ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเนี่ยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ แล้วพ่อแม่ก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ซึ่งตอนแรกหมอบอกว่าระดับเกลือแร่ต่ำด้วยทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลสัก1คืน ปกติทานยาไปอาการจะดีขึ้นแต่เราต้องนอนให้น้ำเกลือ ทีแรกแม่เราจองห้องพิเศษไปแต่มันเต็ม ทำให้เราได้นอนห้องรวม ซึ่งเตียงเราจะอยู่ชิดหน้าต่างริมสุดเลยค่ะ ตรงนั้นจะเป็นทางเดินไปห้องน้ำแล้วมันไม่ได้มีม่านกั้น แต่จะเปิดไฟตรงด้านนอกไว้ตลอด ซึ่งเราก็เห็นอะไรแปลกๆตลอดแต่พยายามไม่สนใจนอนตะแคงไปอีกด้านนึงเพื่อพยายามไม่หันมองตรงหน้าต่างนั้น แต่ตอนนั้นเราเนี่ยร้อนทั้งคืนพยาบาลเลยต้องเดินวัดไข้ตลอดแม่ก็ต้องคอยเช็ดตัวให้ตามที่พยาบาลแนะนำมา เราเลยแบบเบาใจไปเพราะเรากลัวผีมากๆ แต่พอวันต่อมาอาการเราไม่ได้ดีขึ้น คุณหมอเลยสั่งเอ็กซเรย์ปอดด้วยเพราะเรามีอาการไอแล้วยังไข้สูงเกือบสี่สิบอยู่ ปรากฎว่าเราปอดติดเชื้อทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีก แล้วห้องพิเศษดันว่างพอดี เราเลยได้ย้ายเข้าห้องพิเศษไป คืนแรกก็ไม่มีอะไรมากเพราะทั้งพ่อทั้งแม่มาเฝ้าเรา แล้วเราตัวร้อนทั้งคืนเหมือนเดิมพยาบาลก็ต้องเดินเช็คตลอดเลยไม่ได้โดนอะไร แต่ในความรู้สึกเราคือมันแปลก แล้วห้องเราคือห้องที่อยู่ใกล้กับห้องผู้ป่วยรวมที่สุด ซึ่งห้องมันจะไม่ได้เก็บเสียงค่ะ ถ้าเราคุยกันข้างนอกก็ได้ยินแล้วข้างห้องเราจะเป็นที่นั่งของญาติที่เขามาเฝ้าคนป่วยกัน จะมีญาติๆคนป่วยคนอื่นนั่งกันอยู่เยอะ ซึ่งคืนนั้นคืนที่สามที่เราอยู่ห้องพิเศษตอนนั้นยังไม่ได้ดึกมากค่ะ ยังไม่เที่ยงคืนเรายังได้ยินเสียงคนคุยกันข้างนอกอยู่น่าจะพวกญาติๆคนอื่น เราก็นอนไม่หลับด้วยความที่เป็นคนกลัวผีด้วย ชอบฟังเรื่องผีทำให้คิดไปเยอะ แล้วตอนนั้นแม่น่าจะเหนื่อยเลยเผลอหลับไปแล้ว วันนั้นพ่อไม่ได้มาเฝ้าแม่เราเฝ้าคนเดียว ทำให้เราต้องนอนเล่นมือถืออยู่เพราะอาการเริ่มดีขึ้นตัวไม่ร้อน จนสักพักแม่เราเสียงดังขึ้นมาลั่นห้องแล้วกรี๊ดดังมาก มือก็ปัดๆไปมาเราเลยหันไปมองแต่แม่ปิดตาอยู่ แล้วร้องโวยวายเสียงดังมาก แล้วเราลุกขึ้นไม่ได้เพราะสายน้ำเกลืออยู่ทางขวาแล้วเตียงแม่ที่นอนอยู่ฝั่งซ้ายเลยทำได้แค่เรียกแม่เสียงดังมากๆเพราะเราก็ตกใจ ตอนนั้นเรายังได้ยินเสียงด้านนอกคุยกันปกติ แต่ในใจตอนนั้นก็สงสัยเขาไม่ได้ยินเสียงเราเลยเหรอ เราเรียกเท่าไหร่แม่ก็ไม่ตื่น จนแม่เงียบไปเองแล้วนิ่งไปแต่แม่คือหายใจแรงมากในตอนนั้น เราก็มองแม่อยู่แบบนั้นด้วยความกลัว จนพยาบาลเดินเข้ามาจะวัดไข้เรา เราเลยถามไปว่าเมื่อกี้ข้างนอกได้ยินเสียงอะไรไหมคะในห้องหนูเสียงดังเกินไปรึเปล่า พยาบาลก็บอกว่าไม่ได้ยินอะไรเลยนะคะ จนแม่เราตื่นแล้วพยาบาลก็บอกว่าเราไข้ลดแล้ว แม่ก็ยังหน้าซีดๆเหมือนเดิม จนพยาบาลออกไปจากห้องเราเลยพูดกับแม่ว่าเมื่อกี้แม่เสียงดังมากเลยแม่เป็นอะไร เรียกแม่เสียงดังมากแล้วแม่ก็ไม่ตื่น แม่ก็ทำหน้ากลัวๆแล้วบอกว่าเราเห็นหรอแม่ทำอะไร เราเลยบอกแม่ละเมอป่าวเสียงดังมากแต่แม่นอนเฉยๆนะไม่ได้ลุกขึ้นแต่ปัดมือไปมา แล้วแม่ก็บอกว่าไม่มีอะไร จนเราก็สงสัยแต่ไม่ถามต่อแล้วแม่เปิดไฟไว้ทั้งคืน จนเราเผลอหลับไปเอง จนตอนเช้าพ่อมาหาอีกรอบแม่ก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนแม่อะนอนอยู่ แล้วจู่ๆเราอะก็ลุกขึ้นจากเตียงที่เรานอน เดินไปหาแม่ แล้วแม่เลยถามว่าจะไปไหน เราก็ตวาดแม่ไปว่าอย่ามายุ่งกับกู แล้วเราพยายามเดินออกจากห้อง แม่เลยมาดึงแขนไว้ เราก็เหมือนโมโหหันไปจ้องหน้าแม่แบบตาเขม็งเลย แล้วตอนนั้นแม่เราเล่าว่าแม่เริ่มรู้แล้วว่าไม่ใช่เรา แต่แม่ก็ยังดึงไว้เพื่อไม่ให้เราเปิดประตูห้องออกไป แล้วแม่บอกว่าเราก็เลยบีบคอแม่แรงมากจนแม่เริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่ออกแม่ก็โวยวายเสียงดังผลักเราออกให้เราปล่อยแม่ จนแม่บอกว่าแม่ผลักแรงมากจนเราอะหายไปจากตรงนั้นแล้วแม่ก็จำไม่ได้หลังจากนั้น แม่บอกว่ามันไม่เหมือนความฝันเลย เราก็บอกแม่ไปว่าแม่นอนอยู่บนเตียงที่เดิมเลยนะ เราก็พยายามเรียกแม่ไม่ได้ยินเลยหรอ แม่บอกว่าไม่ได้ยินเลย แล้วสีหน้าแม่คือกลัวห้องพิเศษห้องนี้มาก พ่อเลยบอกว่าถ้านั้นพ่อจะมาเฝ้าด้วยอีกคน แพอหลังจากนั้นเนี่ยแม่แกเดินไปคุยกับญาติคนไข้คนอื่นแบบตามประสาอะเนาะเหมือนถามไถ่กันปกติแล้วแม่ไปถามว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงแม่รึเปล่า เขาก็บอกว่าไม่ได้ยิน แม่ก็ถามต่อว่าเขานั่งตรงนั่นจนถึงกี่โมงเขาก็บอกแม่ว่าโห่เขานั่งจนเกือบตี1อะเพราะนอนไม่หลับกันเลยนั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ แต่เหมือนเขาคงสงสัยมั้งเขาก็บอกแม่เราว่าขนาดญาติมาเยี่ยมเรานิเสียงคุยกันในห้องเขายังได้ยินเลยเขานั่งข้างๆห้อง ถ้าเมื่อคืนคนหลับหมดแล้วทำไมเขาจะไม่ได้ยิน มันเลยทำให้เรายิ่งกลัวไปใหญ่ค่ะ แต่พ่อของเราแกเป็นคนที่ชอบบูชาพระอยู่แล้วแล้วจะแขวนพระตลอด พอพ่อมาเฝ้าด้วยเลยเอาพระมาถอดแขวนไว้บนหัวเตียงเรา หลังจากคืนนั้นเราก็นอนโรงพยาบาลอีกประมาณห้าวันค่ะเพราะหมอบอกว่ารอให้มันดีขึ้นสักระยะก่อน เพราะปอดเราเป็นฝ้าขาวเลย ออกซิเจนก็ต่ำจนเราต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย แต่เราก็ไม่เจออะไรอีกเลยค่ะ
ไม่แน่ใจว่าใช่ผีหลอกหรือเปล่า