ขอระบายเยอะหน่อยนะคะ อึดอัด
พ่อกับแม่เราเลิกกันค่ะ พี่อยู่กับพ่อ ส่วนเราย้ายออกมาอยู่กับแม่ แม่เราค่อนข้างจะมีหนี้สินเยอะ ค่อนข้างลำบากเลยแหละค่ะ ส่วนพ่อเราพอมีเงินแต่ไม่ถึงกับรวยมาก พ่อแม่เขาก็ให้เลือกว่าจะอยู่กับใคร แน่นอนว่าพี่ชายเราเลือกพ่อ บ้านนั้นมันสะดวกสบายไปไหนมาไหนง่ายมีปู่กับย่าอยู่ด้วยอีก แถมอยู่กินสบายกว่าบ้านแม่เยอะมากๆค่ะ แต่เราเลือกอยู่กับแม่เพราะเราสนิทกับแม่มากกว่าพ่อมากๆ จริงๆเราก็ไม่ได้อยากไปอยู่ที่อื่นหรอกค่ะ แต่เราไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียว ตอนแรกก็ลังเลกลัวไปด้วยจะไปเป็นภาระเขา แต่พ่อเราก็จ่ายค่าขนมไปร.ร. ค่าเทอม ยังจ่ายให้ทุกอย่างเหมือนเดิมค่ะ แม่ก็ไปทำงาน ขากลับก็แวะรับเรากลับจากโรงเรียน บางวันก็ต้องหารถกลับเองเพราะแม่เลิกช้ามากก ช่วงแรกๆที่มาอยู่ แม่ก็ชอบขอยืมตังเรา ครั้งละร้อยสองร้อย คืนครบบ้างไม่ครบบ้าง เราก็ชอบแซวๆเขาว่าจะคืนไหมเนี่ย เขาก็ผลัดไปเรื่อยๆ เราก็เฉยๆเพราะเขาก็ยืมเรามาตั้งแต่ยังอยู่กับพ่อ บวกกับเราพึ่งอยู่มอสี่ รับทำงาน ทำการบ้านให้เพื่อนในโรงเรียน มีหิ้วขนมไปขายบ้าง เพราะเรากับแม่เวลาว่างๆก็ชอบทำขนมไปขาย แล้วก็มีเงินที่พ่อให้ไว้ใช้ เลยมีเก็บอยู่บ้างเวลาเขายืมก็ยังมีใช้อยู่ค่ะ
แต่เมื่อประมาณเดือนตุลาเราอยากได้ของชิ้นหนึ่ง มันแพงมาก แพงที่สุดในชีวิตเราแล้วค่ะตอนนั้น เราตั้งใจไว้จะเก็บเงินให้ครบแล้วซื้อเองให้ได้
เราเลยบอกดักแม่ไว้ก่อนเลยค่ะว่าสองสามเดือนนี้งดยืมนะ จะกี่บาทก็ห้ามยืมเพราะจะเอาไปซื้อของ แม่เขาก็โอเคๆ
จนเรามีเงินเก็บที่เก็บไว้อยู่แล้วกับเก็บเพิ่มอีกอยู่ตอนนั้นประมาณ 5000-6000 พัน เราตั้งใจเก็บมาก ไปโรงเรียนใช้ตังแค่ 36 บาท กินแค่ข้าวกับน้ำขวดนึงทุกวัน บางวันก็กรอกไปเอง แถมรับทำงานเยอะมากเขียนจนนิ้วด้านไปหมด แต่เราไม่เคยบอกแม่เราเลยนะคะว่าเรามีเงินเก็บเท่าไหร่ กลัวเขาขอยืมนั่นแหละ
แต่สุดท้ายก็หลบไม่พ้นอยู่ดี เรากำลังนั่งนับเงินสดที่เก็บไว้ในกระเป๋านักเรียนอยู่จะเอาไปฝากเข้าเคแบ้ง เขาก็เปิดมาเจอ แล้วก็พูดแซวว่าเงินเยอะเชียวนะ ขอยืมไปเติมน้ำมันหน่อย เราก็คิดว่าเขาแซวเล่นนั่นแหละค่ะ เลยตอบกวนๆเขาไปเหมือนเคยๆ
สรุปไม่แซว เขาขอจริง555555 เขาเดินออกจากห้องไป แล้วเข้ามาใหม่ตอนมืดๆ คือทำหน้าเครียดมาเลย เวลาเขาจะขอจะยืมเงินเยอะๆเขาจะทำตัวเครียดๆ พูดว่าจำเป็นต้องใช้มาก น้อง…(ชื่อเรา)ไม่มีเลยหรอ จะทำยังไงดี สุดท้ายเราก็ให้เขาไปอยู่ดีค่ะ เราก็กลัวแม่เราจะมีปัญหา รอบนี้เขาขอ3,500 เราเสียใจมาก หงุดหงิดใส่เขาไปเยอะมากเพราะเคยบอกแล้วว่าเดือนนี้ห้ามยืม เขาก็สัญญากับเราว่าเงินเดือนออกแล้วจะคืนแน่ๆ เราก็เชื่อเขา เพราะเราหงุดหงิดจริงจัง ส่วนของที่อยากได้เราก็ปลงงง ช่างมันแล้วตอนนั้น พอเงินมันไม่ถึงก็หมดไฟ ไม่อยากจะได้แล้ว
หลังจากนั้นเราถามเขาตลอดว่าเงินเดือนออกหรือยัง เขาก็ชอบเปลี่ยนเรื่อง พอจี้ถาม ให้ทยอยคืนเขาก็บอกว่าถ้าหนูจะใช้แล้วให้มาบอกเดี๋ยวคืนให้
พอจะใช้จริงๆก็นั่นแหละค่ะ ไม่คืน ขอผลัดไปเป็นเงินเดือนออกเดือนหน้าเผื่อมีโบนัส เราทั้งโกรธทั้งผิดหวัง แต่ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะทำแบบนี้
เราคุยกับเขาทีไรก็หงุดหงิดตลอด พออยู่กับเขาก็พยายามไม่คุย ใส่หูฟังตลอด ตอนเย็นเราชอบขอกลับไปบ้านพ่อกับพี่เรา ( พี่อยู่มอหกร.ร.เดียวก้น ขับรถมาเรียนเองค่ะ ) ไปนั่งเล่น นอนเล่น พอมืดๆค่อยให้พี่ไปส่ง ไม่ก็นอนที่บ้านพ่อเลยค่ะ แม่เขาก็ง้อ ก็ขอโทษเราอยู่บ่อยๆ แถมชอบพูดว่าอย่าพึ่งมาคาดหวังอะไรกับแม่ตอนนี้ ให้เวลาแม่อีกสักพักนะ แต่ก็ไม่ค่อยจะทำให้ให้เรารู้สึกดีขึ้นเลย
เรารู้นะคะว่าถ้าทำอย่างงี้แม่เราต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ แต่เราก็เลิกหงุดหงิด เลิกนอยเขาไม่ได้จริงๆเลยค่ะไม่รู้ทำไม เสียใจมาก ยิ่งเขาพูดเรื่องเงินๆทองๆเราก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ตั้งแต่จำความได้แม่เราก็ดูมีปัญหาเรื่องเงินมาตลอดไม่รู้ทำไม เรารู้แค่ว่าเขามีหนี้สิน ไม่เคยเห็นเขาติดเล่นพนัน ติดเหล้าติดบุหรี่ไม่เคยเลย แถมขยันอีก ว่างๆก็ชอบหาของไปขายตลอด ช่วงโควิดแม่ก็แอบเอาทองที่ย่าซื้อเก็บไว้ให้เรากับพี่ไปขายหมด ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กๆอยู่ จำได้ว่าพ่อกับย่าโกรธแม่มาก ไล่ออกจากบ้านเลย แต่เราก็ชอบร้องไห้ บอกกับพ่อว่าคิดถึงแม่ พ่อเองก็น่าจะเป็นห่วงแม่อยู่ก็เลยให้แม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีก จนเราโตเขาถึงมาเลิกกันแบบจริงๆจังๆ ก็ดีและแหละ อยู่ด้วยกันบ้านแตกแทบทุกวัน
เราไม่รู้จะทำยังไงให้รู้สึกดีกับแม่เหมือนเดิม ตอนนี้เรารู้สึกผิดหวังมากๆๆที่สุดแล้ว แค่ให้ทยอยคืนเขาก็ไม่ทำ เรานอยมากอะ พี่ชายเราก็ไม่ได้มาช่วยอะไรด้วยเลย แม่เราก็ขอพี่เรานะแต่พี่เราไม่ให้เลยสักครั้ง ไม่ให้เลยสักครั้งจริงๆ เลยต้องเป็นเราที่ต้องช่วยแม่อยู่คนเดียว ส่วนพ่อก็ให้แม่แค่นานๆที ค่าน้ำมันที่ต้องไปรับไปส่งเราเท่านั้น เราพยายามเข้าใจแม่ทุกอย่าง อยู่กับเขาเราประหยัดเท่าที่จะประหยัดได้ ของกินของใช้อันไหนที่ซื้อเองได้ก็ซื้อเองไม่อยากรบกวนเขามาก ช่วงไหนที่ได้ค่างานจากเพื่อนเยอะ ๆ เราก็ชอบชวนเขาไปเลี้ยงตี๋น้อย เพราะเราชอบเวลาได้กินของอร่อยๆกับแม่
เรารักแม่มากๆ แต่มันผิดหวังไปหมดเลย เงิน3,500 เราก็ไม่คิดว่าจะได้คืนแล้ว เราน้อยใจที่ทำไมตอนนั้นเขาไม่สนใจคำพูดเราเลยว่าเรากำลังเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเราอยู่ แถมเขาผิดคำพูดด้วย ทั้งๆที่เรามั่นใจมากๆว่าแม่ต้องคืนเราแน่ๆ มันน้อยใจมันนอยไปหมดเลยอะ เราพยายามไม่คิด ปล่อยๆไปให้มันจบๆแต่สุดท้ายก็เผลอหงุดหงิด เผลอโกรธใส่เขาทุกครั้ง ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้เราพูดดีๆกับแม่นับครั้งได้เลย รู้แหละว่าเขาคงเสียใจมาก เสียความรู้สึกมากๆ แต่เราก็เสียใจเหมือนกันอะ แต่ก็ไม่รู้จะไปคาดหวังให้เขาทำอะไรให้ TT
ทำยังไงให้หายหงุดหงิดแม่ตัวเองเรื่องเงินคะ
พ่อกับแม่เราเลิกกันค่ะ พี่อยู่กับพ่อ ส่วนเราย้ายออกมาอยู่กับแม่ แม่เราค่อนข้างจะมีหนี้สินเยอะ ค่อนข้างลำบากเลยแหละค่ะ ส่วนพ่อเราพอมีเงินแต่ไม่ถึงกับรวยมาก พ่อแม่เขาก็ให้เลือกว่าจะอยู่กับใคร แน่นอนว่าพี่ชายเราเลือกพ่อ บ้านนั้นมันสะดวกสบายไปไหนมาไหนง่ายมีปู่กับย่าอยู่ด้วยอีก แถมอยู่กินสบายกว่าบ้านแม่เยอะมากๆค่ะ แต่เราเลือกอยู่กับแม่เพราะเราสนิทกับแม่มากกว่าพ่อมากๆ จริงๆเราก็ไม่ได้อยากไปอยู่ที่อื่นหรอกค่ะ แต่เราไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียว ตอนแรกก็ลังเลกลัวไปด้วยจะไปเป็นภาระเขา แต่พ่อเราก็จ่ายค่าขนมไปร.ร. ค่าเทอม ยังจ่ายให้ทุกอย่างเหมือนเดิมค่ะ แม่ก็ไปทำงาน ขากลับก็แวะรับเรากลับจากโรงเรียน บางวันก็ต้องหารถกลับเองเพราะแม่เลิกช้ามากก ช่วงแรกๆที่มาอยู่ แม่ก็ชอบขอยืมตังเรา ครั้งละร้อยสองร้อย คืนครบบ้างไม่ครบบ้าง เราก็ชอบแซวๆเขาว่าจะคืนไหมเนี่ย เขาก็ผลัดไปเรื่อยๆ เราก็เฉยๆเพราะเขาก็ยืมเรามาตั้งแต่ยังอยู่กับพ่อ บวกกับเราพึ่งอยู่มอสี่ รับทำงาน ทำการบ้านให้เพื่อนในโรงเรียน มีหิ้วขนมไปขายบ้าง เพราะเรากับแม่เวลาว่างๆก็ชอบทำขนมไปขาย แล้วก็มีเงินที่พ่อให้ไว้ใช้ เลยมีเก็บอยู่บ้างเวลาเขายืมก็ยังมีใช้อยู่ค่ะ
แต่เมื่อประมาณเดือนตุลาเราอยากได้ของชิ้นหนึ่ง มันแพงมาก แพงที่สุดในชีวิตเราแล้วค่ะตอนนั้น เราตั้งใจไว้จะเก็บเงินให้ครบแล้วซื้อเองให้ได้
เราเลยบอกดักแม่ไว้ก่อนเลยค่ะว่าสองสามเดือนนี้งดยืมนะ จะกี่บาทก็ห้ามยืมเพราะจะเอาไปซื้อของ แม่เขาก็โอเคๆ
จนเรามีเงินเก็บที่เก็บไว้อยู่แล้วกับเก็บเพิ่มอีกอยู่ตอนนั้นประมาณ 5000-6000 พัน เราตั้งใจเก็บมาก ไปโรงเรียนใช้ตังแค่ 36 บาท กินแค่ข้าวกับน้ำขวดนึงทุกวัน บางวันก็กรอกไปเอง แถมรับทำงานเยอะมากเขียนจนนิ้วด้านไปหมด แต่เราไม่เคยบอกแม่เราเลยนะคะว่าเรามีเงินเก็บเท่าไหร่ กลัวเขาขอยืมนั่นแหละ
แต่สุดท้ายก็หลบไม่พ้นอยู่ดี เรากำลังนั่งนับเงินสดที่เก็บไว้ในกระเป๋านักเรียนอยู่จะเอาไปฝากเข้าเคแบ้ง เขาก็เปิดมาเจอ แล้วก็พูดแซวว่าเงินเยอะเชียวนะ ขอยืมไปเติมน้ำมันหน่อย เราก็คิดว่าเขาแซวเล่นนั่นแหละค่ะ เลยตอบกวนๆเขาไปเหมือนเคยๆ
สรุปไม่แซว เขาขอจริง555555 เขาเดินออกจากห้องไป แล้วเข้ามาใหม่ตอนมืดๆ คือทำหน้าเครียดมาเลย เวลาเขาจะขอจะยืมเงินเยอะๆเขาจะทำตัวเครียดๆ พูดว่าจำเป็นต้องใช้มาก น้อง…(ชื่อเรา)ไม่มีเลยหรอ จะทำยังไงดี สุดท้ายเราก็ให้เขาไปอยู่ดีค่ะ เราก็กลัวแม่เราจะมีปัญหา รอบนี้เขาขอ3,500 เราเสียใจมาก หงุดหงิดใส่เขาไปเยอะมากเพราะเคยบอกแล้วว่าเดือนนี้ห้ามยืม เขาก็สัญญากับเราว่าเงินเดือนออกแล้วจะคืนแน่ๆ เราก็เชื่อเขา เพราะเราหงุดหงิดจริงจัง ส่วนของที่อยากได้เราก็ปลงงง ช่างมันแล้วตอนนั้น พอเงินมันไม่ถึงก็หมดไฟ ไม่อยากจะได้แล้ว
หลังจากนั้นเราถามเขาตลอดว่าเงินเดือนออกหรือยัง เขาก็ชอบเปลี่ยนเรื่อง พอจี้ถาม ให้ทยอยคืนเขาก็บอกว่าถ้าหนูจะใช้แล้วให้มาบอกเดี๋ยวคืนให้
พอจะใช้จริงๆก็นั่นแหละค่ะ ไม่คืน ขอผลัดไปเป็นเงินเดือนออกเดือนหน้าเผื่อมีโบนัส เราทั้งโกรธทั้งผิดหวัง แต่ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะทำแบบนี้
เราคุยกับเขาทีไรก็หงุดหงิดตลอด พออยู่กับเขาก็พยายามไม่คุย ใส่หูฟังตลอด ตอนเย็นเราชอบขอกลับไปบ้านพ่อกับพี่เรา ( พี่อยู่มอหกร.ร.เดียวก้น ขับรถมาเรียนเองค่ะ ) ไปนั่งเล่น นอนเล่น พอมืดๆค่อยให้พี่ไปส่ง ไม่ก็นอนที่บ้านพ่อเลยค่ะ แม่เขาก็ง้อ ก็ขอโทษเราอยู่บ่อยๆ แถมชอบพูดว่าอย่าพึ่งมาคาดหวังอะไรกับแม่ตอนนี้ ให้เวลาแม่อีกสักพักนะ แต่ก็ไม่ค่อยจะทำให้ให้เรารู้สึกดีขึ้นเลย
เรารู้นะคะว่าถ้าทำอย่างงี้แม่เราต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ แต่เราก็เลิกหงุดหงิด เลิกนอยเขาไม่ได้จริงๆเลยค่ะไม่รู้ทำไม เสียใจมาก ยิ่งเขาพูดเรื่องเงินๆทองๆเราก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ตั้งแต่จำความได้แม่เราก็ดูมีปัญหาเรื่องเงินมาตลอดไม่รู้ทำไม เรารู้แค่ว่าเขามีหนี้สิน ไม่เคยเห็นเขาติดเล่นพนัน ติดเหล้าติดบุหรี่ไม่เคยเลย แถมขยันอีก ว่างๆก็ชอบหาของไปขายตลอด ช่วงโควิดแม่ก็แอบเอาทองที่ย่าซื้อเก็บไว้ให้เรากับพี่ไปขายหมด ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กๆอยู่ จำได้ว่าพ่อกับย่าโกรธแม่มาก ไล่ออกจากบ้านเลย แต่เราก็ชอบร้องไห้ บอกกับพ่อว่าคิดถึงแม่ พ่อเองก็น่าจะเป็นห่วงแม่อยู่ก็เลยให้แม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีก จนเราโตเขาถึงมาเลิกกันแบบจริงๆจังๆ ก็ดีและแหละ อยู่ด้วยกันบ้านแตกแทบทุกวัน
เราไม่รู้จะทำยังไงให้รู้สึกดีกับแม่เหมือนเดิม ตอนนี้เรารู้สึกผิดหวังมากๆๆที่สุดแล้ว แค่ให้ทยอยคืนเขาก็ไม่ทำ เรานอยมากอะ พี่ชายเราก็ไม่ได้มาช่วยอะไรด้วยเลย แม่เราก็ขอพี่เรานะแต่พี่เราไม่ให้เลยสักครั้ง ไม่ให้เลยสักครั้งจริงๆ เลยต้องเป็นเราที่ต้องช่วยแม่อยู่คนเดียว ส่วนพ่อก็ให้แม่แค่นานๆที ค่าน้ำมันที่ต้องไปรับไปส่งเราเท่านั้น เราพยายามเข้าใจแม่ทุกอย่าง อยู่กับเขาเราประหยัดเท่าที่จะประหยัดได้ ของกินของใช้อันไหนที่ซื้อเองได้ก็ซื้อเองไม่อยากรบกวนเขามาก ช่วงไหนที่ได้ค่างานจากเพื่อนเยอะ ๆ เราก็ชอบชวนเขาไปเลี้ยงตี๋น้อย เพราะเราชอบเวลาได้กินของอร่อยๆกับแม่
เรารักแม่มากๆ แต่มันผิดหวังไปหมดเลย เงิน3,500 เราก็ไม่คิดว่าจะได้คืนแล้ว เราน้อยใจที่ทำไมตอนนั้นเขาไม่สนใจคำพูดเราเลยว่าเรากำลังเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเราอยู่ แถมเขาผิดคำพูดด้วย ทั้งๆที่เรามั่นใจมากๆว่าแม่ต้องคืนเราแน่ๆ มันน้อยใจมันนอยไปหมดเลยอะ เราพยายามไม่คิด ปล่อยๆไปให้มันจบๆแต่สุดท้ายก็เผลอหงุดหงิด เผลอโกรธใส่เขาทุกครั้ง ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้เราพูดดีๆกับแม่นับครั้งได้เลย รู้แหละว่าเขาคงเสียใจมาก เสียความรู้สึกมากๆ แต่เราก็เสียใจเหมือนกันอะ แต่ก็ไม่รู้จะไปคาดหวังให้เขาทำอะไรให้ TT