หมา 'งอน' เราได้หรือไม่ แล้วถ้าน้องงอนเรา ควรทำอย่างไร?
ถ้าใครเลี้ยงหมา คงเข้าใจดีว่าความน่ารักน่าชังของพวกมันชวนให้เราชอบแกล้งมันเล่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำเหมือนจะให้ขนมแต่ไม่ให้ หรือโยนของให้คาบแต่จริงๆ ไม่ได้โยนอะไร
.
และถ้าเราแกล้งมันมากๆ มันก็จะแสดงกิริยาที่ถ้าเป็นคน เราน่าจะเรียกในภาษาไทยว่า 'งอน' คือจะขู่เรา เห่าเรา หรือไม่ก็ไม่สนใจเราเลย ชวนเล่นก็ไม่เล่น โดยบางทีภาวะแบบนี้มันเกิดขึ้นจากการที่เราไม่ให้ขนมมันตามปกติตอนเรากลับบ้านมา หรือไม่ได้พาไปเดินเล่นเพราะฝนตกก็ได้
.
คำถามคือ หมามันงอนเราจริงหรือ หรือเราคิดไปเอง แล้วถ้ามันงอนจริงๆ ควรทำอย่างไร
.
นี่อาจเป็นคำถามตลกๆ แต่ทาง Reader’s Digest ได้ไปสัมภาษณ์ตั้งแต่นักพฤติกรรมสัตว์ไปจนถึงนักประสาทวิทยาถึงความเป็นจริงและทางออกของเรื่องนี้
.
เราจะเริ่มจากคำถามว่าหมามันงอนเป็นจริงหรือไม่? และเราจะเริ่มจากไอเดียเรื่อง 'อารมณ์พื้นฐานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม'
.
ในทางประสาทวิทยา อารมณ์พื้นฐานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เกิดจากพื้นฐานโครงสร้างสมองมี 7 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือความอยากค้นหา อย่างที่สองคือความอยากดูแล อย่างที่สามคือความอยากเล่น อย่างที่สี่คือความต้องการสืบพันธ์ุ อย่างที่ห้าคือความเศร้า อย่างที่หกคือความกลัว และอย่างที่เจ็ดคือความโกรธ
.
เหล่านี้คือพื้นฐานที่เขาถือว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดมีเพื่อสืบเผ่าพันธ์ุ ซึ่งมันตอบสนองความต้องการการดำรงอยู่ของชีวิตและเผ่าพันธุ์ ความอยากค้นหาเอาไว้กระตุ้นให้หาอาหาร ความอยากดูแลกระตุ้นให้ดูแลลูก ความอยากเล่นกระตุ้นให้ผ่อนคลาย ความอยากสืบพันธุ์ก็กระตุ้นให้เผ่าพันธุ์ดำรงต่อไป ความกลัวกระตุ้นให้ออกห่างภัยอันตราย ความโกรธกระตุ้นให้ต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ความเศร้ากระตุ้นให้รับรู้ถึงความสูญเสีย
.
อารมณ์ที่นอกเหนือจากนี้ ในทางประสาทวิทยาถือว่าสัตว์ไม่มี และมันเป็นเรื่องของ 'วัฒนธรรม' ล้วนๆ ที่สร้างคำศัพท์ขึ้นมาเรียกส่วนผสมของอารมณ์พื้นฐาน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ศัพท์เรียกอารมณ์หลายๆ แบบจะมีแค่ในบางวัฒนธรรม ไม่มีคำแปลโดยตรง และความจริงแม้แต่คำว่า 'งอน' ก็มีลักษณะแบบนี้คือไม่มีคำแปลตรงๆ ในภาษาอื่น เพราะมันคือส่วนผสมของอารมณ์โกรธและความเศร้า
.
สิ่งนี้จึงอธิบายว่าทำไมหมาที่มนุษย์มองว่างอนมันเลยมีปฏิกิริยาสองแบบ แบบแรกคือดูโกรธแบบเห่าและขู่เรา แบบสองคือเศร้าแบบปลีกตัวออกไป ทำตัวจ๋อยๆ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง อะไรพวกนี้แสดงถึงน้ำหนักอารมณ์ที่ต่างกันเวลาหมา 'ผิดหวัง' กล่าวคือบางตัวก็โกรธ บางตัวก็เศร้า และอันที่จริงก็ไม่ต่างจากมนุษย์ ที่บางคนเวลาผิดหวังจะโวยวาย บางคนเวลาผิดหวังก็จะเงียบ
.
แต่ความต่างอยู่ตรงนี้ เวลามนุษย์เกิดอาการงอนหรือแสดงความผิดหวังในตัวใครสักคนหรือการกระทำของใครก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำอาจเป็นการให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีก หรือกระทั่งทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกัน (แต่ไปกระตุ้นอารมณ์อื่นๆ เช่นความสนุกสนาน) เพื่อให้ 'หายงอน'
.
สำหรับหมา เราไม่ต้องทำแบบนั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกเลยว่าหมา 'ลืมง่าย' คือถ้ามันงอน ปล่อยไปสักพักมันก็จะลืม และกลับมาทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
สมมติว่าเราแกล้งหมาจนมันไม่ยอมเล่นกันเราไปสักพัก อยู่ดีๆ มันก็กลับมาชวนเล่น คนจะตีความว่ามันมาง้อหรือให้อภัย อันที่จริงในกรอบความคิดของหมามันไม่ได้ซับซ้อนแบบนั้น แต่มันก็แค่ลืมที่เราทำให้มันโกรธและเศร้าไปแล้ว และก็กลับมาทำตัวเป็นปกติเท่านั้นเอง
.
ในแง่นี้ เราก็แค่ทำตัวตามปกติก็จบ ไม่ต้องไปคิดว่าต้องง้อหรืออะไรทั้งนั้น เพราะหมามันไม่ได้คิดอะไร หรือพูดให้ตรงคือมันลืมไปหมดแล้ว
.
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การแกล้งหมาบ่อยๆ ในแบบเดิมก็ไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน เพราะแม้ว่าหมาจะคิดแบบตรรกะไม่ได้เพราะมันไม่สามารถคิดเชิงนามธรรมได้ แต่มันเป็นสัตว์ที่มีความทรงจำในแง่ที่ว่า ถ้าสิ่งนี้เกิด อีกสิ่งจะตามมา ดังนั้นถ้าเราแกล้งมันตลอดเวลา สิ่งที่มันจะจดจำก็คือ ถ้าเห็นหน้าเรา ประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์จะตามมา และมันก็จะไม่อยากยุ่งกับเรา
.
ดังนั้นถ้าจะแกล้งหมา ก็แกล้งแบบพอหอมปากหอมคอ อย่าแกล้งจนเป็นแพตเทิร์น เพราะแม้ว่าจะไม่ทำให้มันงอน แต่มันจะมองเราเป็นสัญลักษณ์ของความไม่น่าพึงพอใจ และไม่อยากเข้าหาเราอีก
.
ส่วนถ้าไปทำอะไรให้มันงอนขึ้นมา ก็ทำแบบที่กล่าวมาข้างต้น คือให้เวลามันหน่อย เดี๋ยวมันจะลืมไปเอง และก็ไม่ต้องไปง้อมัน เพราะสุดท้ายมันก็ไม่สามารถเชื่อมโยงว่าสิ่งที่เราทำเพื่อ 'ง้อ' มันโยงกับสิ่งที่เราทำให้มันไม่พอใจก่อนหน้านั้น
.
ที่มา : BrandThink
หมา 'งอน' เราได้หรือไม่ แล้วถ้าน้องงอนเรา ควรทำอย่างไร?