"เงินสำรองฉุกเฉิน" ต้องมีเท่าไหร่? ทำไมถึงสำคัญกว่าการรีบเอาเงินไปลงทุน? มาเช็กความพร้อมกันครับ

เวลาคุยเรื่องการเงิน หลายคนมักจะถามว่า "ซื้อกองทุนไหนดี?" หรือ "ลงทุนอะไรให้เงินงอกเงย?" แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น มีพื้นฐานหนึ่งที่สำคัญมากเหมือนการสร้างรากฐานบ้านให้แข็งแรง นั่นคือ "เงินสำรองฉุกเฉิน" ครับ
วันนี้ผมเลยอยากมาสรุปความรู้แบบบ้านๆ ว่าทำไมเราถึงต้องมีเงินก้อนนี้ติดบัญชีไว้ และต้องมีเท่าไหร่ถึงจะอุ่นใจครับ

เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร?
มันคือเงินที่เราเก็บไว้ใช้ในยาม "คอขาดบาดตาย" เท่านั้นครับ เช่น
ตกงานกะทันหัน
ป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล (และประกันคลุมไม่หมด)
รถเสียต้องซ่อมด่วน
บ้านหลังคารั่ว น้ำท่วม
ไม่ใช่ เงินสำหรับเอาไปซื้อไอโฟนใหม่ หรือเอาไปเที่ยวตอนเห็นโปรหลุดนะครับ!

ต้องเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอ? (สูตร 3-6 เท่า)
สูตรมาตรฐานที่แนะนำกันคือ "3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน" ครับ
ขั้นต่ำ 3 เท่า: สำหรับคนที่งานมั่นคง ไม่มีภาระเยอะ
6 เท่าขึ้นไป: สำหรับคนทำงานอิสระ (Freelance) หรือคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว
ตัวอย่าง: ถ้าแต่ละเดือนคุณมีค่าใช้จ่ายรวม (ค่ากิน+ค่าหอ+ค่าน้ำไฟ) อยู่ที่ 15,000 บาท คุณควรมีเงินเย็นๆ นิ่งๆ ในบัญชีอย่างน้อย 45,000 - 90,000 บาท ครับ

เก็บไว้ที่ไหนดี?
เงินก้อนนี้หัวใจสำคัญคือ "ต้องหยิบมาใช้ได้ไว" (Liquidity) * ควรเก็บใน: บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (Digital Saving) ที่ถอนได้ทันทีเมื่อเกิดเรื่อง
ไม่ควรเก็บใน: หุ้น, ทองคำ, หรือที่ดิน เพราะเวลาฉุกเฉินเราอาจจะขายไม่ทัน หรือต้องขายขาดทุนเพื่อเอาเงินออกมาครับ

ทำไมต้องมีก่อนไปลงทุน?
ลองนึกภาพว่าเราเอาเงินทั้งหมดไปลงในหุ้น แล้วอยู่ดีๆ ตกงาน แถมช่วงนั้นหุ้นตกพอดี เราจะถูกบังคับให้ขายหุ้นตอนราคาถูกเพื่อเอาเงินมาประทังชีวิตครับ แต่ถ้าเรามีเงินสำรองก้อนนี้ เราจะผ่านวิกฤตไปได้โดยที่แผนการเงินระยะยาวไม่พัง
สรุป: การมีเงินสำรองฉุกเฉินคือการซื้อ "ความสบายใจ" ครับ ต่อให้โลกจะหมุนไปทางไหน หรือเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ถ้าเรามีเงินก้อนนี้ เราจะนอนหลับฝันดีกว่าเดิมเยอะเลย
เพื่อนๆ ในนี้มีใครเก็บครบตามเป้าแล้วบ้าง? หรือใครมีทริคเก็บเงินก้อนนี้ให้ไวขึ้น มาแชร์ความรู้กันได้นะครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่