ

ทำอาชีพ Online Marketing ทั่วไป แต่ไม่ได้เป็นหัวหน้า เงื่อนไขตอนหางานล่าสุดนี้คือ เลือกงานที่จะไม่เป็นหัวหน้า
เพราะค่อนข้างไม่อยากรับความรับผิดชอบในงานเยอะครับ

สิ่งที่จะเข้าเรื่องก็คือ ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะไม่ไหวกับงานประจำที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ครับ
เหตุผลหลักของผมมีข้อเดียวเลยคือ หัวหน้าผม เพราะเขาเป็นคนที่พูดจาแย่มาก ไม่ให้เกียรติน้องในทีม (แต่ให้เกียรติผู้สูงอายุกว่าทุกคน) และอารมณ์สวิงอยู่ทุกวัน
ถ้าถามว่าแล้ว 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นแบบนี้ไหม เขาเป็นแบบนี้มาตลอด แต่ช่วงนี้เขาเป็นหนักขึ้นครับ
ผมเคยเครียดกับเรื่องนี้และรับมือได้ แต่ตอนนี้ผมถามตัวเองมาเดือนกว่าๆ ผมว่าผมรับมือต่อไปอีกไม่ไหวแล้วครับ
หลายครั้งผมนอนฝันว่ายังนั่งรับฟังความ ปสด ของเค้าอยู่เลยครับ
ตัวเนื้องานไม่เครียดครับ สบายๆ ทำได้เรื่อยๆ แต่เครียดที่ตัวบุคคลคนเดียวเลย และเค้าไม่มีแววว่าจะลาออกด้วยครับ
ผมเลยกำลังชั่งใจเรื่องของการลาออก และคิดว่าจะเป็นการลาออกครั้งสุดท้าย (ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ)

เพราะตอนนี้ผมเริ่มอยากเอาเวลามาทำงานที่เป็นของตัวเองมากขึ้นครับ

ข้อดีที่ผมพอจะนึกได้คือ
- ผมไม่มีภาระหนี้สิน บ้าน รถ แต่มีภาระหนี้ กยศ. อยู่ 2 แสนกว่าบาท (ผมจ่ายทุกเดือนไม่เคยขาด แต่ไม่เคยโปะเต็มก้อนจบครับ)
- ผมมีเงินเก็บอยู่ราวๆ 3 ล้านบาท ถ้าไม่มีงานจริงๆ ยังพอจะอยู่ได้ 10 ปี ที่ต่างจังหวัด
- ผมมักจะดิ้นรนให้ตัวเองมีรายได้เสมอ แต่ยังไม่เคยดิ้นรนในสถานะที่ไม่มีงานประจำครับ
- ที่บ้านมีธุรกิจเล็กๆ ถ้าผมล้ม ผมอาจจะยังพึ่งพาที่บ้านได้ ตั้งแต่เริ่มทำงาน ผมไม่เคยพึ่งที่บ้านเรื่องเงินเลยสักครั้งครับ อีกทั้งผมยังให้เค้า 10% ของเงินเดือนเสมอๆ เพื่อช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

ข้อเสียของผม
- เงิน 3 ล้านที่มี มีในรูปแบบเงินสด ไม่ถึง 5% นอกนั้น อยู่ในรูปแบบหุ้นอเมริกา หุ้นไทย กองทุนรวม ทองคำแท่ง ซะหมดครับ ถ้าจะถอนมาใช้ก็คงทอนได้ ณ - ปัจจุบันทุกพอร์ตบวกค่อนข้างเยอะครับ แต่ไม่การันตีอนาคต
- ผมคงจะไม่มีลูกแน่ๆ เพราะผมเป็นเกย์ครับ มีแฟนอยู่ตอนนี้ แฟนเป็นคนเก่งที่พึ่งพาได้ และมีทักษะการใช้ชีวิตที่ดีครับ
- เงินที่มี ถ้าวันนึงเกิดเจ็บป่วย ไม่รู้จริงๆครับว่าจะเพียงพอไหม ผมมีแค่ประกันโรคร้าย ยังไม่มีประกันสุขภาพอื่นใด

ผมลองเลือกจะมองหาธุรกิจตัวเอง ซึ่งแน่นอนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จใกล้ตัว แน่นอนครับ คือธุรกิจที่บ้าน
แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ทำกับที่บ้าน เนื่องจากไม่อยากทะเลาะกับพ่อ เพราะพ่อทำงานด้วยยากมาก อยากจะทำแยกสาขาออกมา ซึ่งบ้านแฟนอยู่อีกจังหวัด มองดูแล้วเป็นตัวเลือกที่ดีครับ
และคิดว่าเค้ามี Potential ที่จะทำกับเรา เพื่อเก็บเงินและเติบโตในอนาคตครับ

ทีนี้ ผมเลยเข้าเรื่องตามหัวข้อกระทู้ครับ ว่า
อยากให้ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เรื่องการตัดสินใจลาออก ช่วยแบ่งปันเรื่องราวของคุณ ว่าสุดท้ายมันไปในทิศทางที่ดีหรือแย่
เพราะตอนนี้ผมเครียดมากประมาณนึง ที่ผมกำลังจะทิ้งช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดของผม แล้วมาลองทำอะไรใหม่ๆ ของตัวเอง
ยอมรับว่า ยังไม่ได้รู้ model ธุรกิจที่บ้านแบบ 100% ว่าเขาทำงานยังไง และเคยมีร้านอาหารเล็กๆเป็นของตัวเองระหว่างทำงานประจำ อยู่ตามมหาลัยแล้วเจ๊งมาแล้วครับ
เลยอยากให้ผู้มีประสบการณ์ ช่วยแชร์ความคิดเห็นของคุณ ว่าการตัดสินใจลาออกของคุณนั้น มันทำให้คุณได้ค้นพบอะไรบ้าง
และผมก็อยากได้คำแนะนำจากท่านที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มาครับ ว่าในความเห็นของคุณ สิ่งที่ผมมี คุณว่ามันเพียงพอต่อการดำรงชีวิตไหม
เพราะเพื่อนรอบตัวเพราะ ก็ยังคงเป็นพนักงานออฟฟิศ และมีแววว่าเค้าจะเป็นไปตลอดชีวิตครับ ผมเลยไม่รู้จะปรึกษาเค้าอย่างไร

ขอบคุณทุกท่านครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่