UPDATE: กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง ชนะตลาดในปี 2568 ปันผลจริง 6.09% สวน SET ติดลบ ‘ชวินดา’ ย้ำสภาพคล่องเพียงพอจ่ายปันผล ยันคัดหุ้นเข้ม พร้อมดำเนินคดีหากพบทุจริต มั่นใจกลไก Auto-Redemption พร้อมใช้ หาก SET หลุด 800 เชื่อปี 69 ดีขึ้น พร้อมปรับพอร์ตทุกเดือน
.
วันนี้ (15 มกราคม) กระทรวงการคลังแถลงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU 1) ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการลงทุนเต็มปี โดยสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี สวนทางตลาดอย่างชัดเจน ทั้งในแง่เงินปันผลและมูลค่าหน่วยลงทุน ท่ามกลางภาวะตลาดทุนไทยที่เผชิญแรงกดดันสูง
.
ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM กล่าวว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จ่ายเงินปันผลในปี 2568 รวม 6.09% แบ่งเป็นครึ่งปีแรกที่ 1.48% และครึ่งปีหลังที่ 4.61% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ที่กำหนดไว้เกือบเท่าตัว ขณะที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงราว 10% ตลอดปี 2568
.
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับดัชนีที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบ (Benchmark) ที่ใช้ภายใต้โครงการ ซึ่งเป็นดัชนีผสมระหว่าง SET Index และตราสารหนี้แล้ว กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือเกณฑ์ทั้งหมด สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนที่ลดความผันผวนของพอร์ตผ่านการคัดเลือกหุ้นปันผลและการบริหารสัดส่วนสินทรัพย์อย่างเข้มข้น
.
สำหรับกำหนดการจ่ายเงินปันผล กองทุนกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 มกราคม และปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยวันที่ 7 มกราคม โดยจะมีกำหนดจ่ายเงินปันผลจริงในวันที่ 22 มกราคม
.
มีสภาพคล่องเพียงพอจ่ายปันผล
.
ทั้งนี้ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ราว 4.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น หน่วยลงทุนประเภท ก. มูลค่า 1.50 แสนล้านบาท และหน่วยลงทุนประเภท ข. มูลค่า 3.35 แสนล้านบาท
.
ชวินดากล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีสภาพคล่องสำรองอยู่ราว 36,000 ล้านบาท จัดเตรียมไว้สำหรับการจ่ายปันผลโดยเฉพาะ พร้อมระบุว่า เงินปันผลที่จ่ายออกมา ไม่ได้มาจากการขายหุ้นหลักในพอร์ต แต่เกิดจากการบริหารสภาพคล่องล่วงหน้า โดยในปี 2568 กองทุนจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก 1.48% คิดเป็นเงินราว 2,400 ล้านบาท และครึ่งปีหลัง 4.61% คิดเป็นเงินราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในกรอบสภาพคล่องที่เตรียมไว้
.
ทั้งนี้ บางส่วนของสภาพคล่องมาจากการลงทุนใน หุ้นกู้ระยะสั้นคุณภาพสูง (Duration ไม่เกิน 1 ปี) ซึ่งจะครบกำหนดสอดคล้องกับรอบการจ่ายปันผลต้นปีและกลางปี
.
ขณะเดียวกัน หุ้นที่กองทุนถืออยู่ยังสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเติมสภาพคล่องเพิ่มเติม ทำให้การจ่ายปันผล ไม่กระทบต่อโครงสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาว และถือว่ามีระดับสภาพคล่องสูงกว่าที่จำเป็นเมื่อเทียบกับขนาดกองทุนทั้งหมด
.
ยันคัดหุ้นเข้ม พร้อมดำเนินคดีหากพบทุจริต
.
ท่ามกลางความกังวลด้านธรรมาภิบาลในตลาดหุ้นไทย จากกรณีหุ้น JKN, STARK และ MORE ชวินดา ระบุว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จะใช้กรอบ ESG โดยเฉพาะมิติ Governance เป็นตัวกรองหลักในการบริหารความเสี่ยงการลงทุน และดำเนินบทบาทเชิงรุก (Proactive) ในการประเมินความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล ก่อนหน่วยงานกำกับจะมีคำวินิจฉัย
.
หากพบว่าบริษัทจดทะเบียนใดมีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล กลุ่มหุ้นดังกล่าวจะถูก ตัดออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ทันที โดยขอบเขตการลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าตลาดโดยรวม เนื่องจากจำกัดเฉพาะหุ้นที่ผ่านการกลั่นกรองด้าน ESG อย่างรอบด้าน
.
ในกรณีที่ปัญหาด้านธรรมาภิบาลเกิดขึ้นภายหลัง กองทุนจะดำเนินมาตรการเป็นลำดับ เริ่มจาก หยุดการลงทุนเพิ่มเติม ลดสัดส่วนการลงทุน และหากเข้าข่ายการทุจริต จะพิจารณา ดำเนินการทางกฎหมายร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
.
ชี้ปี 69 ดีขึ้น พร้อมปรับพอร์ตทุกเดือน
.
สำหรับแนวโน้มปี 2569 ชวินดามองว่าแรงกดดันต่อตลาดมีแนวโน้มน้อยกว่าปี 2568 โดยปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ช่วงทรงตัว ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ส่วนใหญ่ถูกสะท้อนในราคาสินทรัพย์ไปแล้ว
.
ปัจจัยบวกสำคัญคือ ความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้ง รัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2569 ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
.
ในเชิงกลยุทธ์ กองทุนยังคงใช้การ Reallocation และปรับพอร์ตทุกเดือน ผ่านคณะกรรมการกำกับการลงทุน (IC) ที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำหนดน้ำหนักการลงทุนแบบ Underweight/Overweight ลดสัดส่วนหุ้นผันผวนสูง และเพิ่มน้ำหนักหุ้น Low Beta
.
ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของกองทุนมีสัดส่วนลงทุนใน หุ้นไทยกว่า 90% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้คุณภาพสูง เพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาผลตอบแทนให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 3-9% ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ
.
ยันกลไก Auto-Redemption พร้อมใช้ หาก SET หลุด 800
.
ชวินดาระบุว่า กองทุนได้กำหนด ระดับวิกฤต (Trigger Point) ไว้ที่กรณีดัชนี SET Index ปรับตัวลงต่ำกว่า 800 จุด ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว กลไก Auto-Redemption มีความพร้อมในการคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อยทันที เป็นวงเงินรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท
.
ขณะเดียวกัน ชวินดาประเมินว่า ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการ Tariff ต่างๆ ได้สะท้อนอยู่ในราคาสินทรัพย์ในระดับหนึ่งแล้ว ประกอบกับภาคธุรกิจไทยมีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า จึงไม่คาดว่าจะก่อให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงต่อตลาดทุนในระยะสั้น
#TheStandardWealth
กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง ชนะตลาดในปี 2568 ปันผลจริง 6.09% สวน SET ติดลบ
UPDATE: กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง ชนะตลาดในปี 2568 ปันผลจริง 6.09% สวน SET ติดลบ ‘ชวินดา’ ย้ำสภาพคล่องเพียงพอจ่ายปันผล ยันคัดหุ้นเข้ม พร้อมดำเนินคดีหากพบทุจริต มั่นใจกลไก Auto-Redemption พร้อมใช้ หาก SET หลุด 800 เชื่อปี 69 ดีขึ้น พร้อมปรับพอร์ตทุกเดือน
.
วันนี้ (15 มกราคม) กระทรวงการคลังแถลงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU 1) ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการลงทุนเต็มปี โดยสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี สวนทางตลาดอย่างชัดเจน ทั้งในแง่เงินปันผลและมูลค่าหน่วยลงทุน ท่ามกลางภาวะตลาดทุนไทยที่เผชิญแรงกดดันสูง
.
ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM กล่าวว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จ่ายเงินปันผลในปี 2568 รวม 6.09% แบ่งเป็นครึ่งปีแรกที่ 1.48% และครึ่งปีหลังที่ 4.61% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ที่กำหนดไว้เกือบเท่าตัว ขณะที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงราว 10% ตลอดปี 2568
.
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับดัชนีที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบ (Benchmark) ที่ใช้ภายใต้โครงการ ซึ่งเป็นดัชนีผสมระหว่าง SET Index และตราสารหนี้แล้ว กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือเกณฑ์ทั้งหมด สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนที่ลดความผันผวนของพอร์ตผ่านการคัดเลือกหุ้นปันผลและการบริหารสัดส่วนสินทรัพย์อย่างเข้มข้น
.
สำหรับกำหนดการจ่ายเงินปันผล กองทุนกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 มกราคม และปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยวันที่ 7 มกราคม โดยจะมีกำหนดจ่ายเงินปันผลจริงในวันที่ 22 มกราคม
.
มีสภาพคล่องเพียงพอจ่ายปันผล
.
ทั้งนี้ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ราว 4.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น หน่วยลงทุนประเภท ก. มูลค่า 1.50 แสนล้านบาท และหน่วยลงทุนประเภท ข. มูลค่า 3.35 แสนล้านบาท
.
ชวินดากล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีสภาพคล่องสำรองอยู่ราว 36,000 ล้านบาท จัดเตรียมไว้สำหรับการจ่ายปันผลโดยเฉพาะ พร้อมระบุว่า เงินปันผลที่จ่ายออกมา ไม่ได้มาจากการขายหุ้นหลักในพอร์ต แต่เกิดจากการบริหารสภาพคล่องล่วงหน้า โดยในปี 2568 กองทุนจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก 1.48% คิดเป็นเงินราว 2,400 ล้านบาท และครึ่งปีหลัง 4.61% คิดเป็นเงินราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในกรอบสภาพคล่องที่เตรียมไว้
.
ทั้งนี้ บางส่วนของสภาพคล่องมาจากการลงทุนใน หุ้นกู้ระยะสั้นคุณภาพสูง (Duration ไม่เกิน 1 ปี) ซึ่งจะครบกำหนดสอดคล้องกับรอบการจ่ายปันผลต้นปีและกลางปี
.
ขณะเดียวกัน หุ้นที่กองทุนถืออยู่ยังสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเติมสภาพคล่องเพิ่มเติม ทำให้การจ่ายปันผล ไม่กระทบต่อโครงสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาว และถือว่ามีระดับสภาพคล่องสูงกว่าที่จำเป็นเมื่อเทียบกับขนาดกองทุนทั้งหมด
.
ยันคัดหุ้นเข้ม พร้อมดำเนินคดีหากพบทุจริต
.
ท่ามกลางความกังวลด้านธรรมาภิบาลในตลาดหุ้นไทย จากกรณีหุ้น JKN, STARK และ MORE ชวินดา ระบุว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จะใช้กรอบ ESG โดยเฉพาะมิติ Governance เป็นตัวกรองหลักในการบริหารความเสี่ยงการลงทุน และดำเนินบทบาทเชิงรุก (Proactive) ในการประเมินความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล ก่อนหน่วยงานกำกับจะมีคำวินิจฉัย
.
หากพบว่าบริษัทจดทะเบียนใดมีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล กลุ่มหุ้นดังกล่าวจะถูก ตัดออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ทันที โดยขอบเขตการลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าตลาดโดยรวม เนื่องจากจำกัดเฉพาะหุ้นที่ผ่านการกลั่นกรองด้าน ESG อย่างรอบด้าน
.
ในกรณีที่ปัญหาด้านธรรมาภิบาลเกิดขึ้นภายหลัง กองทุนจะดำเนินมาตรการเป็นลำดับ เริ่มจาก หยุดการลงทุนเพิ่มเติม ลดสัดส่วนการลงทุน และหากเข้าข่ายการทุจริต จะพิจารณา ดำเนินการทางกฎหมายร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
.
ชี้ปี 69 ดีขึ้น พร้อมปรับพอร์ตทุกเดือน
.
สำหรับแนวโน้มปี 2569 ชวินดามองว่าแรงกดดันต่อตลาดมีแนวโน้มน้อยกว่าปี 2568 โดยปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ช่วงทรงตัว ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ส่วนใหญ่ถูกสะท้อนในราคาสินทรัพย์ไปแล้ว
.
ปัจจัยบวกสำคัญคือ ความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้ง รัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2569 ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
.
ในเชิงกลยุทธ์ กองทุนยังคงใช้การ Reallocation และปรับพอร์ตทุกเดือน ผ่านคณะกรรมการกำกับการลงทุน (IC) ที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำหนดน้ำหนักการลงทุนแบบ Underweight/Overweight ลดสัดส่วนหุ้นผันผวนสูง และเพิ่มน้ำหนักหุ้น Low Beta
.
ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของกองทุนมีสัดส่วนลงทุนใน หุ้นไทยกว่า 90% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้คุณภาพสูง เพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาผลตอบแทนให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 3-9% ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ
.
ยันกลไก Auto-Redemption พร้อมใช้ หาก SET หลุด 800
.
ชวินดาระบุว่า กองทุนได้กำหนด ระดับวิกฤต (Trigger Point) ไว้ที่กรณีดัชนี SET Index ปรับตัวลงต่ำกว่า 800 จุด ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว กลไก Auto-Redemption มีความพร้อมในการคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อยทันที เป็นวงเงินรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท
.
ขณะเดียวกัน ชวินดาประเมินว่า ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการ Tariff ต่างๆ ได้สะท้อนอยู่ในราคาสินทรัพย์ในระดับหนึ่งแล้ว ประกอบกับภาคธุรกิจไทยมีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า จึงไม่คาดว่าจะก่อให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงต่อตลาดทุนในระยะสั้น
#TheStandardWealth