วันนี้มาแนะนำให้รู้จักกับน้องลิซ่า ลลิษา มโนบาล by ช่องยูทูบ @letsgettoknowher (ep 45)

หากจะกล่าวถึงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งทำให้คนทั้งโลกต่างประจักษ์ในความสามารถที่เปี่ยมล้นอยู่ในตัวเธอ เชื่อเหลือเกินว่าชื่อของเธอคนนี้จะต้องถูกกล่าวถึงเป็นอันดับแรกอย่างไม่มีข้อกังขา! เธอคือผู้ที่จารึกสถิติใหม่และคว้ารางวัลอันทรงเกียรติระดับโลกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทุกสิ่งที่เธอหยิบจับล้วนแปรเปลี่ยนเป็น Soft Power อันยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลก นี่คือสาวน้อยผู้กล้าหาญที่ออกเดินทางตามความฝันจากผืนแผ่นดินไทย สู่การเป็นตำนาน ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยผ่านการฝึกฝนอันหนักหน่วงที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาตลอดหลายปี เส้นทางชีวิตของเธอเป็นบทพิสูจน์อันล้ำค่าว่า หากเรามุ่งมั่นสู้ชีวิต ชีวิตสู้กลับไม่ได้ มาล้วงเรื่องจริงที่ไม่ลับกับเธอคนนี้กันได้เลย กับน้องลิซ่า ลลิษา มโนบาล
             ลลิษา มโนบาล หรือที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างรู้จักในนาม LISA BLACKPINK เธอเกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม  2540 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่เติบโตที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่อายุได้ 3 ขวบ ก่อนที่จะชื่อว่าลลิษา เธอมีชื่อเดิมที่น่ารักคือ ปราณปรียา ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ลลิษา ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ที่ได้รับการยกย่อง" และมีชื่อเล่นในวัยเด็กที่แฟนๆ ต่างเอ็นดูคือ "ป๊อกแป๊ก" เบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญยิ่งของเธอคือครอบครัวที่รักและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เธออาศัยอยู่กับคุณแม่ คุณจิตทิพย์ มโนบาล และมีคุณพ่อบุญธรรมชาวสวิตเซอร์แลนด์ชื่อ มาร์โค บรอยช์ไวเลอร์ ซึ่งเป็นเชฟใหญ่ระดับโลก
            ชีวิตของเธอในวัยเด็ก เธอมีความสนใจในวัฒนธรรม K-Pop และความรักในการเต้น และร้องเพลง ลิซ่าเริ่มเต้นตั้งแต่วัยเด็ก เธอเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงของโรงเรียนประภามนตรี 1 และ 2 โดยเริ่มต้นฝึกเต้นตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และเรียนร้องเพลงกับ ครูปู ประภัสสร เทียมประเสริฐ เจ้าของรางวัลโทศทัศน์ทองคำ และ ครูก้อย สุภาพรรณ ผลากรกุล ครูสอนร้องเพลงในรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ช่วงนี้เธอเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย เช่น เคยเป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดร้องเพลงในโครงการ "3 คุณธรรมนำไทย" ที่จัดโดยศูนย์คุณธรรม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภททีมในปี 2552 และเป็นสมาชิกของทีมนักเต้น "We Zaa Cool" ที่มีเพื่อนร่วมทีมคือ แบมแบม GOT 7 ในปัจจุบัน นอกจากนี้เธอยังเคยมีผลงานการแสดงตอนอายุ 10 ขวบด้วยนะ จากเรื่องเจ้าหญิงขอทาน ออกฉายทางช่อง 3
  

         ต้องบอกว่าความพยายามไม่เคยทรยศใคร ในที่สุดวันที่เรียกได้ว่าเป็นวันของเธอก็มาถึง ในปี 2553 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ YG Entertainment มาเปิดออดิชั่นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก สาวน้อยที่อายุเพียง 13 ปี ที่ชื่อว่า ลิซ่า ได้สร้างความตกตะลึงด้วยการผ่านการคัดเลือก จากผู้สมัครราวสี่พันคน จนได้เดินทางไปเป็นศิลปินฝึกหัดอย่างเป็นทางการกับค่าย YG ในวันที่ 11 เมษายน 2554 ที่ประเทศเกาหลีใต้
          ส่วนตัวของ ลิซ่า เอง เมื่อได้เริ่มต้นชีวิตการเป็นเด็กฝึกที่ประเทศเกาหลีใต้ ช่วงแรกเธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว และความท้าทายที่หนักหน่วงที่สุด คือเธอต้องเผชิญกับ กำแพงภาษา อย่างหนัก จนถึงขั้นที่ถูกห้ามพูดภาษาอังกฤษเพื่อเร่งการเรียนรู้ภาษาเกาหลี แต่ด้วย ความมีวินัยและความสม่ำเสมอ เธอสามารถฝ่าฟันการฝึกฝนอันเข้มงวดและสามารถรักษาตำแหน่งใน คลาส A ได้ตลอดระยะเวลา 5 ปี ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ของเธอได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2555 กับคลิปการเต้น “WHO’S THAT GIRL” ซึ่งเป็นคลิปที่ทาง YG ได้เปิดเผยคลิปการเต้นของเธอแต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเธอชื่ออะไร และก่อนที่เธอจะเดบิวต์ ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เธอยังได้แสดงมิวสิกวิดีโอเพลง Ringa Linga ของแทยัง BIGBANG และเป็นนางแบบให้กับเสื้อผ้ายี่ห้อโนนากอน ร่วมกับบี.ไอและบ็อบบี วงไอคอนในปี 2557


        จนในวันที่ 8 สิงหาคม 2559 เธอได้เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง BLACKPINK เปิดตัวครั้งแรกด้วยอัลบั้ม สแควร์วัน กับเพลงบูมบาย่า และ วิสเซล ณ เวลานั้นเองเธอได้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะศิลปินต่างชาติคนแรกในค่าย YG Entertainment และได้เป็นกลายเป็นไอดอลให้หนุ่มๆ และสาวๆ อีกจำนวนมากในประเทศไทย ได้เอาเป็นแบบอย่าง และถึง BLACKPINK จะกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกก็ตาม เพชรที่ส่องประกายย่อมมาพร้อมกับแรงกดดัน ลิซ่า เองก็มี ดราม่า ที่ถาโถมเข้าใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำวิพากษ์วิจารณ์เชิงเหยียดเชื้อชาติ จากชาวเน็ตบางส่วนตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กฝึก แต่เธอเลือกที่จะตอบโต้ด้วยการ ทุ่มเทในการทำงานและสร้างผลงานที่ไร้ข้อกังขา เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเอง เธอสามารถก้าวข้ามผ่านทุกกระแส ดราม่าที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรอยสักที่เป็นสิทธิ์ส่วนตัว หรือการวิจารณ์เรื่องการลิปซิงค์บนเวทีใหญ่ระดับโลกอย่าง Coachella ซึ่งสุดท้ายแล้ว สิ่งที่คงอยู่คือความจริงที่ว่า เธอคือศิลปินระดับโลกที่แฟนคลับพร้อมจะสนับสนุนและภาคภูมิใจเสมอ
         ลิซ่าไปสู่จุดสูงสุดในฐานะศิลปินเดี่ยว จนในวันที่ 10 กันยายน 2564 เธอได้ปล่อยซิงเกิลอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในชีวิตในชื่อ LALISA มิวสิควิดีโอเพลงนี้เธอยังแฝงความเป็นไทยกับชุดชฎาอันทรงพลัง และยังสร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติโลกมากมายอย่างน่าอัศจรรย์ เริ่มตั้งแต่ สร้างสถิติ Guinness World Records ด้วยยอดวิว 24 ชั่วโมงแรกสูงสุดของศิลปินหญิงเดี่ยว ด้วยยอด 73.6 ล้านวิว เป็นศิลปินเดี่ยว K-Pop ที่มียอดสตรีมถึง 1 พันล้านครั้งเร็วที่สุดบน Spotify และยังส่งเธอให้กลายเป็นศิลปินเดี่ยว K-Pop คนแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัล Best K-Pop จากเวทีระดับโลกอย่าง MTV Video Music Awards และ MTV Europe Music Awards ได้สำเร็จ
          แต่หลังจากอยู่กับค่าย YG เป็นเวลาพอสมควร ลิซ่า ก็เลือกที่จะตามฝันของตัวเองต่อ โดยเธอปฏิเสธข้อเสนอเรื่องการต่อสัญญาจาก YG ถึง 2 ครั้ง ซึ่งคาดว่ามูลค่าของสัญญาที่ได้รับนั้นสูงถึง 50,000 ล้านวอน หรือกว่า 1.3 พันล้านบาท จากที่ข่าวแพร่สะพัดออกไปก็ทำเอาราคาหุ้นของค่าย YG Entertainment ร่วงลงไปกว่า 9% เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นราคาหุ้นที่ตกลงมากที่สุดใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2565 จนในวันที่ 29 ธันวาคม 2566 YG Entertainment ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าสมาชิก BLACKPINK จะไม่เซ็นสัญญาพิเศษกับต้นสังกัดสำหรับกิจกรรมเดี่ยวของพวกเขา
          อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าเมื่อ ลิซ่า เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับค่าย YG และเลือกที่จะเปิดสังกัดใหม่ของตัวเองอย่าง LLOUD เพื่อนำเสนอแนวเพลงและตัวตนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งนั่งแท่นเป็น CEO และนำบริษัท LLOUD Co. เข้าเซ็นสัญญากับค่าย RCA Records ค่ายเพลงดังในอเมริกา ในเครือของ Sony Music Entertainment เพื่อดูแล ผลงานเพลงเดี่ยวของเธอ
         ตามต่อด้วยในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ลิซ่า ก็ได้ปล่อยเพลงใหม่อย่าง Rockstar ที่ยกกองมาถ่ายทำที่เยาวราช และใช้นักแสดงประกอบมากกว่า 100 ชีวิต ซึ่งเป็นคนไทยทั้งหมด เธอเปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQ+ ได้เฉิดฉาย โชว์ความหลากหลายของไทยได้แบบปึ้ง แซ่บสะท้าน โดยหลังจากที่ปล่อยเพลงไปเพียง 8 ชั่วโมง ก็กวาดยอดวิวไปมากกว่า 14 ล้านวิว


          นอกจากนี้ ลิซ่ายังเป็น "ไอคอนแห่งแฟชั่น" ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยเป็น Global Ambassador ให้กับแบรนด์หรูระดับโลกและการปรากฏตัวของเธอในทุกพื้นที่จึงกลายเป็นที่จับตามองและสร้าง "ปรากฏการณ์ลิซ่า" ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เธอคือสาวน้อยมหัศจรรย์ ที่หยิบจับอะไร ก็กลายเป็นกระแสทั่วโลก เมื่อครั้งที่เธอเลือกใส่ชุดไทยในโซโล่แรกในชีวิต มีแฟนคลับทั้งชาวไทย ลาวต่างหาซื้อชุดใส่ตามเธอจนแม่ค้าขายดิบขายดี หรือการที่เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ลูกชิ้นยืนกิน” ของดีเมืองบุรีรัมย์เป็นของโปรด ก็ทำเอาตลาดแทบแตก และลามมาถึงวงการอาร์ตทอย ที่เธอ โพสต์ภาพที่กำลังถือกล่องของเล่นอาร์ตทอย LABUBU คอลเล็กชัน THE MONSTERS Exciting Macaron จนทำให้ของเล่นชิ้นนี้กลายเป็นสุดยอดไอเท็มที่ใครๆ ต่างก็ต้องซื้อเก็บไว้ในทันที
           ด้วยความสามารถที่เก่งจนน่าชื่นชม รวมถึงนิสัยติดดินเป็นกันเอง ทำให้ ลิซ่า เป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก ถึงขนาดทุ่มทุนเช่าบิลบอร์ดราคาแพงใจกลางไทม์สแควร์ และป้ายโฆษณาฉายภาพเคลื่อนไหวบนห้าง Coex Mall ในมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดตอนที่เธอ อายุครบ 21 ปี ทำให้ลิซ่ากลายเป็นศิลปินหญิงสัญชาติไทยคนแรกที่ได้ขึ้นบิลบอร์ดในย่านดัง
            สำหรับ ลิซ่า แล้ว สถิติมีไว้ให้เธอทุบทำลายจริงๆ ยังมีอีกหลายสิ่งที่เธอได้สร้างไว้ เริ่มจากวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ลิซ่าได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการถูกจารึกชื่อเข้าสู่ “Asian Hall of Fame” ประจำปี 2023 ในฐานะสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นศิลปิน K-pop รายแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกเสนอชื่อสู่หอเกียรติยศดังกล่าว
            วันที่ 25 ธันวาคม 2566 เธอได้สร้างสถิติในฐานะศิลปินคนไทยคนแรกที่มียอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรม พุ่งทะลุ 100 ล้านคน เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ขึ้นโชว์ในงาน Victoria's Secret Fashion Show 2024 ติดโผผู้หญิงหน้าสวยที่สุดในโลก 8 ปีซ้อน จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ดัง TC Candler ติดโผ 15 คนแต่งตัวดีที่สุดบนพรมแดง Met Gala 2025 ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลก ซึ่งเป็นงานที่ใช่ว่าใครจะมาร่วมงานได้  และในปีเดียวกันนี้เอง เธอได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปิน K-POP คนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในงานประกาศผลรางวัล Oscars 2025  แถมสื่อต่างประเทศ ก็ได้ยกโชว์ของลิซ่า เป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของ Coachella ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดใน X มากกว่า 6.1 ล้านครั้ง
             เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเรื่องจริงที่ไม่ลับและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของเธอคนนี้! ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เธอคือบทสรุปของคำว่า "ความพยายามไม่เคยทรยศใคร" จากเด็กหญิงชาวบุรีรัมย์ผู้มีหัวใจรักในการเต้น ที่กล้าแลกทุกสิ่งเพื่อตามความฝัน จนก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาของการเป็นเด็กฝึกหัดอันแสนยากลำบาก และทะยานสู่การเป็นศิลปินคนไทยที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักและยอมรับ เธอไม่ได้เป็นเพียงศิลปิน... แต่คือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ การยืนหยัด และการไม่เคยลืมรากเหง้าของตนเองอย่างแท้จริง และทุกครั้งที่เราเห็นเธอเฉิดฉายและเปล่งประกายบนเวทีโลก ทุกครั้งที่เธอเอ่ยถึงประเทศไทย นั่นคือการส่งความรักและความอบอุ่นจากหัวใจของเธอตรงถึงบ้านเกิด ซึ่งช่องของเราในฐานะ ชาว BLINK ที่เฝ้าติดตามการเดินทางของเธอ ก็ขอเป็นกำลังใจที่มั่นคง ที่จะคอยซัพพอร์ตให้เพชรเม็ดงามเม็ดนี้ได้เติบโตและส่องแสงเจิดจรัสต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้คน และเป็น แบบอย่างแห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ ให้กับเด็ก ๆ ไทยอีกหลายล้านคนตลอดไปค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่