สวัสดีครับ ผมอายุ 19 ปี ปีที่แล้วสอบไม่ติดวิศวะจุฬาเลยตัดสินใจดรอปเรียนเพื่อสอบใหม่
ผมกับแฟนคบกันตอน ม.6 (เป็นรักแรกที่วนกลับมาเจอกัน) เราดอรปพร้อมกันทั้งคู่เพราะปีแรกไม่ติด เขาอยากเข้าสัตวแพทย์ ผมอยากเข้าวิศวะ เราสัญญาว่าจะสอบให้ติดมหาลัยเดียวกันปีหน้า
แฟนผมมีปัญหาครอบครัวค่อนข้างหนักพ่อแม่ดูไม่สนับสนุนเขาเท่ากับน้องชายที่ลาออกมาอยู่เฉยๆ แฟนผมเครียดมากและมักจะมาระบายกับผมทุกวัน
วันละ 3-4 ชั่วโมง (ช่วง 2-5 ทุ่ม) จนกระทบการอ่านหนังสือ ผมพยายามอยู่ข้างๆ รับฟังและช่วยเหลือเขามาตลอด ช่วงแรกผมเต็มใจมาก แต่หลังๆเราทะเลาะกันบ่อยมากขึ้นทั้งเรื่องครอบครัวและเวลาไม่ตรงกัน บวกกับผมเริ่มมองความเป็นจริงว่าศักยภาพเขาอาจจะไปไม่ถึงฝัน และกังวลว่าถ้าคบต่อ ผมต้องแบกรับปัญหาครอบครัวเขาไปตลอดชีวิตแน่ๆ
ผมเริ่มกังวลทั้งเรื่องอนาคต การเรียน และสภาพครอบครัวของเขา จนสุดท้ายผมเลือกบอกเลิกทั้งที่ยังรัก เพราะคิดว่าอยากโฟกัสอนาคตตัวเองก่อน และบอกว่าไว้หลังสอบค่อยกลับมาคุยกันอีกถ้ายังรู้สึกเหมือนเดิม
ผ่านมา 2 เดือน แฟนผมมีคนใหม่แล้วตลอดเวลา 2 เดือนผมยังทักไปถามไถ่อยู่ห่างๆ ผมรู้สึกผิดมากที่ทิ้งเขาในวันที่เขาลำบาก โทษตัวเองตลอด คิดว่าตัวเองเห็นแก่ตัวหรือมี mindset ที่ไม่ดี ทั้งที่ลึกๆ ผมไม่ได้อยากเลิก แค่อยากเว้นระยะเพื่อไม่ให้เราทำร้ายกัน
ตอนนี้ผมสับสนมาก อยากก้าวข้ามเพื่อโฟกัสสอบ แต่ก็ยังรู้สึกผิดและยังรักเขาอยู่ เลยอยากขอความคิดเห็นจากคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าว่าผมคิดผิดไหมที่เป็นคนชอบมองอนาคต และควรจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีครับ
ผมไม่ได้เลิกเพราะหมดรัก แต่เพราะตอนนั้นคิดว่าหากฝืนต่อไป ทั้งผมและเขาน่าจะเจ็บมากกว่าเดิม ผมทำได้แค่ทักไปขอโทษครั้งสุดท้ายแล้วไม่ได้คุยตั้งแต่วันที่เขามีคนใหม่ครับและผมยอมรับว่าการที่เขามีคนใหม่เร็ว ทำให้ผมเจ็บและรู้สึกผิดมากขึ้น แต่ก็เข้าใจว่านั่นคือการเลือกของเขา
ผมขอโทษนะครับนี้เป็นกระทู้แรกไม่รู้ว่าเรื่องไหนควรเล่าหรือไม่ควรเล่า🙏
อายุ 19 ซิ่วสอบเข้าวิศวะ บอกเลิกแฟนทั้งที่ยังรัก เลือกอนาคต แต่ยังรู้สึกผิดกับความรักที่ผ่านมา ควรทำยังไงดีครับ
ผมกับแฟนคบกันตอน ม.6 (เป็นรักแรกที่วนกลับมาเจอกัน) เราดอรปพร้อมกันทั้งคู่เพราะปีแรกไม่ติด เขาอยากเข้าสัตวแพทย์ ผมอยากเข้าวิศวะ เราสัญญาว่าจะสอบให้ติดมหาลัยเดียวกันปีหน้า
แฟนผมมีปัญหาครอบครัวค่อนข้างหนักพ่อแม่ดูไม่สนับสนุนเขาเท่ากับน้องชายที่ลาออกมาอยู่เฉยๆ แฟนผมเครียดมากและมักจะมาระบายกับผมทุกวัน
วันละ 3-4 ชั่วโมง (ช่วง 2-5 ทุ่ม) จนกระทบการอ่านหนังสือ ผมพยายามอยู่ข้างๆ รับฟังและช่วยเหลือเขามาตลอด ช่วงแรกผมเต็มใจมาก แต่หลังๆเราทะเลาะกันบ่อยมากขึ้นทั้งเรื่องครอบครัวและเวลาไม่ตรงกัน บวกกับผมเริ่มมองความเป็นจริงว่าศักยภาพเขาอาจจะไปไม่ถึงฝัน และกังวลว่าถ้าคบต่อ ผมต้องแบกรับปัญหาครอบครัวเขาไปตลอดชีวิตแน่ๆ
ผมเริ่มกังวลทั้งเรื่องอนาคต การเรียน และสภาพครอบครัวของเขา จนสุดท้ายผมเลือกบอกเลิกทั้งที่ยังรัก เพราะคิดว่าอยากโฟกัสอนาคตตัวเองก่อน และบอกว่าไว้หลังสอบค่อยกลับมาคุยกันอีกถ้ายังรู้สึกเหมือนเดิม
ผ่านมา 2 เดือน แฟนผมมีคนใหม่แล้วตลอดเวลา 2 เดือนผมยังทักไปถามไถ่อยู่ห่างๆ ผมรู้สึกผิดมากที่ทิ้งเขาในวันที่เขาลำบาก โทษตัวเองตลอด คิดว่าตัวเองเห็นแก่ตัวหรือมี mindset ที่ไม่ดี ทั้งที่ลึกๆ ผมไม่ได้อยากเลิก แค่อยากเว้นระยะเพื่อไม่ให้เราทำร้ายกัน
ตอนนี้ผมสับสนมาก อยากก้าวข้ามเพื่อโฟกัสสอบ แต่ก็ยังรู้สึกผิดและยังรักเขาอยู่ เลยอยากขอความคิดเห็นจากคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าว่าผมคิดผิดไหมที่เป็นคนชอบมองอนาคต และควรจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีครับ
ผมไม่ได้เลิกเพราะหมดรัก แต่เพราะตอนนั้นคิดว่าหากฝืนต่อไป ทั้งผมและเขาน่าจะเจ็บมากกว่าเดิม ผมทำได้แค่ทักไปขอโทษครั้งสุดท้ายแล้วไม่ได้คุยตั้งแต่วันที่เขามีคนใหม่ครับและผมยอมรับว่าการที่เขามีคนใหม่เร็ว ทำให้ผมเจ็บและรู้สึกผิดมากขึ้น แต่ก็เข้าใจว่านั่นคือการเลือกของเขา
ผมขอโทษนะครับนี้เป็นกระทู้แรกไม่รู้ว่าเรื่องไหนควรเล่าหรือไม่ควรเล่า🙏