ขอคืนเครดิตผลงาน: ก่อน 30 บาท, กองทุนหมู่บ้าน, OTOP มีการวางโครงสร้างประเทศไว้ตั้งแต่ยุคแผนพัฒนาฯ 8

กระทู้คำถาม
ขอคืนเครดิตผลงาน: ก่อน 30 บาท, กองทุนหมู่บ้าน, OTOP
มีการวางโครงสร้างประเทศไว้ตั้งแต่ยุคแผนพัฒนาฯ 8



ขออนุญาตตั้งกระทู้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายและประวัติศาสตร์การเมืองไทยครับ
ไม่ได้ตั้งใจโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่อยากชวนดู “ต้นทางของนโยบาย” ให้ครบทุกมิติ
หลายโครงการที่สังคมไทยคุ้นเคย เช่น
ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
กองทุนหมู่บ้าน / OTOP
กยศ.
พักหนี้เกษตรกร
สนามบินสุวรรณภูมิ
มักถูกเข้าใจว่าเป็นผลงานของรัฐบาลหลังปี 2544 ทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง นโยบายเหล่านี้มีการออกแบบเชิงโครงสร้างไว้ล่วงหน้าแล้ว ระหว่างปี 2536–2540
ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำด้านนโยบายในช่วงนั้น



🔎 ตัวอย่างผลงานเชิงโครงสร้าง (2538–2540)
🇹🇭 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8
วางกระบวนทัศน์ใหม่

กำหนดยุทธศาสตร์ประเทศระยะ 25 ปี (2538–2563)

เน้นเศรษฐกิจฐานราก + ความมั่นคงทางสังคม

🏛️ รัฐธรรมนูญ 2540
รับรองสิทธิด้านสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการ
วางฐานกฎหมายให้เกิดระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในเวลาต่อมา

🚑 ระบบประกันสุขภาพ
ถูกบรรจุในแผนพัฒนาฯ 8
ครอบคลุมพื้นที่ 100%
มีฐานรัฐธรรมนูญ (มาตรา 52, 62, 82)

🎓 กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
จัดตั้งในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ (2538)
แก้ปัญหาเชิงกฎหมายโดยใช้ พ.ร.บ. ปี 2491 รองรับ
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 16 ม.ค. 2539

✈️ สนามบินสุวรรณภูมิ
ลงนามโครงการปี 2539 กำหนดเสร็จ ปี 2543 ใช้ได้จริง 2550 หลักฐาน  https://www.jsce.or.jp/e/archive/project/pj17.html
ใช้ระบบ PPP เพื่อกันการแทรกแซงทางการเมือง
ความล่าช้าเกิดภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

🏘️ เศรษฐกิจชุมชน / OTOP / กองทุนหมู่บ้าน
อยู่ในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากของแผนพัฒนาฯ 8
ถูกนำไป “รีแบรนด์” และขยายผลในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย



⚖️ ประเด็นปัญหา
ผมไม่ได้ปฏิเสธบทบาทของรัฐบาลหลังปี 2544
เพราะเขาเป็นผู้ นำนโยบายไปใช้จริงในเชิงการเมือง

แต่คำถามคือ
เราควรให้เครดิตกับใครบ้าง ระหว่าง
“คนออกแบบโครงสร้างประเทศ”
กับ
“คนเอาไปใช้งานและสื่อสารกับประชาชน”
หรือควรให้เครดิตทั้งสองฝ่าย แยกบทบาทกันให้ชัด?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่