กระทู้เห่อลูก : เมื่อโรงเรียนบังคับเครื่องแบบ ย้อนกระแสโรงเรียนไทย

กระทู้คำถาม
ลูกสาวผมเรียน ม.5 อยู่อเมริกา ล่าสุด เพิ่งได้รับอีเมลแจ้งเรื่องเปลี่ยนระเบียบโรงเรียนหลังเปิดปีใหม่มาได้สัปดาห์เดียว
"ว่าด้วยเรื่องบังคับการแต่งกาย" โรงเรียนแจ้งบังคับการแต่งกายในลักษณะคล้ายๆเครื่องแบบ นั่นคือ เสื้อทั้ง เสื้อโปโล เสื้อยืด เสื้อแจ็คเก็ท จะมีขายเฉพาะที่ร้านและระบบออนไลน์ของโรงเรียนเท่านั้น ทุกคนจะได้เสื้อเหมือนกัน และต้องแต่งแบบนั้นตามวันที่กหนด

นั่นคือ จันทร์-พุธ ต้องใส่เสื้อ (ยืด โปลโล หรือแจ็คเก็ท) ของโรงเรียนเท่านั้น
พฤหัส-ศุกร์ มีวิชาพละและชมรม สามารถใส่ชุดกีฬา หรือเสื้อผ้าของชมรมตนเอง (ที่ขึ้นทะเบียนกับโรงเรียน)

ดังนั้น ตลอดการไปเรียน 5 วัน ไม่มีวันไหนเลยที่จะได้ใส่เสื้อผ้าตามใจตนเอง



นี่คือโรงเรียนเอกชนของสหรัฐอเมริกานะครับ แต่เป็นโรงเรียนเอกชนที่เปิดรับเด็กในพื้นที่ให้มีโอกาสเรียนฟรีได้ด้วย(สอบแข่งขันเพื่อได้เรียนฟรี)  
ระเบียบการแต่งกายนี้ เท่าที่สอบถามมา มีอยู่แล้ว มีมาตลอด แต่ที่ผ่านมา โรงเรียนยืดหยุ่นให้ จนกลายเป็น ไม่ต้องแต่งตามบังคับก็ได้ ทุกคนแต่งกายตามต้องการ ตราบที่อยู่ในระเบียบข้อห้าม (ห้ามรัดรูป ห้ามรองเท้าแตะ ห้ามกางเกงขาสั้นที่ไม่ใช่กางเกงกีฬาที่เหมาะสมกับโอกาส ห้ามแขนกุด เสื้อกล้าม สายเดี่ยว เกาะอก ต้องมีแขนเสื้อตลอด)

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการนักเรียน บอร์ดโรงเรียน และผู้ปกครอง เพิ่งลงมติกันว่า จะเข้มงวดในเรื่องเครื่องแต่งกาย เพื่อเหตุผลเดียวเลยครับ

"ความเป็นระเบียบเรียบร้อย"

จากรายงานการประชุมตัวแทนผู้ปกครอง บอร์ดโรงเรียน และ สภานักรเียน ใช้คำเดียวง่ายๆคือ uniformity  ไม่ได้อ้างเรื่องอื่นๆให้มันวุ่นวาย ไม่ต้องลากโยงเรื่องการฝึกวินัย การสอนให้เด็กอยู่ในระเบียบ และ ความประหยัด เท่าเทียม บลาๆๆ
จะมีหมายเหตุเพิ่มเติมก็คือ ด้านความปลอดภัย เพื่อการควบคุมของ จนท.รปภ. ของโรงเรียน สามารถแยกแยะคนนอก ที่เข้ามาในพื้นที่โรงเรียน อันรวมตั้งแต่ อาคารเรียน พื้นที่ใช้ประโยชน์ของโรงเรียน (สนามกีฬา ลู่วิ่ง โรงยิม หอประชุม) และพื้นที่แวดล้อมที่เป็นส่วนใช้ประโยชน์ของโรงเรียน (โบสถ์ หอพักนักเรียน)
อาจเพราะมีเหตุว่าปีที่แล้ว มีเหตุในตัวเมือง บริเวณร้านค้า มีกรณีกราดยิงในที่สาธารณะ (ไม่มีผู้เสียชีวิต เพราะโดนชาร์จในระหว่างก่อเหตุ มีผู้บาดเจ็บสาหัส)  ในช่วงนั้น โรงเรียนประกาศหยุดเรียน และตัวเมืองประกาศเคอร์ฟิวเด็กและผู้เยาว์นอกเคหะสถานทันที (ลูกสาวอยู่หอ)  มีเหตุซ้อนเหตุเกิดขึ้น ในโรงเรียนรัฐ (โรงเรียนรัฐบาลเรียนฟรีของพื้นที่ คล้ายๆกับสังกัดเทศบาลบ้านเรา)  รปภ. ประสานเจ้าหน้าที่จับกุมวัยรุ่นเข้าไปขโมยของในโรงเรียน อ้างตัวเองเป็นนักรเียนของโรงเรียนนี้

กรณีนี้น่าจะถุกหยิบยกมาพูดและกลายเป็นหัวข้อสนับสนุนในการปรับระเบียบการแต่งกายดังกล่าว



สงสัยมั้ยว่า เด็กนักเรียน มีปฎิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้?
เท่าที่ถามลูกสาว บรรยากาศสัปดาห์แรกของระเบียบนี้ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี 95% ทำตามกฎอย่างเรียบร้อย ไม่มีการประท้วงใดๆ ส่วนหนึ่ง สภานักเรียน ตัวแทนนักเรียน  ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนปิดเทอมหน้าหนาว (ปลายปีที่แล้ว) ผ่านทางโซเชียลของโรงเรียน มีการใช้ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ของโรงเรียน พวกนักกีฬาดังๆ เชียร์ลีดเดอร์ ทีมกีฬา ทำ content แต่งตัวยังไงให้เก๋ ในเครื่องแบบ

ส่วน 5% ก็ประกอบด้วย กรณีปัญหาที่เป็นมาก่อนเช่น รองเท้าแตะรัดส้น (ใส่กันมาเป็นปกติ โดนตรวจจับและตำหนิเป็นปกติก่อนนี้) กับพวกเสื้อผ้าผิดระเบียบ ที่เดิมก็ใส่กันในส่วนน้อยเช่น เสื้อแขนกุดสำหรับผู้ชายอยากโชว์ล่ำ เสื้อผ้าผู้หญิงที่เซ็กซี่เกินเบอร์ กางเกงขาสั้น หรือ เสื้อผ้าที่มีลายไม่เหมาะสม (เสื้อลายซาตาน ลายดูถูกเชื้อชาติศาสนา คำหยาบคาย ภาพไม่เหมาะสม) พวกนี้ มีกลุ่มนักรเียนที่ทำตัวมีปัญหาอยู่แล้ว พอมีระเบียบเรื่องเครื่องแบบ ก็เป็นกลุ่มนี้ ที่มีปัญหาซ้ำเดิม

มีบ้าง ที่บ่นๆว่า โรงเรียน คงได้กำไรดีจากการขายเสื้อ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เรียนที่นี่มาหลายปี โรงเรียน ไม่ได้ระบุว่าต้องซื้อเสื้อใหม่ตลอดทุกปี สามารถใส่เสื้อของปีก่อนๆได้ หน้าตาก็คล้ายๆเดิม มีบ้างที่แตกต่าง เช่นมีตราฉลองอายุโรงเรียนในปีก่อน หรือ พวกเสื้อของคลับต่างๆ ที่ทำออกมาแต่ละปี แต่ละฤดูกาล โรงเรียน ก็ให้ใส่ได้

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนทางกับประเทศไทยจริงๆเพราะโรงเรียนไทย เจอกับปัญหาเรื่องเครื่องแบบนักรเียนมายาวนานหลายปี เรียกว่าดตมากับรุ่นลูกสาวเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ว่า โรงเรียนของลูกสาว ตอนที่เรียนในไทย ปรับระเบียบให้ใส่เครื่องแบบจริงๆเพียง 1 วันเท่านั้น (1 วันเครือ่งแบบ 1 วันพละ ๅ ลูกเสือ 1 วันธีมไทย และอีกวัน อิสระ) โดยสลับกันไปตามระดับชั้นเพื่อจำแนกว่าใครอยู่ระดับชั้นอะไร ซึ่งเป็นการต่อรองกันระหว่างเด็ก และโรงเรียน ยืดหยุ่นเจอกันครึ่งทาง โดยชุดลูกสเือ ใส่เป็นเสื้อผ้าสุภาพอะไรก็ได้ที่มีผ้าพันคอก็ได้ ใครจะใส่เต็มยศติดตราก็แล้วแต่ ชุดพละ ไม่บังคับสีกางเกงและรองเท้า ส่วนธีมไทย แล้วแต่สร้างสรรค์เลย จะใส่ชุดไทยทรงเครื่องก็ได้ หรือจะแค่ เสื้อยืดกับกางเกงช้างก็ถือว่าเข้าธีมแล้ว

เป็นเรื่องตลกดี ที่สุดท้าย โลกกลับด้านกัน ไปเรียนถึงโน่น แต่ที่นั่น ปรับให้มีเครื่องแบบบังคับยิ่งกว่าโรงเรียนไทยเสียอีก
และตลกดีที่ เด็กส่วนมากก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร รับฟังเหตุผลและรับได้
พวกที่มีปัญหา ก็คือ คนที่มีปัญหากับระเบียบมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งสังคมส่วนมาก ก็ไม่ได้โอเคกับพฤติกรรมเด็กพวกนี้ เด็กที่ออกไปทางเกเรพวกนี้ ไม่มีกิจกรรมในโรงเรียน มักไปมั่วสุมนอกโรงเรียนมากกว่า ใช้ชีวิตแปลกแยกจากเพื่อนคนอื่นๆ และมักมีปัญหาผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ (โรงเรียนของลูกสาว ใครที่ได้ต่ำกว่า 2.00 ต้องเรียนเพิ่มปิดเทอม และติดโปร หากเทอมต่อไปยังไม่พ้น 2.00 ก็ถูกให้ออกจากโรงเรียน แบบมหาลัยบ้านเรา)

โดยรวมแล้วไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีแจ็คเก็ทโรงเรียน เสื้อยืด เสื้อโปโล หรือเสื้อเชียร์กีฬาโรงเรียน เพราะ โรงเรียนก็มีแข่งอเมริกันฟุตบอล แข่งบาส วอลเลย์ ซอฟท์บอล ประกวดดนตรี แข่งตอบคำถามวิชาการ แข่งซอฟท์แวร์ เทคโนโลยี เป็นปกติอยู่แล้ว มีการเชียร์กันทุกสัปดาห์ (บางสัปดาห์มีหลายแม็ทช์ด้วยซ้ำ) คนในโรงเรียนยังไงก็ต้องเคยมีเสื้อไว้ร่วมกิจกรรม

ในตอนีน้ โรงเรียนเข้มงวดให้เป็นโปโลดำ (ตามที่ระบุในเอกสารแจ้งผู้ปกครอง) แต่ลูกสาวบอกว่า โรงเรียนจะเข้มงวดในช่วงสองสัปดาห์แรก หากทุกอย่างดำเนินไปได้ดี อาจปล่อยให้ ใส่เสื้อกีฬา เสื้อทีมกีฬาของโรงเรียนได้ อาจให้คละสีได้ เพราะ มีผู้ปกครองเด็กประถมก็บ่นว่า มันดูดำทะมึนไปหมดไม่สดใส รวมถึงพวก มัธยมต้น ที่บ่นว่า ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่กันตลอด เด็กโตเร็ว เสื้อผ้าที่มีก็ใส่ไม่ได้อยู่ดี


ส่วน"เครื่องแบบ" ที่เป็นยูนิฟอร์มจริงๆ ก็มีให้ใส่ครับแต่ เป็นลักษณะชุดพิธีการมากกว่า ปีๆนึงใส่กันไม่กี่หน บางคนอาจจะไม่ได้ใส่เลยก็ได้ เพราะมันเป็นชุดเป็นทางการ พิธีการที่สุด เช่น เป็นตัวแทนไปทำอะไรกับระดับทางการ กับนายกเทศมนตรีเมือง ผู้ว่าการรัฐ ไปรับรางวัล ไปออกสื่อแบบเป็นทางการ งานสำคัญๆในโรงเรียน ที่ตั้งแต่ลูกสาวไปเรียนที่นี่มาปีกว่า ได้ใส่ครั้งเดียวเท่านั้น อาจจะได้ใส่อีกที งานจบการศึกษาเลย
เปรียบเทียบเป็นชุดราชการขาว ชุดขาวของทหาร อะไรทำนองนั้น ไม่ใช่เครื่องแบบเพื่อการทำงาน ปฎิบัติหน้าที่ จะใส่ทีก็หาเครื่องหมายมาติดให้ครบๆกันสักที เหมือนกันเป๊ะ เพราะลูกสาวก็ทำเข็มเครื่องหมายโรงเรียนหาย ไปหายืมเค้ามาติดในวันที่ใส่เอา เพราะเด็กหอ มักจะทำหายและขอยืมต่อๆกัน ทั้งเข็ม ไท โบว์

สำหรับนักเรียนทั่วๆไป การใส่ก็ถือว่า โก้อยู่ไม่น้อย  เรียกเสียงว้าวจากเพื่อนๆได้ ว้าวแบบไม่ได้บูลลี่ ถ้าเห้นใครแต่งตัวทำผมใส่ชุดเต็มยศ แปลว่า ต้องมีกิจการงานสำคัญอะไรสักอย่าง ไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระ หรือ เชย ล้าหลัง
อาจจะไม่ถึงกับคูล แต่ก็ไม่ยี้แหละ


หมายเหตุ ภาพประกอบดัดแแปลงด้วย AI เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่