JJNY : KPI Poll เผยคนไทยไม่คล้อยตามแจกเงิน│นายกส.วิศวกรฯ แนะ 6 ข้อ│ฉก.นย.ตะเพิดชาวจีน│ทรัมป์ไม่เปลี่ยนใจเรื่องกรีนแลนด์

เลือกตั้ง 2569 : KPI Poll เผยคนไทยไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงิน
.

.
เลือกตั้ง 2569 : KPI Poll เผยคนไทยไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงิน สะท้อน ปชช.เริ่มแยกออก ไม่เชื่อการหาเสียง
.
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง”  โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อฟังการเมืองจากเสียงของประชาชน  
.
โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
.
ผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 4  ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง  โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
.
1. คนไทย 2 ใน 3 “ไม่เชื่อ” และ “ไม่คล้อยตาม” นโยบายแจกเงิน
.
• 67.1% ระบุว่า ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)
• 66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน
• 58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง
• 66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย
.
สะท้อนให้เห็นว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น “กลยุทธ์หาเสียง” มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย
.
2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงิน “กระจายทั่วประเทศ” แต่หนักต่างกัน
.
• ภาคใต้ ผลสำรวจ 80.5% เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 72.5%
• ภาคกลาง (70.2%)
• ภาคเหนือ 55.3% ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 54.5% ใกล้เคียงกัน
• กรุงเทพมหานคร 44.7% ต่ำที่สุด
.
สะท้อนให้เห็นว่า ความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศ แต่ภาคใต้–ภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย
.
3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่งว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
.
• สูงกว่าระดับปริญญาตรี 73.3% เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• ปริญญาตรี 67.75% มัธยมศึกษาแ
• ระดับอาชีวศึกษา 60%
• ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 51.8% ต่ำที่สุด
.
สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน
.
4. กลุ่ม “ข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ” ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด
.
• ข้าราชการ,พนักงานรัฐ,รัฐวิสาหกิจ 70.3% สูงที่สุด
• แม่บ้าน,ผู้เกษียณ,ไม่มีอาชีพ 65.1%
• เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)
• นักเรียน / นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด

สะท้อนให้เห็นว่า ข้าราชการ,เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่า “เงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว” แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้ง “คนในระบบ” และ “คนรุ่นใหม่” เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 4 ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงิน ไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป ประชาชนแยกแยะได้ว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียง และยังกระตุ้น “ความไม่น่าเชื่อ” โดยอัตโนมัติแก่คนไทยทุกกลุ่มอาชีพ และทุกภาค สิ่งที่พรรคการเมืองควรต้องเริ่มทันที คือ การเสนอนโยบายใหม่ที่ไม่ใช่ประชานิยม หยุดพูดว่า “แจก” และต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ชัด คือ
.
• เงินมาจากไหน และใช้มากแค่ไหน?
• ใครได้ และทำไมเขาถึงควรได้?
• ได้แล้วเกิดผลกระทบอะไร คุ้มค่าหรือไม่?
• วัดผลสำเร็จอย่างไร?
.

.
นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะ 6 ข้อ หยุดวงจรถล่มของเครนก่อสร้าง
.
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แนะ 6 ข้อ หยุดวงจรถล่มของเครนก่อสร้าง  ต้องแก้ปัญหานอมินีทุนก่อสร้างต่างชาติ  รับงานราคาถูก ไม่รักษามาตรฐานความปลอดภัย ออกกฎขึ้นทะเบียนเครื่องจักรเครนลอนเชอร์ หลังพบการนำเข้าเครนมือสอง ราคาถูก ปรับแต่งใหม่ ใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีวิศวกรลงนาม
.
จากเหตุการณ์เครนถล่มต่อเนื่องกันถึง 4 ครั้ง ตึก สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว และหลุมยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังประสบปัญหามาตรฐานการก่อสร้างโครงสร้างในพื้นที่สาธารณะอย่างรุนแรง วันนี้ (16 ม.ค.69) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ถล่มเหล่านี้ เกิดขึ้นกับโครงการก่อสร้างภาครัฐทั้งหมด และจำเป็นต้องรับการแก้ไขที่รากเหง้าของปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมีข้อเสนอ 6 ข้อ ดังนี้
.
1. หยุดการก่อสร้างภาครัฐที่ใช้เครนลอนเชอร์ในพื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และทบทวนมาตรฐานการก่อสร้างทั้งหมด
.
2. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุที่เป็นอิสระจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ ผลการสอบสวนต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และเปิดโอกาสให้หน่วยงานวิชาชีพอื่น ที่ไม่ได้ร่วมเป็นกรรมการมีสิทธิ์ให้ความเห็นได้ เพื่อป้องกันการฮั้วกันในทางวิชาชีพในการปกปิดสาเหตุที่แท้จริง
.
3. ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังทั้งอาญาและแพ่ง และขึ้นบัญชีดำผู้รับจ้างที่กระทำผิดไม่ให้รับงานก่อสร้างในอนาคต
.
4. แก้ไขปัญหาการจ้างช่วง เนื่องจากผู้รับเหมารับที่ได้สัญญาก่อสร้างจากภาครัฐแล้ว บางครั้งไม่ได้ดำเนินการเอง แต่จ้างผู้รับจ้างช่วงที่ด้อยคุณภาพ ไม่ว่าเป็นการจ้างช่วงโดยมีสัญญาหรือไม่มีสัญญาก็ตาม และตัดหัวคิวไป โดยการทำงานจริงผู้รับจ้างช่วงไม่มีวิศวกร บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรตามที่กำหนดในสัญญาหลัก เป็นเหตุให้หย่อนมาตรฐานด้านความปลอดภัย ดังนั้นรัฐต้องออกหลักเกณฑ์การจ้างช่วงให้ชัดเจนและมีมาตรฐาน
.
5. แก้ไขปัญหานอมินีทุนก่อสร้างต่างชาติ  ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีทุนก่อสร้างต่างชาติเข้ามา แต่ไม่มีสิทธิ์ประมูลงานภาครัฐ เนื่องจากยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนผู้รับจ้าง จึงร่วมกับผู้รับจ้างไทยในการเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างภาครัฐ และตัดราคาเพื่อให้ได้งาน เมื่อได้งานแล้วผู้ที่ทำงานจริงกลับเป็นบริษัททุนต่างชาติโดยที่ผู้รับเหมาไทยได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง และเมื่อเป็นการรับงานราคาถูกก็ไม่รักษามาตรฐานความปลอดภัยได้
.
6. ออกกฎเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรเครนลอนเชอร์ เนื่องจากในปัจจุบันมีการนำเข้าเครนลอนเชอร์มือสองราคาถูกจากต่างประเทศ มาใช้ในงานก่อสร้างกันมาก เครนลอนเชอร์เหล่านี้บางครั้งมีการปรับแต่งขึ้นใหม่จากของเดิม ใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีวิศวกรลงนาม แต่มีการใช้ในการก่อสร้างเนื่องจากขาดการควบคุมและการขึ้นทะเบียนจากภาครัฐ
.
ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า รัฐฯ จำเป็นต้องเข้าใจและรู้ทันปัญหารากเหง้าที่ทำให้เกิดการถล่มทั้ง 6 ข้อและต้องเร่งดำเนินการออกมาตรการ หรือปรับปรุงกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้การก่อสร้างไทยมีมาตรฐานและขจัดความเสี่ยงจากการเกิดเครนลอนเชอร์ถล่มในอนาคต
.

.
ฉก.นย. ตะเพิด ชาวจีน รื้อรั้วลวดหนาม บ้านท่าเส้น จ.ตราด พลการ ตักเตือน-ผลักดันออกนอกพื้นที่
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10099822
.
ฉก.นย. ตะเพิด ชาวจีน รื้อรั้วลวดหนาม บ้านท่าเส้น จ.ตราด พลการ ตักเตือน-ผลักดันออกนอกพื้นที่ ปรับปรุงรั้วลวดหนามกลับเข้าสภาพเดิม
.
วันที่ 16 ม.ค.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบการรื้อแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่ชายแดนบ้านท่าเส้น จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569
.
ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ดำเนินการวางไว้เพื่อกำหนดแนววางกำลัง (Troop Deployment Line) เพื่อควบคุมพื้นที่ตามข้อตกลงร่วม (Joint Statement) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 นั้น
.
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ พบว่ากลุ่มบุคคลที่ทำการรื้อถอนแนวรั้วลวดหนามเป็นชาวสัญชาติจีน ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยได้ทำการรื้อแนวรั้วบางส่วนเพื่อต้องการเข้าไปนำทรัพย์สินของตนออกจากอาคารร้านค้าบริเวณแนวลวดหนามนั้น ทั้งนี้เมื่อทางฝ่ายทหารได้ตรวจพบ จึงเข้าไปยับยั้งและให้หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดดังกล่าว
.
จากการสอบถามในเบื้องต้นไม่พบเจตนาใดๆ ที่จะละเมิดการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลการ และส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมพื้นที่ด้านความมั่นคงของรัฐ จึงได้ตักเตือนและทำความเข้าใจกับชายชาวจีนกลุ่มดังกล่าว
.
นอกจากนี้ ฉก.นย.ตราด ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที ดำเนินการผลักดันบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงแนวรั้วลวดหนามให้กลับสู่สภาพเดิมและมั่นคงขึ้นโดยเร็ว
.
เพื่อคงไว้ซึ่งความชัดเจนของแนววางกำลังและความต่อเนื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มั่นทางทหาร ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
.
กองทัพเรือ ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบข้อตกลงร่วมระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการตาม Joint Statement ที่ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกันไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงเสถียรภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่