ชาวเน็ตพูดถึงพฤติกรรมของมินฮีจิน ที่จากจะกลายเป็นตัวช่วยชินอูซอก กลับกลายเป็นตัวซวยของชินอูซอก ในคดีฟ้องร้องกับ ADOR

กระทู้ติดเทรนด์อันดับ 1 ใน pann nate และกำลังเป็นประเด็นที่น่าสนใจ
https://m.pann.nate.com/talk/375164418?order=B

ชาวเน็ตพูดถึงพฤติกรรมของมินฮีจิน
ที่จากจะกลายเป็นตัวช่วยชินอูซอก
กลับกลายเป็นตัวซวยของชินอูซอก
ในคดีฟ้องร้องกับ ADOR

1. ในการพิจารณาคดีของ ชินอูซอก
มีการจับได้คาหนังคาเขาว่า มินฮีจินเอาสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ที่ อีซังอู / มินฮีจิน / ชินอูซอก ใช้ร่วมกัน
มาแชร์ต่อหน้าศาล

แถมวันนั้น ทีมกฎหมายของ Kakao ก็มานั่งดูการพิจารณาคดีด้วยตัวเอง

ดูจากตอนคดีของตัวเอง
ที่มินฮีจินกัดฟันเถียงสุดฤทธิ์ว่า
“ไม่ได้เป็นคนปล่อยสัญญาผู้ถือหุ้น”
ก็รู้แล้วว่า แค่มีการรั่วไหลของสัญญา ก็เข้าข่ายยกเลิกสัญญาได้ทันที

มาศาลในฐานะพยานชินอูซอก
เ​หมือนจะมาช่วยแก้สถานการณ์
แต่ดันกลายเป็นตัวปัญหาซะงั้นไป

ถ้าภายหลัง Kakao จะเอาเรื่องกับชินอูซอก
ประเด็นนี้ก็หยิบมาเล่นงานได้สบาย ๆ

2. ถ้าชินอูซอกแพ้คดีในนาม บุคคลธรรมดา แล้วควักเงินจ่ายเอง ​ยังพอถือว่าโชคดีอยู่บ้าง

แต่ปัญหามันใหญ่มันอยู่ตรงที่ ​ไม่ใช่การชดใช้เงินส่วนบุคคล
แต่กลายเป็นบริษัทต้องเป็นคนจ่าย

ยิ่งไปกว่านั้น Dolphiners Film
เป็น บริษัทย่อยของ Kakao

พูดตรง ๆ คือ Kakao เห็นเงิน 1,000 ล้านวอนหายไปต่อหน้าต่อตา

3. จะอ้างว่าเป็น สัญญาปากเปล่า / เป็นธรรมเนียมที่ทำกันมาก็เถอะ
แต่มันใช้ได้ก็ต่อเมื่อ ทำกันลับ ๆ และทั้งสองฝ่ายยอมรับตรงกัน

คำว่า “เป็นธรรมเนียม”
ไม่ได้ช่วยคุ้มครองความรับผิดทางกฎหมาย

ลองใช้ชีวิตทำงานดูสิ
อ้างแต่ว่า “ก็ทำกันแบบนี้เป็นธรรมเนียม”
แล้วทำอะไรตามใจ
ดูซิว่าจะรอดยังไง

ยังมีคนฝั่งนั้นเชื่ออยู่อีกว่า
“แค่ลง Director’s Cut นิดเดียว ถึงกับโดนปรับ 1,000 ล้านวอน”
ถ้าคิดแบบนี้ได้ แปลว่า ไม่เคยทำงานบริษัทมาก่อนแน่ ๆ 555

ช่อง Ban Hee-soo ก็ไม่ใช่ช่องของ ADOR
ถ้าเอาคลิปไปลงช่องตัวเองก็ได้เงิน
แต่ดันเอาไปลงช่องคนอื่น
แล้วให้ คนอื่นกินรายได้แทน

ถ้าเป็นพวกคุณ
รายได้ของตัวเองโดนคนอื่นเอาไป คุณไม่หัวร้อนเหรอ?

ไม่ใช่ยูทูเบอร์ ที่มีควาท“คิดสร้างสรรค์” อะไรหรอก
ที่เวลาคอลแลบกันแล้ว ​ต้องต่างคนต่างลงคลิปในช่องตัวเอง
มันไม่ใช่เรื่องไอเดียล้ำหรือไม่ล้ำ
แต่มันต้อง ผูกกับรายได้ของตัวเองโดยตรง
ถึงจะเรียกว่าโอเค

NewJeans คือวงที่ ใช้เงินของ ADOR สร้างขึ้นมา
แต่ดูสภาพสิ
อินกับอารมณ์ความรู้สึกกันจนตาเบลอ
เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

แล้วถ้าชินอูซอก
ไม่เริ่มต้นจากการไปโพสต์ IG หาเรื่อง
พูดเรื่องฟ้องร้องตั้งแต่แรก
ADOR อาจจะมัวสนใจแค่มินฮีจินกับ NewJeans ​
จนไม่มาแตะชินอูซอกเลยก็ได้

อ้างว่ามีไฟล์อัดเสียง มีหลักฐานเพียบ
แต่พอขึ้นศาลจริง
ไม่มีคลิปเสียงโผล่มาสักอัน

ถึงต่อให้ Apple จะยอมตกลงเรื่องโฆษณาแล้วก็ตาม
เงื่อนไขพื้นฐานคือ
ห้ามเอาวิดีโอไปลงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
แต่เขาก็ยังลง

และนั่นแหละ ​คือจุดเริ่มต้นของคดีนี้ทั้งหมด

ชินอูซอกจะเคยได้รางวัล
หรือได้รับการยกย่องจากภาครัฐแค่ไหน
แต่ดูเหมือนจะลืมไปว่า
บริษัทคือที่ที่พูดกันด้วยผลประโยชน์และเงิน ไม่ใช่อารมณ์

แล้วสรุป
มินฮีจินออกมาเป็นพยานทำไมกันแน่เนี่ย 555

ขนาดนี้แล้ว
ไม่ใช่ว่าควรเป็น มินฮีจิน vs ชินอูซอก
ที่กำลังตีกันเองเหรอ 555

ความคิดเห็นในกระทู้
• คนที่เข้าไปพัวพันกับมินฮีจินทุกคน ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังซวยหนักมาก นี่เชื่อใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ต่อให้จะเชื่อใจกันยังไงมันก็ต้องมีสามัญสำนึก มีสัญญา มีเรื่องกฎหมายอยู่บ้างสิ 555 ฉันยิ่งงงตรงที่ดันไปหลงเชื่อการขายอารมณ์แบบนั้นได้ยังไง ถ้าฉันเป็นนิวจีนส์ หรือถ้าฉันเป็นชินอูซอก ฉันคงไม่ไปฟ้อง ADOR หรอก แต่จะหันไปฟ้องมินฮีจินแทนมากกว่า ดูแล้วทุกคนเหมือนดวงไม่ค่อยดีเลย พอดวงตกทีไร มันก็จะเลือกแต่ทางเลือกที่ซวยจริง ๆ ทุกครั้ง

• กำไรจากการดำเนินงานของ “Dolphiners Films” นี่ตลกชะมัด ชินอูซอกเอาแต่ไปหาเรื่อง ADOR แต่ความจริงคือบริษัทที่อยู่รอดมาได้ก็เพราะเงินของ HYBE ที่มินฮีจินค่อย ๆ ป้อนให้ทีละนิดไม่ใช่เหรอ 5555

• ​​วิดีโอที่ควรจะเป็นแหล่งรายได้ของ ADOR แต่กลับเอาไปลงในช่อง Ban Hee-soo จนทำให้ฝั่งนั้นเป็นคนสร้างรายได้แทน…? ​แบบนี้ไม่เข้าข่าย ผิดฐานทรยศต่อหน้าที่/ยักยอกผลประโยชน์เหรอ?

• ​คดีของมินฮีจิน​ ดูท่าจะแพ้คดีนะ เพราะมีเรื่องที่ถูกเปิดโปงออกมาเยอะขนาดนั้นแล้วนี่?

• ​แค่ดูงบการเงินก็รู้แล้วล่ะ 55 (บริษัทชินอูซอก Dolphiners Films ​มีรายได้และกำไรอย่างมากในช่วงที่ร่วมงานกับ ADOR แต่หลังจากมีปัญหากัน และไม่ได้ร่วมงานกันอีกบริษัท Dolphiners Films กลับมีรายได้ที่ติดลบลงทันที)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่